Skip to content

“ดำรงค์ พิเดช” ค้านเฉือนป่า “ทับลาน” แจกชาวบ้าน ชี้ถ้าเพิกถอนที่นี่ได้ ที่อื่นก็ทำได้หมด แล้วป่าจะเหลืออะไร

21 ส.ค. 2560 | 17:20น.
“ดำรงค์ พิเดช” ค้านเฉือนป่า “ทับลาน” แจกชาวบ้าน ชี้ถ้าเพิกถอนที่นี่ได้ ที่อื่นก็ทำได้หมด แล้วป่าจะเหลืออะไร

จากกรณี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เตรียมการจัดสรรที่ทำกิน ซึ่งเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติทับลาน แก่กลุ่มชาวบ้าน อ.เสิงสาง และ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา จำนวน 6.7 หมื่นไร่ โดยจะดำเนินการได้ภายหลัง ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)อุทยานแห่งชาติผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้น

วันที่ 21 สิงหาคม นายธัญญาให้สัมภาษณ์ว่า ขอทำความเข้าใจว่า กรมอุทยานฯไม่ได้เอาที่ดินจากป่าอนุรักษ์ไปแจกอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสิ่งที่ชาวบ้านได้รับนั้นไม่ใช่เอกสารสิทธิที่ดิน แต่เป็นสิทธิทำกิน ห้ามมีการซื้อขาย ส่วนผู้ที่มีสิทธิจะได้รับสิทธิดังกล่าว คือ ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนในพื้นที่ โดยอยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิภายใต้มติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541

“ขั้นตอนก็คือ ให้ชาวบ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิทำกินดังกล่าว ต้องเข้ามายื่นหนังสือแสดงความจำนงค์ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่า บริเวณดังกล่าวอยู่ภายใต้มติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 หรือไม่ ที่สำคัญคือ ผู้ที่มายื่นเรื่องขอใช้สิทธิทุกคนต้องมีสถานะเป็นผู้ยากไร้ตามคำสั่ง 66/2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้หาก ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำลังพิจารณาอยู่ ผ่านกการพิจารณาของ สนช.เมื่อไหร่ ชาวบ้านก็สามารถใช้สิทธินี้ได้ทันที ตามมาตราที่ 52ไ นายธัญญา กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจาก รัฐมนตรี ทส.ลงพื้นที่ ที่อุทยานแห่งชาติทับลานเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ที่อยู่ในความทุกข์ใจมานานเรื่องที่ดินที่ตัวเองทำกินมานาน ทุกคนต่างรู้สึกยินดีเหมือนได้ปลดจากแอกความทุกข์ที่เป็นกังวลมานาน โดยชาวบ้านเหล่านี้ล้วนแต่มีอาชีพดั้งเดิมของตัวเองคือเกษตรกรรมทั้งสิ้น ยืนยันว่า งานนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนายทุน หรือมีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการทำรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศใดๆทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า หากมีกลุ่มนายทุนเข้ามาทำมั่วๆ เนียน หรือให้ชาวบ้านมาเป็นนอมินีรับสิทธิการครอบครองดังกล่าว จะตรวจสอบได้อย่างไร นายธัญญากล่าวว่า รับรองว่ากลุ่มนายทุนไม่สามารถมาเนียนใช้สิทธิ หรือให้ใครมาเป็นนอมินีได้แน่ๆ เพราะชาวบ้านที่ได้รับสิทธิคือชาวบ้านที่มีอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีเอกสารสิทธิใดๆเท่านั้น กรมอุทยานดำเนินการเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความถูกต้อง โดยทุกคนที่ได้รับสิทธิจะได้ที่ดินไม่เกิน 20 ไร่ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ 20 ไร่ทั้งหมด แต่ใครที่ทำกินมาก่อนกี่ไร่ก็จะได้เท่านั้น แต่ไม่เกิน 20 ไร่

นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย ในฐานะอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าว ในกรณีชาวบ้านที่อยู่ในป่าอนุรักษ์มาก่อน โดยผ่านการพิสูจน์สิทธิการถือครอง ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 นั้น ตนเห็นว่าสามารถอยู่ได้ แต่ต้องมีการจำกัดพื้นที่ห้ามบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มเติม หรือมีการจ่ายค่าเช่าเป็นรายปี ซึ่งเรื่องนี้มีการระบุไว้ใน พ.ร.บ.อุทยานฯ ฉบับใหม่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากเป็นพื้นที่ล่อแหลมไข่แดงใจกลางป่า ต้องอพยพคนลงมาให้หมด ให้มาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง มีการจำกัดขอบเขต และต้องมีความชัดเจนว่าตรงไหนอยู่หรือไม่ได้ อย่างไรก็ตามในกรณีของอุทยานฯ ทับลานที่ระบุว่าหาก พ.ร.บ.อุทยานฯ ไม่ผ่านการพิจารณา จะมีการเพิกถอนพื้นที่ 6.7 หมื่นไร่ ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติเพื่อให้ราษฎรสามารถเข้ามาทำกินได้นั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะไม่มีที่ไหนสามารถเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ได้นอกจากโครงการพระราชดำริ หรือโครงการสาธิตต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม ถ้าที่อุทยานฯ ทับลานเพิกถอนได้พื้นที่อุทยานฯ อื่นๆ ทั่วประเทศก็สามารถเพิกถอนได้หมด

“การเพิกถอนป่าให้ราษฎรทำกินเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและเลวร้ายที่สุด ไม่มีใครคิดทำเรื่องแบบนี้ เพราะว่าการเพิกถอนเขตอุทยานฯ ต้องมีเหตุผล ต้องเป็นโครงการที่คิดเพื่อส่วนรวม หรือให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน แต่อยู่ๆ จะไปเพิกถอนป่าอนุรักษ์ให้ราษฎรทำกินมันก็ไม่จบไม่สิ้น มีที่นี่ก็ต้องมีที่อื่นอีกต่อไปแล้วจะเหลือป่าที่ไหน ขอดูรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้งว่าเขาจะทำแนวไหน แต่เบื้องต้นยืนยันว่าไม่เห็นด้วย” นายดำรงกล่าว

 

ที่มา : มติชนออนไลน์