เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

“โตโยต้า” ฝ่าวิกฤตตลาดหดตัว ดันยอดขายปีหมูทอง 3.3 แสนคัน

26 ม.ค. 2562 | 21:36น.
วันก่อน “มิจิโนบุ ซึงาตะ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมทีมผู้บริหาร ตั้งโต๊ะแถลงถึงทิศทางและแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงเปิดแนวรุกในการขับเคลื่อนตลาด 

ยื่นลงทุนรถอีวี 

รัฐบาลได้กำหนดเส้นตายให้ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนอีวี เมื่อสิ้นเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ยื่นขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่วนกรอบเวลาในการเปิดตัวนั้น เงื่อนไขของบีโอไอได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า จะต้องผลิตรถยนต์ใน 3 ปี

นับจากได้รับบัตรส่งเสริม ซึ่งตรงนี้ถือเป็นกรอบระยะเวลาที่บีโอไอกำหนดไว้อยู่ ดังนั้น พอจะใช้กรอบเวลานี้อนุมานได้ว่า ถ้าโตโยต้าจะผลิตรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และอีวี ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนเวลานี้ ส่วนเม็ดเงินในการลงทุนนั้น แพ็กเกจดังกล่าวจะต้องใช้เวลาในการศึกษา มูลค่าการลงทุนที่ยื่นไปที่บีโอไอนั้นเป็นวงเงินขั้นต้น แต่คงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

2 โรงงานรับสิทธิ์อีอีซี

การยื่นขอเข้าไปอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นที่ทราบกันว่า รัฐบาลต้องการโปรโมตและส่งเสริม โตโยต้ายินดีที่จะสนับสนุนรัฐบาล ส่วนแผนจะผลิตโมเดลใดที่โรงงานเกตเวย์ และบ้านโพธิ์นั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างศึกษาแพ็กเกจที่เหมาะสมว่าสุดท้ายประเทศไทยสมควรใช้รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรืออีวี โรงงานของเรามีพื้นที่ใช้ประโยชน์ได้อีกจำนวนมาก

ขึ้นไลน์ผลิตแบตเตอรี่

ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เรามีแผนใช้โรงงานเกตเวย์ขึ้นไลน์ผลิตแบตเตอรี่ ทำร่วมกับซัพพลายเออร์ภายใต้โครงการ 3R rebuild, reuse และ recycle ช่วงต้นจะเป็นการนำชิ้นส่วนหลักเข้ามาประกอบ จากนั้นบริษัทจะพยายามเพิ่มความเข้มข้นของโรงงานผลิตในประเทศไทยให้มีศักยภาพสูงสุด

จากไฮบริดสู่ปลั๊ก-อินและอีวีสเต็ปการผลิตของโตโยต้าตอนนี้มีไฮบริดแล้ว สเต็ปต่อไปคือปลั๊ก-อิน ไฮบริดก่อน แล้วไปรถอีวี คำตอบนี้ถึงแม้เราจะเคยส่งสัญญาณว่ามันต้องเป็นแบบนั้น แต่เนื่องจากกรอบเวลาของบีโอไอ ทั้งปลั๊ก-อิน ไฮบริด และอีวี กำหนดไว้ภายใน 3 ปี นับจากได้รับบัตรส่งเสริม วันนี้ยังถือว่าเร็วไปว่าโตโยต้าจะเปลี่ยนไปเป็นอีวี หรือยังคงเดินตามแผนเดิม เราต้องดูความชัดเจนอีกระยะ

แม้ว่าโตโยต้าจะยื่นขอบีโอไอไปใน 2 เทคโนโลยีนั้น แต่เราต้องการเวลาที่จะศึกษารายละเอียดอีกระยะถึงความเหมาะสมสำหรับประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

ยันตลาดปี 2562 หดตัว

สำหรับยอดขายรถยนต์ในปี 2561 ที่ผ่านมา มียอดขายรวม 1,039,158 คันเพิ่มขึ้น 19.2% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 397,542 คัน โต 14.8% รถเพื่อการพาณิชย์ จำนวน 641,616 คัน โต 22.1% และถือเป็นการขายเกิน 1 ล้านคัน เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของตลาดรถยนต์ไทย โตโยต้าทำได้ 315,113 คัน โต 31.2% มีส่วนแบ่งตลาด 30.3% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 112,394 คัน เพิ่มขึ้น 16.3% รถเพื่อการพาณิชย์ 202,719 คัน เพิ่มขึ้น 41.2%

ส่วนตลาดส่งออกนั้น รวมมูลค่า 273,844 ล้านบาท ลดลง 2.6% ส่วนปี 2562 คาดว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมน่าจะอยู่ 1 ล้านคัน ลดลง 3.8% เนื่องจากมีปัจจัยลบพอสมควร โดยโตโยต้าตั้งเป้าปีนี้ไว้ที่ 330,000 คัน เพิ่มขึ้น 4.7% มีส่วนแบ่งตลาด 33% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 120,400 คันเพิ่มขึ้น 7.1% รถเพื่อการพาณิชย์ 209,600 คัน เพิ่มขึ้น 3.4% และตั้งเป้าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

270,000 คัน ลดลง 8% คิดเป็นมูลค่า 137,303 ล้านบาท ส่งออกชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ มูลค่า 120,662 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยเป็นเงินทั้งสิ้น 257,965 ล้านบาท ลดลง 5.8% ซึ่งโตโยต้าได้ปรับลดกำลังการผลิตรถยนต์เพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกลง 2% เหลือ 577,000 คัน

จับตาผลกระทบใกล้ชิด 

สำหรับปัจจัยที่ยังต้องจับตาสำหรับตลาดในประเทศและตลาดส่งออกรถยนต์ปีนี้ คือ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยที่น่าจะมีผลต่อยอดขายรถยนต์ในประเทศ สงครามทางการค้าระหว่างอเมริกาและจีน รวมถึงเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ โดยเฉพาะจีนถือเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของประเทศไทย ปีละ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หากเศรษฐกิจประเทศจีนหดตัว ผลกระทบจะมีถึงประเทศไทยอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งเร็ว ๆ นี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีโดยหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้น และไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ในฐานะนักธุรกิจคาดหวังที่จะเห็นความสงบ รวมถึงความต่อเนื่องจากนโยบายที่ดี ๆ ต่อไป