เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
ดูทั้งหมด

“มธ.” ดึงนักเคมีโนเบล ปลูกฝังนักวิทย์สู่ธุรกิจสตาร์ตอัพ

28 ก.ย. 2561 | 13:10น.

ในประเทศไทยบุคลากรที่จบสายวิทยาศาสตร์ยังมีไม่พอเพียงต่อความต้องการของตลาดแรงงาน เหตุผลเพราะเยาวชนที่มีความถนัดทางด้านสายวิทย์มักจะเลือกเรียนคณะเฉพาะทาง เช่น แพทยศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, สถาปัตยกรรมศาสตร์ และบางคนอาจมองว่าคณะวิทยาศาสตร์เป็นการเรียนกว้าง ๆ อาจทำให้หางานทำยากกว่า

แต่ในความเป็นจริง การเรียนคณะวิทยาศาสตร์สามารถต่อยอดทำอะไรได้มากมาย เพียงแต่เยาวชนไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จึงพยายามสร้างความเข้าใจ และปั้นนักวิทย์รุ่นใหม่ ผ่านการเรียนการสอนแบบ SCI+BUSINESS เพื่อสร้างคนให้กล้าคิด-กล้าพัฒนานวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ และไม่ปิดกั้นศักยภาพในการต่อยอดความรู้สู่ธุรกิจสตาร์ตอัพ

โดยล่าสุด มธ.จึงเชิญ “ศ.โรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด กรับส์” นักเคมีชาวสหรัฐอเมริกา จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2005 มาร่วมแนะแนวทางการต่อยอดองค์ความรู้ทางวิชาการ สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงให้กับเยาวชนและนักวิชาการไทย

“ศ.โรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด กรับส์” กล่าวว่า การเรียนวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจบมาทำงานในแล็บ หรือเดินเส้นทางสายนักวิชาการเสมอไป เพราะหากเราหาความรู้เพิ่มเติม รู้รอบด้าน จะทำให้เราประสบความสำเร็จด้านธุรกิจได้ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อย่างเดียวเอาไปใช้งานได้ แต่ยังไม่ตอบโจทย์กับการแข่งขันในทางธุรกิจ ดังนั้น นักเรียน นักศึกษาต้องคิดให้รอบคอบ มองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทำความเข้าใจว่า วิทยาศาสตร์เป็นอย่างไร สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร แล้วจะเอาไปใช้ประยุกต์กับด้านธุรกิจได้อย่างไร

“สิ่งที่เราควรมีในการต่อยอดวิทยาศาสตร์ไปสู่การพัฒนาเป็นธุรกิจสตาร์ตอัพที่สร้างรายได้ และตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม คือ ทักษะในการแก้ปัญหา จากประสบการณ์ของผมเอง การย้ายตัวเองจากแวดวงการศึกษามาสู่วงการธุรกิจถือว่าค่อนข้างยาก เพราะมีบริบทแตกต่างกันมาก ในด้านวิชาการเรามีหน้าที่ปลูกฝังความรู้ และทำตามสิ่งต่าง ๆ แต่ในบริบทของการทำธุรกิจ คุณต้องโฟกัสสิ่งต่าง ๆ และไม่ใช่ทำอะไรที่เราทำได้ แต่เราต้องมองหาปัญหา และแก้ไขปัญหาให้ดี”

“นอกจากนั้น เรื่องของการหาเงินทุน เราต้องสร้างคอนเน็กชั่นกับภาคธุรกิจ และภาครัฐ แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่ทิ้งเรื่องงานวิจัย เพราะงานวิจัยเป็นต้นทางในการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ แต่คนมักจะทำงานวิจัยที่ยังไม่ตรงต่อความต้องการ ทำให้เรื่องราวที่ทำออกมาไม่ถูกนำไปใช้ และไม่มีนักลงทุนให้ความสนใจ”

ขณะที่ “รศ.ดร.สมชาย ชคตระการ” คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า ทางคณะมองเห็นถึงความจำเป็นในการผลิตคนเพื่อตอบโจทย์นโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐ ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

“เราพัฒนาโมเดลการเรียนการสอนของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ให้เป็นแบบ SCI+BUSINESS หรือนักวิทย์คิดประกอบการ ที่เน้นการผสมผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการบริหารธุรกิจเข้าด้วยกันทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ทั้งยังใช้โครงงานเป็นฐาน (project-based learning) และโจทย์ปัญหาจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเป็นฐาน (problem-based learning) สู่การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ และสามารถช่วยยกระดับสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“ที่ผ่านมานักศึกษาของคณะสามารถพัฒนานวัตกรรมได้จำนวนมาก เช่น แอป ดริ๊งเซฟ แอปพลิเคชั่นตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด พร้อมประเมินสมรรถนะในการขับขี่ และเสนอทางออกในการขับขี่ที่ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ, นวัตกรรมเหล็กกล้าจากขี้เส้นยางพารา ซึ่งเป็นการต่อยอดคุณสมบัติของคาร์บอนในขี้เส้นยางพารา สู่การสร้างรายได้เพิ่มแก่ชาวสวนยาง และลดการนำเข้าคาร์บอนในการผลิตเหล็กกล้าจากต่างประเทศ และแม่เหล็กดูดสาหร่าย นวัตกรรมที่ช่วยเก็บเกี่ยวสาหร่ายขนาดเล็กได้ไวใน 10 วินาที ตอบโจทย์อุตสาหกรรมพลังงานประเทศ”

“รศ.ดร.สุกฤษ ตันตราวงศ์” กล่าวเสริมว่า หลักสูตรผสมผสาน SCI+BUSINESS มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ และกระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เหล่านั้น เพื่อสร้างสร้างสรรค์และขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพผ่านกระบวนการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่

หนึ่ง ด้านวิชาการ พัฒนาหลักสูตรทั้งหมดใน 16 หลักสูตรภาษาไทย และ 3 หลักสูตรภาษาอังกฤษเสริมรายวิชา และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ โดยมีโครงการปริญญาตรีภาคพิเศษ สาขาวิทยาศาสตร์อุตสาหการและการจัดการ (iSC) ให้เป็นหลักสูตรนานาชาติที่เป็นวิทย์-บริหารธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ รวมไปถึงผู้เรียนสามารถเลือกศึกษารายวิชาจากคณะอื่นภายในมหาวิทยาลัยได้ด้วย

สอง ด้านการต่อยอดเชิงธุรกิจ เร่งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในเรื่องความร่วมมือในการสร้างสรรค์งานวิจัยร่วมกัน โควตาการรับสมัครนักศึกษาเพื่อฝึกงาน

สาม ด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม สนับสนุนการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ และกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นประโยชน์แก่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ผ่านคำปรึกษาจากคณาจารย์เจ้าของผลงานนวัตกรรม รางวัลการันตีจากเวทีนานาชาติ

สี่ ด้านความร่วมมือกับต่างประเทศ ขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อมุ่งยกระดับงานวิจัย และหลักสูตรการเรียนรู้ของคณะให้มีคุณภาพเทียบเท่าในระดับสากล รวมไปถึงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

“รศ.ดร.สุกฤษ” กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีนักศึกษาที่คณะราว 2,500 คน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปจำนวนนักศึกษาที่มีความต้องการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์กลับน้อยลง ถ้าเทียบกับสาขาทางสายศิลป์ แต่ด้วยชื่อเสียงที่ดีมาโดยตลอดของ มธ. ทำให้จำนวนนักศึกษาในคณะนี้ไม่ได้ลดมากนัก

“ทางคณะพยายามเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจไปยังเยาวชนระดับ ม.ปลาย ให้เข้าใจว่าการเรียนคณะวิทยาศาสตร์สามารถนำไปต่อยอดทำงานได้หลากหลายทั้งงาน research and development ในบริษัท, เป็นเจ้าของกิจการ นักวิชาการ หรือแม้กระทั่งเซลส์ ดังนั้น การเชิญ ศ.โรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด กรับส์ มาครั้งนี้ เราจึงทำการประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนระดับมัธยมให้พานักเรียนมาร่วมฟังจำนวนมาก โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”

นับว่าการเรียนวิทยาศาสตร์สามารถต่อยอดไปทำอาชีพได้มากมาย ดังนั้นเยาวชนไทยต้องมีความคิดนอกกรอบ กล้าพัฒนานวัตกรรมที่แตกต่างและสร้างสรรค์ ตลอดจนไม่ปิดกั้นศักยภาพตัวเอง ในการต่อยอดความรู้วิทยาศาสตร์ สู่นวัตกรรมสุดล้ำ หรือธุรกิจสตาร์ตอัพที่สามารถสร้างรายได้ได้ในอนาคต