วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า การประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ร่วมกับประเทศส่งออกน้ำมันที่ไม่ใช่สมาชิก (นอน-โอเปก) นำโดย “รัสเซีย” ล่าสุด ผลสรุปการประชุมในวันนี้ (7 ธ.ค.) มีข้อตกลงที่จะลดการผลิตน้ำมันลงร่วมกัน เพื่อช่วยบรรเทาปริมาณน้ำมันดิบที่กำลังล้นตลาดโลกอยู่ในขณะนี้
โดยโอเปกจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 800,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกจะปรับลดกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งจะส่งผลทำให้มีการปรับลดกำลังการผลิตนเำมันดิบรวมกันที่ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยกำหนดจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนม.ค.ปี 2019
ทั้งนี้ ทางด้านรัสเซียเห็นพ้องที่จะปรับลดการผลิตน้ำมัน 200,000 บาร์เรล/วัน โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 150,000 บาร์เรล/วันที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้
ขณะที่ นาย เอ็มมา นูเอล ไอเบ คาชิควู รัฐมนตรีน้ำมันของไนจีเรีย กล่าวในฐานะหนึ่งในประเทศสมาชิกโอเปกว่า “การบรรลุข้อตกลงเกิดจากความยินยอมของกลุ่มประเทศนอกโอเปกเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรัสเซีย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนข้อตกลงนี้”
นอกจากนี้ “สตีเฟ่น เบรนน็อค” นักวิเคราะห์จาก PVM Oil ระบุว่า การประชุมครั้งล่าสุดนี้เห็นได้ชัดว่า ซาอุดิอาระเบียยกย่องให้รัสเซียมีอำนาจมากขึ้นในการร่วมกำหนดชะตากรรมของตลาดน้ำมันโลกในปัจจุบัน