เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

กนอ.เล็งต่อสัญญาเช่าที่ ร.ฟ.ท. ปลัดอุตฯปิ๊งเปิด PPP รีโนเวตตึกมักกะสัน

22 ต.ค. 2561 | 08:15น.

บอร์ด กนอ.ไฟเขียวตั้งคณะทำงานเจรจา ร.ฟ.ท.ต่อสัญญาเช่าที่มักกะสัน ก่อนหมดสัญญาปี 2565 “ปลัดพสุ” แง้ม 2 ทางเลือกย้ายที่ทำการใหม่ไปนิคมบางชัน-เปิด PPP รีโนเวตตึกใหม่จ่ายค่าเช่าเพิ่ม 3 เท่า “อุตตม” มอบนโยบายผู้ว่าการ กนอ. 25 ต.ค.นี้

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานบอร์ดการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา ตามที่ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาแนวทางการดำเนินงานและการลงทุนรูปแบบใหม่ของการนิคมฯ เนื่องจากอาคารสำนักงานการ

นิคมฯบริเวณเขตมักกะสัน ซึ่งเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย กำลังจะหมดสัญญาเช่าในปี 2565

เบื้องต้นทางคณะทำงานชุดดังกล่าวเข้าหารือกับทางการรถไฟฯไปแล้ว เพื่อขอต่อสัญญาเช่าพื้นที่เดิมตรงมักกะสัน พร้อมทั้งได้วางแนวทางรองรับไว้ 2 แนวทาง กล่าวคือ แนวทางแรก ในกรณีที่การรถไฟฯให้เช่าพื้นที่ต่อการนิคมฯ จะต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนดให้มีการลงทุนปรับปรุงหรือทุบอาคารเก่าทั้งหมดทิ้ง แล้วสร้างใหม่ให้เป็นตึกที่มีรูปแบบที่ทันสมัยแบบเดียวกันทั้งหมด ทั้งโซนมักกะสัน ตามแผนของการรถไฟฯ โดยทางการนิคมฯอาจจะใช้รูปแบบการเปิดให้ลงทุนสร้างตึกแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ (Public Private Partnership : PPP) ซึ่งถือเป็นรูปแบบการลงทุนธุรกิจแบบใหม่ของการนิคมฯ โดยจ่ายค่าเช่าเพิ่มเป็น 3 เท่า

สำหรับแนวทางที่ 2 หากการรถไฟฯไม่ต่อสัญญาทาง กนอ.จะต้องย้ายสำนักงานการนิคมฯไปที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน มีนบุรี

“แม้พื้นที่การนิคมฯจะหมดสัญญาในปี 2565 แต่เราจำเป็นต้องคุยกันไว้ก่อน ตามแผนใหญ่ของการรถไฟฯเองเขาจะเวนคืนโซนมักกะสันแถบนั้นทั้งหมด และจะจัดทำเป็นอาคารรูปแบบที่ทันสมัยทั้งโซน อาจเป็น community mall หรือ mixed-use ดังนั้น หากเราจะต่อสัญญาและตั้งอยู่ที่เดิมเราก็ต้องปรับปรุงอาคารให้เป็นไปตามรูปแบบเดียวกันทั้งโซน คณะทำงานเราก็ต้องไปศึกษาแนวทางการดำเนินงานและลงทุนรูปแบบใหม่ของเรา ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ที่เราเน้นลงทุนพัฒนาพื้นที่สร้างนิคมอุตสาหกรรมสำหรับโรงงาน แต่ในอนาคตรูปแบบเปลี่ยนไป คือ เราอาจใช้วิธีการเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนร่วมสร้างตึกใหม่กับเรา หรือเปิด PPP และเราก็เช่าพื้นที่ส่วนเดียวต่อจากตึกที่เอกชนสร้างขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แนวทางยัง

คงมีเวลาในการศึกษาเพื่อให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด โดยคณะทำงานจะรายงานความคืบหน้ากับบอร์ดที่จัดการประชุมขึ้นทุก ๆ เดือน และในวันที่ 25 ต.ค.นี้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมมอบนโยบายให้กับการนิคมฯหลังจากที่ได้ผู้ว่าการการนิคมฯคนใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติ บทบาทหน้าที่ที่มีทั้งใน พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (อยู่ระหว่างการแก้ไข) และภายใต้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 (EEC)

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2562 ว่า งานหลักจะยังคงมุ่งส่งเสริมและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับนักลงทุนและกลุ่มอุตสาหกรรมในทุกประเภทโดยเฉพาะ (S-curve)

โดย 2 พื้นที่หลัก คือ 1.การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งขณะนี้เตรียมประกาศเชิญชวนนักลงทุนในโครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ในเดือน ต.ค.นี้

และนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค จ.ระยอง 2.การพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน (SEZ) ใน จ.สระแก้ว แม่สอด (จ.ตาก) สะเดา (จ.สงขลา)

ทั้งนี้ กนอ.เตรียมเงินลงทุนไว้สำหรับปี 2562 ที่ 17,122 ล้านบาท เป็นส่วนของการลงทุน PPP ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ถึง 12,900 ล้านบาท การลงทุนด้านสาธารณูปโภคใหม่ 1,831 ล้านบาท การลงทุนในงานปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค 2,391 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม คาดว่าแนวโน้มการลงทุนใหม่ในช่วงปี 2562 จะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญสนับสนุน อาทิ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ มาตรการจูงใจให้เอกชนมาร่วมลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และ กนอ.ที่จะให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนที่เข้ามาใช้พื้นที่นิคมทุกแห่งหลังจากประกาศเป็นเขตส่งเสริมพิเศษแล้ว

สำหรับผลการดำเนินงานของ กนอ. ระยะเวลา 12 เดือน (ต.ค. 2560-ก.ย. 2561) มียอดขายพื้นที่/เช่า ที่บวกพื้นที่ของเอกชนจำนวน 1,377 ไร่ มีเงินลงทุนรวมกว่า 28,042 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 3,446 คน โดยการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมคลังสินค้า 2.อุตสาหกรรมผลิตโลหะขั้นมูลฐาน 3.อุตสาหกรรมเครื่องเรือนหรือเครื่องตกแต่งในอาคารจากไม้ แก้ว ยาง หรือโลหะอื่น ๆ 4.อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ 5.อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ ซึ่ง 5 อันดับนักลงทุนต่างชาติที่มีการลงทุนมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์

ปัจจุบัน กนอ.มีนิคมอุตสาหกรรม55 แห่ง ใน 16 จังหวัด โดยมีพื้นที่สำหรับขาย/เช่า (รวมพื้นที่ระบบสาธารณูปโภค) ประมาณ 108,470 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ที่ขายและเช่าแล้วจำนวน 88,166 ไร่ และคงเหลือพื้นที่พร้อมสำหรับขาย/เช่าอีกจำนวน 20,304 ไร่ มูลค่าการลงทุนสะสมทั้งสิ้น 2,977,973 ล้านบาท มีผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม 4,438 ราย และมีการจ้างงานรวม

ทั้งสิ้น 464,667 คน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนอ. พสุ โลหารชุน