เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

Splinternet เมื่อโลกอินเทอร์เน็ตแยก 2 ขั้ว

10 ก.พ. 2562 | 00:16น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก โดย นงนุช สิงหเดชะ

 

แผน Made in China 2025 หรือ Industry 4.0 อันเป็นยุทธศาสตร์ของจีนในการปฏิรูปเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้สหรัฐอเมริกาในยุค โดนัลด์ ทรัมป์ หวาดกลัวความรุดหน้าด้านเทคโนโลยีของจีนจนต้องเปิดศึกการค้าด้วยการตั้งกำแพงภาษี ซึ่งได้สร้างความหวาดหวั่นว่าการค้าโลกจะหมุนกลับไปยังจุดเดิม คือถอยห่างจากโลกาภิวัตน์แล้วกลับไปสู่การกีดกันการค้า

หากสรุปอย่างย่อ ๆ แผน Made in China 2025 ของจีนก็คือพิมพ์เขียวของรัฐบาลจีนที่มีจุดมุ่งหมายจะเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีของโลกในหลายด้าน ด้วยเหตุนั้นจะเห็นว่าสหรัฐอเมริกาดำเนินการหลายอย่างเพื่อสกัดกั้นจีนทั้งโดยตรงและผ่านประเทศพันธมิตร เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไม่ยอมให้บริษัทหัวเว่ยของจีนเข้าร่วมวางโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5 จี

การบาดหมางกันของสองยักษ์ใหญ่โลก ไม่เพียงสั่นสะเทือนรูปโฉมโลกแห่งการค้าโดยรวม หากแต่สั่นสะเทือนไปถึงรูปโฉมของอินเทอร์เน็ตโลกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญและผู้เฝ้าสังเกตการณ์เริ่มมีการถกเถียงกันถึง “แนวโน้ม” ในอนาคตของอินเทอร์เน็ตโลกว่าจะเป็นอย่างไร ล่าสุดประเด็นนี้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในงานประชุมสภาธุรกิจระดับโลก “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม” ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนที่ผ่านมา

ไคฟู ลี ประธานบริหารของไซโนเวชั่น เวนเจอร์ส ทำนายว่า ใน 5 ปีข้างหน้าโลกจะพบกับปรากฏการณ์ “อินเทอร์เน็ตแยกเป็น 2 ขั้ว” หรือที่เรียกว่า splinternet ซึ่งมาจากคำว่า split (แยก) รวมกับคำว่า internet โดยขั้วหนึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา อีกขั้วนำโดยจีน ทั้งนี้ ถึงแม้ splinternet จะยังไม่มีคำนิยามที่ลงตัวเป็นเอกฉันท์ แต่มีบางคนชี้ว่าเป็นไปได้ที่ในอนาคตจะเห็นแอปพลิเคชั่นและบริการต่าง ๆ ของทั้งจีนและอเมริกาครอบครองอินเทอร์เน็ตโลกฝ่ายละครึ่ง

ซีอีโอของไซโนเวชั่น เวนเจอร์สระบุว่า เมื่ออินเทอร์เน็ตแยกเป็น 2 สายเช่นนี้ ประเทศอื่น ๆ ที่เหลือก็จะเลือกใช้บริการอินเทอร์เน็ตไปตามขั้วใครขั้วมัน เช่น อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีแนวโน้มจะเลือกใช้บริการแอปพลิเคชั่นของจีน ในขณะที่สหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ ก็จะไม่ใช้แอปพลิเคชั่นของจีน แต่จะใช้ของอเมริกา

“ถ้าหากคุณมองไปที่ประชาชนทั้งโลกที่มีโทรศัพท์มือถือแล้วนับว่าพวกเขาใช้แอปพลิเคชั่นของจีนเท่าไหร่ ของอเมริกาเท่าไหร่ ผมว่าตัวเลขอาจจะอยู่ที่ 50/50” ไคฟู ลี ระบุ

อันที่จริงบริษัทใหญ่ ๆ ของจีน ไม่ว่าจะเป็นอาลีบาบา เทนเซนต์ ต่างเร่งขยายบริการไปต่างประเทศ ทั้งการเข้าซื้อกิจการหรือร่วมลงทุนในบริษัททั่วเอเชีย เช่น อาลีบาบา เข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัทอีคอมเมิร์ซ “ลาซาด้า” เทนเซนต์ลงทุนแอปพลิเคชั่น “โก-เจ็ก” ในอินโดนีเซีย ที่ให้บริการคล้าย “แกร็บ” ตั้งแต่บริการเรียกยานพาหนะ รับส่งของ ส่งอาหาร รับจองตั๋วและอีกสารพัด

ไม่เพียง ไคฟู ลี เท่านั้นที่ทำนายถึงปรากฏการณ์โลกอินเทอร์เน็ตที่แยกเป็นสายอเมริกาและสายจีน แต่มีอีกหลายคน เช่น เอริก ชมิดท์ อดีตประธานบริหารของกูเกิลก็เคยทำนายเอาไว้แบบเดียวกันนั่นคือ โลกอินเทอร์เน็ตในอนาคตจะมีจีนกับอเมริกาเป็นผู้นำ

ทั้งจีนและสหรัฐไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องอินเทอร์เน็ต แต่ยังแข่งกันทุกด้านเกี่ยวกับเทคโนโลยี รวมทั้งปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ซึ่งถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีสำคัญยิ่งในการสนับสนุนอุตสาหกรรมและกำหนดรูปโฉมของอินเทอร์เน็ตในอนาคต โดยผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าสหรัฐอาจตามหลังหรือไล่ไม่ทันจีนในเรื่อง AI

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ปัจจุบันถึงแม้สหรัฐจะแข็งแกร่งกว่าในแง่การวิจัย AI แต่จีนเคลื่อนตัวได้เร็วกว่าในแง่การลงมือปฏิบัตินำ AI มาใช้ จีนมีข้อมูลมากกว่า มีการใช้งาน AI มากกว่า เนื่องจากรัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริม AI ดังนั้น หากมองจากสถานการณ์ปัจจุบันเป็นไปได้ที่จีนจะแซงสหรัฐภายใน 5 ปีในเรื่อง AI