มท.1 สั่งให้ “ปลัดอำเภอ”ล่าหมีขอ พ้นจากตำแหน่ง-ออกราชการไว้ก่อน
“มท.1 “ ฟันทั้งทางวินัย-อาญา “ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี๊ย” พร้อมสั่งการให้พ้นจากตำแหน่ง-ออกราชการไว้ก่อน หลังผลสอบพบมีเอี่ยวแก็งออฟโรดล่าหมีขอ อุทยานฯไทรโยค ด้าน “อธิบดีปกครอง” ให้ “ผู้ว่าฯกาญฯ” ตั้ง กก.สอบทันที
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังเมื่อวานนี้ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี นำกำลังเข้าจับกุมคณะอ๊อฟโรด รวม 12 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย พร้อมรถยนต์โฟร์วิล 6 คัน ตรวจค้นพบอาวุธปืนพกสั้นออโตเมติก 2 กระบอก กระสุน 31 นัด ปืนยาวไรเฟิล ขนาด.22 แอลอาร์ ติดกล้อง ปลายปากกระบอกติดท่อเก็บเสียง 1 กระบอก พร้อมกระสุน 34 นัดพร้อมกระสุนเอ็ม.16 อีก 20 นัด รวมทั้งซากขาหมีขอ 4 ขา ว่า ตนได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว ในเบื้องต้นนี้ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฏหมายกับปลัดอำเภอด่านมะขามเตี๊ย โดยในวันนี้จะมีคำสั่งให้นายวัชรชัย พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี๊ยเพราะจากการสอบสวนพบว่าปลัดอำเภอคนดังกล่าวน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินการทางด้านวินัยและอาญาก็เป็นไปตามกฏหมาย แต่วันนี้จะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ส่วนนายวัชรชัยจะมีส่วนในร่วมในเรื่องใดบ้างนั้น ตนยังไม่ทราบ ตนทราบแค่เพียงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแค่นั้น
ด้านร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การบริหารงานบุคคลข้าราชการระดับปลัดอำเภอในเขตจังหวัด รวมถึง การดำเนินการทางวินัยเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ตาม มาตรา 57 (11) ของ พรบ.ระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 อย่างไรก็ตาม พล.อ.อนุพงษ์ ก็ได้เน้นย้ำนโยบายในการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมการปกครองก็ได้กำชับ โดยมีประเด็นสำคัญ คือ ฝ่ายปกครองต้องยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม ในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิต มุ่งปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล ตอบสนองความต้องการของประชาชน บริการด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง เสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม รวมทั้งต้องปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จะเป็นผู้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ยืนยัน การพิจารณาจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรม ไม่ปกป้อง หากพบว่ากระทำความผิดจริงก็ต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา
ที่มา มติชนออนไลน์