USตัดGSPเครื่องซักผ้าเดี้ยง ซัมซุงโยกฐานผลิต-ลุ้นส่งออกปี”62โต5%
สหรัฐตัด GSP สินค้าไทย 11 รายการ กระทบส่งออก 46 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้าน สรท.ลุ้นเป้าหมายส่งออกปี”61 โต 9% ตามเดิม แม้ 11 สินค้าถูกตัดจีเอสพี “ซัมซุง” ย้ายฐานผลิตเข้าสหรัฐอเมริกา ด้านประชารัฐ D4 ฟันธงส่งออกปี”62 โต 5%
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 รัฐบาลสหรัฐประกาศผลการพิจารณาทบทวนสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) ประจำปี 2560 โดยตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย 11 รายการ (ร่วมกับอีก 14 ประเทศ) ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป เนื่องจากสหรัฐนำเข้าสินค้าดังกล่าวเกินเพดานความจำเป็นด้านการแข่งขัน (competitive need limit : CNLs) ซึ่งกำหนดไว้ 180 ล้านเหรียญสหรัฐ และหรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 50 ทั้งนี้ การตัดสิทธิจะส่งผลให้ต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ (MFN) 1-8%
สำหรับสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ GSP 11 รายการประกอบด้วย ดอกกล้วยไม้สด ทุเรียนสด มะละกอตากแห้ง มะขามตากแห้ง ข้าวโพดปรุงแต่ง ผลไม้/ถั่วแช่อิ่ม มะละกอแปรรูป แผ่นไม้ปูพื้น เครื่องพิมพ์ เครื่องซักผ้า และขาตั้งกล้องถ่ายรูป ซึ่งมีมูลค่าส่งออก 46 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 1.11% ของมูลค่าการใช้สิทธิ GSP สหรัฐ ปี 2560 สหรัฐได้ให้สิทธิ GSP ครอบคลุมสินค้าไทยกว่า 3,400 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4,150.59 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีอัตราการใช้สิทธิ 69.98% และในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.) 2561 มีการใช้ GSP ส่งออก 28.8 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 14.3% อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ไทยสามารถยื่นขอคืนสิทธิ GSP ได้ในระหว่างการพิจารณาทบทวนรายการสินค้าประจำปี
รายงานข่าวระบุว่า สินค้าเครื่องซักผ้าซึ่งเป็น 1 ใน 11 สินค้าที่ถูกตัดสิทธิจีเอสพีนั้น มีตลาดสหรัฐเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 โดยมูลค่าการส่งออกในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) มูลค่า 215.36 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 36.18% โดยผู้ส่งออกหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์, แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย), อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย, ซิวปรีมแมชีนเนอร์รี่แมนูแฟคเจอริ่ง, ไทย เอเทค โซลูชั่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการจากเกาหลีที่ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย หลังจากสหรัฐใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) กับสินค้าจากเกาหลี
นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.ยังคงประมาณการตัวเลขการส่งออกปี 2561 ว่าจะขยายตัว 9% เนื่องจากสินค้าที่ถูกตัด GSP จะกระทบต่อการส่งออกบ้างไม่มาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพส่งเข้าไปเป็นส่วนแบ่งการตลาดสูงจึงถูกตัดสิทธิ แต่หากเทียบกับมูลค่าการส่งออกรวม สินค้าไม่ได้เป็นสินค้าหลัก เช่น ทุเรียน ส่งออกไปแค่ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ กล้วยไม้ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนเครื่องซักผ้าซึ่งเดิมถูกใช้มาตรการเซฟการ์ดปรับขึ้นภาษีไปแล้ว และยังมาถูกตัด GSP ซ้ำอีกนั้น ล่าสุดผู้ผลิตหลักซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติ เช่น ซัมซุง ได้ย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐแล้วเพื่อแก้ปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ผู้ส่งออกต้องปรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ภาครัฐคงต้องดูแลผลักดันการส่งออก ดูแลเสถียรภาพค่าบาท
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธาน (ฝ่ายเอกชน) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมการค้า ธุรกิจบริการและการลงทุนในต่างประเทศ (D4) ภายใต้คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ฝ่ายภาคเอกชน เปิดเผยว่า กลุ่มประเมินว่าการส่งออกปีหน้าจะขยายตัวได้ 5.1% ลดลงจากปีนี้ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวประมาณ 7% โดยในส่วนของสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมการเกษตร คาดการณ์ภาพรวมจะขยายตัว 3% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 6% ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าและราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น