ไทยรักษาชาติ แนะ 4 รัฐมนตรีใน “พลังประชารัฐ” อย่าสวมหมวกหลายใบ
ไทยรักษาชาติ แนะ 4 รัฐมนตรีใน “พลังประชารัฐ” อย่าสวมหมวกหลายใบ เชื่อ “บิ๊กตู่” หว่านเงินคนจน ปชช.แยกแยะออกว่าหวังผลการเมืองหรือไม่
ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ รองหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงผลประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ทษช. โดยที่ประชุมได้แต่งตั้ง 1. รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ 3 คน คือ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ และ นายพงศกร อรรณนพพร 2. ตั้งตั้งนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค 3. ตั้งนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เป็นประธานคณะกรรมการนโยบาย 4. ตั้งนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา 5. ตั้งนางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายสนับสนุน 6. ตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นประธานที่ปรึกษากฎหมายพรรค นอกจากนี้ ยังตั้งรองโฆษกพรรคเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง คือ น.ส.อรุณี กาสยานนท์
ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 13 ธ.ค. จะมีการประชุมเตรียมความพร้อมผู้สมัครรับเลือกตั้งและจัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดของ ทษช. ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค ตั้งแต่เวลา 10.00 -17.00 น. แบ่งเป็นช่วงเช้ามีการแสดงจุดยืน วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ของพรรค โดยมีตนและ นายจาตุรนต์ เป็นผู้เสนอกรอบความคิด ช่วงบ่ายเป็นช่วงให้ความรู้ด้านกฎหมายและ ระเบียบต่างๆ กับผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครที่เสนอตัวลงเลือกตั้งจำเป็นต้องทราบ
ร.ท.ปรีชาพล กล่าวถึงการปลดล็อกพรรคการเมืองว่า เป็นสิ่งที่สมควรที่ปลดล็อกเพราะจะมีการเลือกตั้ง ส่วนสิ่งที่พรรคต้องดำเนินการคือต้องเข้าไปทำกิจกรรมสัมพันธ์กับประชาชน รับฟังปัญหาความคิดเห็นของประชาชน ประมวลเป็นข้อมูลในการจัดทำนโยบายหาเสียง เป็นสิ่งสำคัญที่พรรคการเมืองได้ใช้โอกาสนี้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนเสนอนโยบาย จัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพื่อรองรับการสรรหาผู้สมัคร ซึ่งเวลาจำกัดมีเวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนเปิดรับสมัครเลือกตั้ง จึงต้องขึงเวลาว่าจะทำอะไรได้บ้างเพราะมีกิจกรรมเยอพอสมควร
ส่วนกรณีที่ 4 รัฐมนตรีในพรรคพลังประชารัฐยังไม่ลาออกจากความเป็นรัฐมนตรีนั้น ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ก็มีความได้เปรียบเสียเปรียบอยู่แล้ว แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่ต้องพิจารณาเรื่องความเหมาะสม ใส่หมวกสองใบควรจะเลือกสักใบ ประชาชนก็จับตาดูอยู่แล้ว ส่วนบัตรสวัสดิการประชารัฐ มองอย่างอื่นไม่ได้นอกจากหวังคะแนนนิยม เพราะเป็นโครงการที่มีชื่อเดียวกับพรรคการเมืองที่มี 4 รัฐมนตรีเป็นแกนนำอยู่ และทราบว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น 1 ในนายกฯ ของพรรค
“คาดหวังว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ให้โอกาสให้ทุกฝ่ายได้นำเสนอนโยบาย และประชาชนตัดสิน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ควรดำเนินการในช่วงนี้ ซึ่งการแจกเงินลักษณะนี้ถ้าเป็นรัฐบาลปกติทำไม่ได้อยู่แล้วในการทำงบประมาณผูกพันกับรัฐบาลหน้าที่จะเข้ามารับช่วงต่อ หรือ การโยกย้ายข้าราชการถือเป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เข้าใจว่าประเทศต้องเดิน การช่วยเหลือประชาชนต้องทำ แต่ถ้าสิ่งไหนที่เลี่ยงได้ที่ทำให้พรรคการเมืองใดได้ประโยชน์ก็ขอให้เลี่ยง เพราะประชาชนแยกแยะออกว่าสิ่งไหนทำเพื่อหวังผลทางการเมือง สิ่งไหนทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน” ร.ท.ปรีชาพล กล่าว
ร.ท.ปรีชาพล กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แนะนำให้พรรคการเมืองตกลงกัน เพื่อใช้เบอร์ผู้สมัครเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ ว่า หากใช้หมายเลขเดียวกันทั้งประเทศก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะพรรคการเมืองสามารถสื่อสารกับประชาชนได้ง่าย แต่อาจจะขัดเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาผู้ร่างต้องการจะตัดความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับประชาชน