เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

5 นายพลในสมรภูมิเลือกตั้ง ดันกองทัพปรับแผนพ้นบ่วงการเมือง

06 ก.พ. 2562 | 16:30น.

หน้าม่านการเลือกตั้ง 2562 เปิดฉากอลังการ ด้วยภาพการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 350 เขตเลือกตั้ง พร้อมปาร์ตี้ลิสต์ และบัญชีนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค

และละครเลือกตั้ง 2562 ถูกนำไปเปรียบเทียบกับละครเลือกตั้งหลังการรัฐประหารในอดีต ไม่ว่าการเลือกตั้งหลังรัฐประหาร 2500 การเลือกตั้งหลังรัฐประหาร 2511 หรือการเลือกตั้งหลังรัฐประหารปี 2521

แต่สำหรับเลือกตั้ง 2562 เมื่อนายทหารนอกราชการ บางคน บางสาย ที่ฝังตัวอยู่ในพรรคการเมือง ไม่ได้เดินเป็นทำนองเดียวกับผู้มีอำนาจเสมอไป ยังปักหลักยืนคนละฝั่งกับกองทัพ เตรียมปฏิรูปกองทัพหากมีอำนาจการบริหารประเทศ

คนแรกอยู่ในพรรคอนาคตใหม่ ที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นหัวหน้าพรรค วางตัว “พล.ท.พงศกร รอดชมภู” รองหัวหน้าพรรค ไว้อยู่ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 6 และถูกวางตัวไว้ให้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปักธง “ปฏิรูปกองทัพ”

คนที่สองในพรรคเพื่อไทย “พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พ่วงตำแหน่งเป็นหัวหน้าศูนย์ต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้ง (ศตท.) จับพิรุธการเลือกตั้ง 2562

คนที่สาม ในพรรคไทยรักษาชาติ พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่สลัดเครื่องแบบสีเขียวหลังเกษียณอายุราชการ มาสวมเสื้อคลุมนักการเมืองอาชีพ

การเปิดตัวเมื่อ 20 พ.ย. 2561 กลายเป็นเรื่องร้อนการเมือง เมื่อเขาวิจารณ์การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

สิ้นเสียงของ “พล.อ.ยศนันท์” ก็เกิดอาฟเตอร์ช็อกการเมืองไปถึงทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ในฐานะพี่ใหญ่ คสช. ออกมาตอบโต้ทันทีว่า “พล.อ.ยศนันท์” เป็น “จิ้งจก (เปลี่ยนสี) ไม่ควรนำเรื่องของ คสช.ไปพูด”

หลังจากวันนั้น “พล.อ.ยศนันท์” ก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย …นี่คือ นายทหารนอกราชการ ที่อยู่พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ตั้งป้อมค่ายอยู่คนละฝั่งกับ คสช.

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า พล.อ.ยศนันท์ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติแล้ว และจะกลับมาใช้ชีวิตทหารเกษียณธรรมดาคนหนึ่ง

ส่วนคนที่สี่ “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” อดีตหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ผู้นำคณะรัฐประหาร 2549 ซึ่งในการเลือกตั้ง 2562 พาตัวเองเข้าไปอยู่ใต้ชายคาพรรคชาติไทยพัฒนา สวมเสื้อกั๊ก “ปรองดอง” อีกหน

เช่นเดียวกับคนที่ห้า อีก 1 นายทหารนอกราชการ คือ “พล.อ.ประยุทธ์” ซึ่งถูกพรรคพลังประชารัฐ แห่ขันหมากสู่ขอให้เป็นนายกฯของพรรค และยังอยู่ในการตัดสินใจ

“ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข” นักวิชาการด้านความมั่นคง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์บทบาททหารหลังเลือกตั้งไว้ 2 ทางว่า 1.ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯต่อ บทบาททหารต้องปรับ เพราะกองทัพไม่สามารถเข้ามามีบทบาทได้โดยตรง เนื่องจากไม่ใช่รัฐบาลทหารแบบเดิม 2.ถ้าพรรคเป็นฝั่งที่ไม่ใช่ คสช.เข้ามาเป็นรัฐบาล คงมีการผลักดันให้มีการปรับบทบาททหารในทางการเมือง

“ต้องดูว่าผลการเลือกตั้ง พรรคที่ไม่ใช่พรรค คสช.จะมีเสียงมากได้เพียงใด ถ้าพรรคที่ไม่ใช่พรรค คสช.ได้เสียงข้างมากในสภา ก็จะมีโอกาสผลักดันการปรับบทบาทของกองทัพได้มากขึ้น”

แต่ “ตัวแบบ” ที่ “ศ.ดร.สุรชาติ” ห่วงที่สุด คือ “พล.อ.ประยุทธ์” แพ้การเลือกตั้ง ถ้าตัดสินใจเล่นการเมือง เพราะในอดีต ไม่มีรัฐบาลทหารคณะไหน คุม ส.ส.หลังเลือกตั้งอยู่

ในปี 2500 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจ แล้วให้ จอมพล ถนอม กิตติขจร คุม เพื่อไปรักษาตัว จอมพลถนอมเขียนจดหมายหาจอมพลสฤษดิ์ว่า คุม ส.ส.ไม่ได้ คือ สาเหตุการรัฐประหารในปี 2501

หลังการเลือกตั้ง 2511 พรรคสหประชาไทยของจอมพลถนอม ต้องรวมเสียงกับพรรคอันดับ 2 ซึ่งเป็น ส.ส.อิสระไปร่วมรัฐบาล สุดท้ายก็คุม ส.ส.ไม่ได้ ต้องรัฐประหารตัวเอง ถ้าสมมติ พปชร.ตั้งรัฐบาลในฐานะที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ก็จะคล้ายกับปี 2511 คือ คุม ส.ส.ไม่ได้

อนาคตการเมือง 5 นายพล ในการเมือง 2 ขั้ว เลือกตั้ง 24 มีนาคม จะเป็นบททดสอบชีวิต