FETCO ชี้ภาวะเงินออมไทยวิกฤต หวังพ.ร.บ.กบช.หนุนค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาออกเป็นกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการพิจารณาที่อาจเหลือไม่มาก เนื่องจากรัฐบาลจะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งเร็วๆ นี้
“FETCO คาดหวังว่าสนช.จะเห็นความสำคัญและนำพ.ร.บ.กบช.ไปพิจารณา จากปัจจุบันสังคมไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ กล่าวคือ ประชากรไทย 20% จะมีอายุเกิน 60 ปี โดยยังมีปัญหาหลัก คือ การออมของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำ และมีจำนวนเงินออมหลังเกษียณน้อยมาก รวมถึงรายได้หลักของผู้สูงอายุในปัจจุบันนี้ยังมาจากบุตรหลานและการทำงานต่อหลังเกษียณ ซึ่ง 2 ส่วนดังกล่าว คิดเป็น 60% จากรายได้ผู้สูงอายุ ส่วนเบี้ยบำนาญต่างๆ คิดเป็นเพียง 6-7% ของรายได้ผู้สูงอายุเท่านั้น” นายไพบูลย์ กล่าว
ในส่วนของพ.ร.บ.กบช.ฉบับนี้จะเข้ามาช่วยเติมเต็ม โดยจะมีผลบังคับให้นายจ้างทุกคนต้องจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงาน จากปัจจุบันมีแรงงานในระบบจำนวนราว 17 ล้านคน แต่มีนายจ้างที่จัดตั้งกองทุนให้กับพนักงานเพียง 3 ล้านคนเท่านั้น ทั้งนี้ เชื่อว่าการจัดตั้งกบช.จะทำให้ประชาชนที่เกษียณอายุแล้วมีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตหลังเกษียณมากขึ้น โดยระบบบำนาญที่ดีจะต้องครอบคลุมแรงงานทั้งในและนอกระบบ แม้ว่าจะยังมีปัญหาบำนาญของแรงงานนอกระบบอยู่ แต่กบช.จะสามารถเติมเต็มรายได้หลังเกษียณของแรงงานในระบบได้
นายไพบูลย์ เสริมว่า “นอกเหนือจากเงินประกันสังคมที่มีจำนวนหลักพันบาทต่อเดือน จำเป็นจะต้องมีเงินออมอีกประเภทหนึ่งขึ้นมาเติมเต็ม คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยยกบช.จะบังคับบริษัทที่ยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คาดว่าเมื่อรวมเงินประกันสังคมและเงินสำรองเลี้ยงชีพแล้วจะเพียงพอต่อการมีชีวิตอยู่หลังเกษียณได้”
ทั้งนี้ การจัดตั้งกบช.จะช่วยลดภาระของรัฐบาล เนื่องจากเป็นเงินสมทบระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง รัฐบาลเพียงออกเป็นกฎหมายบังคับเท่านั้น และรัฐบาลสามารถใช้เงินภาษีไปดำเนินงานด้านอื่นในการพัฒนาประเทศได้ จากไม่ต้องดูแลผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้