เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“เกาหลีใต้” เลี่ยงปะทะ “จีน-มะกัน” หลังสงครามการค้าส่อพ่นพิษ รุดฟื้นสัมพันธ์เกาหลีเหนือ

14 ธ.ค. 2561 | 17:30น.

เรียบเรียงจาก เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์

ไม่ง่ายเลยสำหรับชาติเอเชียที่ต้องระแวดระวังพิษภัยจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงยาวนานระหว่างสองชาติมหาอำนาจในโลกอย่างจีน-สหรัฐอเมริกา ที่แม้ขณะนี้จะทำสัญญาสงบศึกเป็นการชั่วคราว 90 วัน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ…และนั่นอาจเกิดขึ้นกับทั้งเอเชีย หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง เช่น เกาหลีใต้!

“เกาหลีใต้” เป็นเหมือน “เนื้อ” ที่อยู่ตรงกลางแซนวิซ โดยมีจีนกับสหรัฐเป็นขนมปังประกบอยู่ การที่จะต้องพึ่งพิง “ทางการทหาร” จากสหรัฐ และขอการสนับสนุน “ทางเศรษฐกิจ” จากจีน ทำให้การเดินเกมต่างๆ ของเกาหลีใต้ระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การทูต และการทหาร ที่ดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะจากทั้งสองมหาอำนาจ

พายุสงครามการค้า เกาหลีใต้หลบภัยใต้หลังคาเวียดนาม

การปะทะกันของสงครามการค้าเป็นปัจจัยเร่งให้เกาหลีใต้ตัดสินใจย้ายบริษัทออกจากประเทศจีน และอาจส่งผลให้มีการลดลงของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก

ภายหลังจากการขึ้นค่าแรงและความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศจีน บรรดาบริษัทสัญชาติเกาหลีใต้มีการพิจารณาย้านฐานการผลิตมาเป็นระยะเวลานานก่อนหน้าสงครามการค้านี้ ขณะที่การลงทุนของบริษัทเกาหลีในประเทศจีนในช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมานี้ก็มีแนวโน้มแผ่วลง เนื่องจากการเพิ่มของต้นทุนค่าแรงชาวจีนและการแข่นขังของตลาดที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นผลมาจาก “สมุดปกขาว” หรือรายงานสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สู่สาธารณะ ของหอการค้าเกาหลีในประเทศจีน

“ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์” ผู้ผลิตโทรศัพท์รายใหญ่ของโลก ตัดสินใจปิดโรงงานผลิตอุปกรณ์ในเซินเจิ้น ประเทศจีนเมื่อปีที่แล้ว และย้ายฐานการผลิตไปสู่ประเทศเวียดนามแทน ทั้งนี้ ซัมซุงยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจปิดโรงงานในอีกแห่งในจีน (เทียนจิน) ในช่วงปลายปีนี้

ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สงครามการค้าเป็นแรงกระตุ้นให้บริษัทเกาหลีใต้หันหัวเรือการลงทุนจากจีนไปสู่ประเทศอื่น

หนึ่งในปลายทางที่น่าสนใจสำหรับเกาหลีใต้คือ “เวียดนาม” ข้อมูลการนำเข้าส่งออกของธนาคารเกาหลีระบุว่า เกาหลีใต้ลงทุนเวียดนามกว่า 1.97 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นมูลค่ามากกว่าที่เกาหลีใต้ลงทุนในจีนในช่วงครึ่งปีแรกเสียอีก (1.60 พันล้านดอลลาร์)

“ล็อตเต้” ห้างยักษ์ใหญ่สัญชาติเกาหลีใต้ กำลังมองไปยังตลาดเวียดนาม วางแผนเปิด “ล็อตเต้ มอล” ที่ “ฮานอย” เพื่อเป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งมูลค่ากว่า 600 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2020 โดยหมายรวมถึงก่อสร้างโรงแรม แฟลต สำนักงาน และคอมเพล็กซ์การค้า

ด้าน “คิม อิลซาน” หัวหน้าผู้แทนสมาคมการค้าระหว่างประเทศของเกาหลีในเวียดนาม ระบุว่า เทรดวอร์เป็นตัวกระตุ้นให้เกาหลีใต้เลือกย้ายไปลงทุนในเวียดนาม เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีศุลการกรจากการนำเข้าสินค้าจีนสู่อเมริกา

และอีกหนึ่งเหตุผลคือ ค่าแรงคนจีนที่สูงขึ้นเป็น 800 ดอลลาร์ต่อเดือนต่อคน ขณะที่ค่าแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 250-400 ดอลลาร์

สำหรับ “คิม ยุนฮี” ผู้แทนการค้าอาวุโสของสำนักงานส่งเสริมการค้าการลงทุนของเกาหลีในปักกิ่ง กล่าวว่า บริษัทเกาหลีในจีนต่างเป็นกังวลต่อสงครามการค้า

สำหรับข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐ-เกาหลี (KORUS) ฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งทรัมป์เพิ่งเซ็นเมื่อเร็วๆ นี้ อาจทำให้บรรดาบริษัทเกาหลีใต้ตัดสินใจนำธุรกิจกลับไปลงทุนที่ประเทศบ้านเกิดแทน

สิ่งอำนวยความสะดวกในสายการผลิตที่หลากหลายอาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับข้อพิพาทระบบต่อต้านขีปนาวุธ (THAAD) ได้

กระชับสัมพันธ์เกาหลีเหนือ ลดความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน

มากไปกว่าการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีน เกาหลีใต้กำลังแสดงอิทธิพลเหนือคาบสมุทรเกาหลี

ปี 2018 คือปีแห่งการโอนอ่อนเข้าหากันของสองเกาหลี ประธานาธิบดี “มุน แจอิน” และ ผู้นำแห่งเกาหลีเหนือ “คิม จองอึน” ต่างไขว่คว้าโอกาสอันดีเพื่อทำงานร่วมกัน ซึ่งเกาหลีใต้มุ่งมั่นที่จะฟื้นคืนความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือด้วยการเข้าประชุมสุดยอดเกาหลีถึงสามครั้งตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

หนึ่งในเหตุผลเบื้องลึกของการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือคือ การทลายอุปสรรคเหนือคาบสมุทรเกาหลีในขณะที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งสหรัฐและจีน

“ปาร์ค เบียงซึง” ผู้บัญญัติกฎหมายเกาหลีใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ของมุน แจอิน กล่าวว่า โซลพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะวางตัวเป็นกลาง โดยพัฒนาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ทางอำนาจ

“ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนอาจไม่ใช่เพียงวาระทางการค้า หากแต่ท้ายที่สุดอาจจย่ำแย่ถึงขั้นจุดชนวนเกิดสงครามทางสกุลเงินและปิโตรเลียม”

“คาบสมุทรเกาหลีจะกลายมาเป็นปัจจัยรองทันที หากประชุมสุดยอดเกาหลีไม่ได้กระชับความสัมพันธ์ขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมุนจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีเป็นพิเศษ เพราะทั้งหมดนี้จะนำมาซึ่งอำนาจแก่เกาหลีใต้ให้เอาชนะปัญหาทางโครงสร้างที่กำลังคุกรุ่นระหว่างสหรัฐและจีน เพื่อให้เกาหลีได้ประโยชน์มากที่สุด” บู ซองชัน นักวิจัยด้านเกาหลีเหนือศึกษาจากมหาวิทยาลัยยอนเซ โซล กล่าว

ลุยแผ่อิทธิพล ขยายกำลังเหนือน่านน้ำ

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความไม่แน่นอนของคำสัญญาทางการทหารของสหรัฐ เกาหลีใต้เองก็ฟื้นคืนกองกำลังป้องกันประเทศ

เกาหลีใต้ประกาศแผนการขยายกองกำลังทางทะเลเมื่อเดือนตุลาคม เพื่อเป็นการลาดตระเวนในช่วงเวลาเดียวกันกับที่จีนแผ่ขยายกองกำลังเหนือทะเลจีนใต้

“มุน จางเนียว” ศาตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยป้องกันชาติเกาหลี กล่าวว่า เกาหลีใต้ได้พิจารณามานานแล้วว่าการสร้างกองกำลังทัพเรือจะช่วงเสริมให้ประเทศมีความแข็งแกร่งท่ามกลางประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ การตัดสินใจที่จะลดหรือเลิกเป็นไปได้ยาก มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มศักยภาพมากกว่า

“แต่โอกาสที่เกาหลีใต้จะเผชิญข้อพิพาททางทะเลจีนใต้มีน้อย สุดท้ายแล้วเป้าหมายหลักคือการบาลานซ์อำนาจในภูมิภาค มากกว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาทั้งหลาย”

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
.
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!