ฝุ่นเมืองกรุงเริ่มคลี่คลาย วันนี้เกินมาตรฐานแค่ 5 จุด กทม.ขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่ง-ลดของใช้ส่วนตัวศพ
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่าสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กๆม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 22 ธันวาคม ว่า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งมีสถานการณ์ดีขึ้นจากเมื่อ วันที่ 21 ธันวาคม พบค่าฝุ่นระหว่าง 35 – 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มก./ลบ.ม.) ซึ่งค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 มก./ลบ.ม. สำหรับพื้นที่ที่เกินมาตรฐานค่าฝุ่นละออง ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ

นายประลอง กล่าวว่า ทั้งนี้คพ. ได้ประสานแก้ไขปัญหาร่วมกับกรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีการติดตามตรวจสอบและรายงานสถานการณ์ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การคาดการณ์และแจ้งเตือนประชาชนรับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง การดำเนินการ 1 เขต 1 ถนนสะอาด การตั้งจุดตรวจจับรถควันดำและบังคับ ใช้กฎหมาย การตั้งจุดตรวจสอบควันดำจากรถโดยสารสาธารณะ การเพิ่มความถี่ในการล้างถนนและดูดฝุ่นถนน การรณรงค์เรื่องการดูแลรักษารถเพื่อลดมลพิษ การควบคุมฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้าง สื่อสารแนะนำการปฏิบัติตนแก่ประชาชน รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เปลี่ยนมาใช้ระบบสาธารณะ งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งงดใช้รถยนต์ที่มีควันดำอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนี้ คพ. ได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรตั้งจุดตรวจจับรถควันดำบริเวณถนนกาจญนาภิเษก เพื่อควบคุมกำกับดูแลการระบายมลพิษจากยานพาหนะให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองจากยานพาหนะ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของปัญหา คาดการณ์ว่าภายใน 1-2 วันสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศทันสถานการณ์ ผ่าน เว็บไซด์ www.air4thai.pcd.go.th และ แอพพลิเคชั่น air4thai


ด้าน นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า ได้เฝ้าระวังสถานการณ์ ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรการเชิงรุกเพื่อลดฝุ่นละออง โดยรณรงค์ให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ หมั่นบำรุงรักษารถ ควบคุมการเผาในที่โล่ง ไม่เผาขยะ และส่งเสริมการใช้เตาลดมลพิษในการประกอบการปิ้งย่าง นอกจากนี้สำนักอนามัยและสำนักงานเขต 50 เขต ได้ลงพื้นที่ดูแลให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติงานเตาเผาศพเกี่ยวกับการใช้เตาเผาศพให้เป็นไป ตามมาตรฐานและถูกสุขลักษณะ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดการใส่วัสดุต่างๆลงไปในหีบศพมากเกินความจำเป็น เช่น กระดาษเงิน กระดาษทอง ผ้าห่มหนาๆ ของใช้ส่วนตัวของผู้ตาย เป็นต้น
นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ประชาชนควรดูแลสุขภาพและป้องกันฝุ่นละออง โดยติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ ปิดประตู หน้าต่าง ไม่ให้ฝุ่นละอองเข้ามาภายในอาคาร รวมทั้งดูแลทำความสะอาดภายในอาคารด้วยการเช็ด ถู หลีกเลี่ยงการกวาดเพราะจะทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหรืออาคาร หรือในบริเวณพื้นที่ที่มีมลพิษสูง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคระบบทางเดินหายใจ โรคเยื่อบุตาอักเสบ ควรงดออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง และกิจกรรมที่ออกแรงหนัก รวมทั้งสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย ควรจัดเตรียมยาหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมเสมอ หากมีความจำเป็นต้องอยู่นอกอาคารควรสวมหน้ากากอนามัยที่มีมาตรฐาน มีความแนบกระชับกับใบหน้า สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ เช่น หน้ากากอนามัยชนิดป้องกัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (N95) และหากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากการเฝ้าระวังของโรงพยาบาลในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ยังไม่มีรายงานผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนหรือการเสียชีวิต ส่วนโรคระบบทางเดินหายใจมีแนวโน้มคงที่ และมีรายงานผู้ป่วยโรคตาแดงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจำนวนผู้ที่เข้ารับบริการในห้องฉุกเฉินยังไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบจากช่วงปกติ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ กลุ่มผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก กลุ่มผู้ที่ทำงานนานกว่า 12 ชั่วโมงในที่โล่งแจ้ง และผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ และโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้น อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเยื่อบุตาอักเสบ และโรคผิวหนัง
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วิธีป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนเข้าสู่ร่างกาย มี 5 มาตรการ “หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด” คือ 1.หลีกการสัมผัสฝุ่นละออง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ 2.ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นละออง หมั่นทำความสะอาดบ้านทุกวัน 3.ใช้หน้ากากที่มีประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้ เช่น N95, P100 4.เลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำงานนานกว่า 12 ชั่วโมงในที่โล่งแจ้ง 5.ลดการใช้รถยนต์และการเผาขยะ ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น หายใจติดขัด แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ ให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลโดยเร็ว หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ที่มา มติชนออนไลน์