สุรินทร์ จันทร์เพียร วิพากษ์แพเมืองกาญจน์ “ขาดเสน่ห์” นอมินีต่างชาติฮุบกิจการท่องเที่ยว
สัมภาษณ์
“จังหวัดกาญจนบุรี” หรือเมืองกาญจน์ คือหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความงามทางวัฒนธรรมและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ปรากฏให้เห็นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่วันนี้ด้วยอัตราการขยายตัวของธุรกิจในทุกด้านได้ส่งผลให้เริ่มเกิดปัญหาหลายจุดตามมา โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่กำลังมีปัญหารอบด้าน “ดร.สุรินทร์ จันทร์เพียร” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงภาพลักษณ์ของเมืองกาญจน์ในวันนี้ที่แตกต่างจากอดีตที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง อาจจะเรียกได้ว่าเริ่ม “ขาดเสน่ห์” ไปเสียแล้ว
นักท่องเที่ยวหายเศรษฐกิจซบ
ในอดีตที่ผ่านมาจังหวัดกาญจนบุรีมีนักท่องเที่ยวสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันหลายเชื้อชาติในแต่ละช่วงเวลา เช่น เกาหลี จีน รัสเซีย ยุโรป โรงแรมและที่พักมียอดจองเต็มตลอดทั้งปี จนกระทั่งในปี 2561 เกิดเหตุการณ์หลายอย่างส่งผลโดยตรงต่อยอดนักท่องเที่ยวจีนลดลง 40-50% ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต ปัญหาในสนามบิน หรือแม้กระทั่งการสัมภาษณ์ของรองนายกรัฐมนตรี ส่วนนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นทยอยลดน้อยลงตามไปด้วย ทั้งปัญหาเกี่ยวกับวีซ่า ความปลอยภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งภาพรวมรายได้การท่องเที่ยวของกาญจนบุรีจากที่มีตัวเลขใกล้เคียงกับจังหวัดภูเก็ตเริ่มลดน้อยลง เพราะส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับล่างถึงระดับกลาง ซึ่งกระจายเม็ดเงินไปสู่ชุมชนโดยตรง ทั้งแม่ค้าขายข้าวแกง เกษตรกรชาวสวนผัก ร้านกาแฟริมทาง

เมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มหดตัวพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนเริ่มลดลงตามไปด้วย แม้กระทั่งฤดูการท่องเที่ยวท้ายฝนต้นหนาวในช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคม ไม่มีอะไรดีขึ้น แม้จะมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวมาจากรัฐบาลในยุคก่อนมาจนถึงปัจจุบัน แต่ทุกนโยบายไม่มีความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
“ปีที่ผ่านมาเมืองกาญจน์มีนักท่องเที่ยวประมาณ 7 ล้านคน เป็นคนไทยและชาวต่างชาติอย่างละครึ่ง ต่างชาติมักมาอยู่ยาวเป็นอาทิตย์ หรืออย่างต่ำ 3 คืน ส่วนคนไทยเป็นวัยทำงาน ซึ่งกำลังซื้อตอนนี้ลดลงมาก รายได้จากนักท่องเที่ยวก็ลดลง 40-50% จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดประมาณวันละ 2,000 คน ตอนนี้เหลือเพียงวันละ 300-400 คน ตัวผมเองเคยซื้อของเข้าร้านวันละเป็นแสนบาท ตอนนี้เหลือเพียงวันละ 3-4 หมื่นบาท”
แพกระทบหนัก กฎหมายล้ำลำน้ำ
“ดร.สุรินทร์” กล่าวต่อไปว่า เรื่องการจัดการแพเป็นอีกเรื่องที่สำคัญสำหรับเมืองกาญจน์ที่รัฐบาลไม่เข้าใจ เพราะแพริมน้ำคือเสน่ห์การท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี การจะปรับแพ จัดระเบียบแพจะทำให้จะขาดเสน่ห์ไป เดิมทีพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 ระบุเรื่องการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดลงไปในแม่น้ำ ลำคลอง กฎหมายระบุไว้ว่า แพสามารถยื่นลงไปในแม่น้ำได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของลำน้ำ แต่ในปัจจุบันระบุว่าไม่เกิน 1 ใน 5 ส่วนของลำน้ำ เป็นกฎหมายที่บังคับใช้ทั่วประเทศ โดยไม่ได้มีการทำประชาคมแต่อย่างใด ขณะที่แม่น้ำแควกว้าง 170 เมตร ไม่มีเรือขนส่งสินค้า หรือธุรกิจขนส่ง มีเพียงเรือหางยาวสัญจรไปมา ทำให้กฎหมายข้อดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและชาวบ้านเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากแม่น้ำแควปัจจุบันมีแพรวมทั้งจังหวัดที่เป็นห้องพักหลายพันห้อง และแพนั่งประมาณ 400 แพ
ทั้งนี้ แพล่องแม่น้ำของเมืองกาญจน์ถือเป็นจุดขายที่สะท้อนวิถีชาวบ้านอย่างแท้จริง เพราะพื้นที่ริมน้ำของทั้งจังหวัดเป็นธรรมชาติ และยังคงวิถีดั้งเดิมที่อยู่ติดกับลำน้ำ ตั้งแต่พื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ไทรโยค กระจายตัวออกไปจนถึงแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเริ่มเกิดแพขึ้นมาตั้งแต่ปี 2528 มาจนถึงปัจจุบัน หากมีการจัดระเบียบจะทำให้เสน่ห์ของแพที่เคยขึ้นชื่อของเมืองกาญจน์ซึ่งเป็นความต้องการของลูกค้าหายไปเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่า “ขาดเสน่ห์” ไป
อ่วมต่างชาติถือครองกิจการ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องทุนจากต่างประเทศเข้ามาบุกในพื้นที่ โดยการเทกโอเวอร์ หรือเข้าซื้อกิจการของคนไทยในรูปแบบของนอมินี เพราะเมื่อสถานการณ์ด้านท่องเที่ยวมีปัญหา ผู้ประกอบการซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม สนามกอล์ฟ และอีกหลายกิจการต้องปิดตัวลง บางรายถูกยึดกิจการผ่านธนาคาร มีการจำนำกิจการกับชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นทุนจีน และหากดูจากภาพรวมทั่วประเทศปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ต่างชาติถือสิทธิ์ครองที่ดินในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 100 ล้านไร่ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ อเมริกา ยุโรป
“การท่องเที่ยวไทยถือว่าเป็นจุดขายที่ชาวบ้านสามารถได้เงินโดยตรงจากนักท่องเที่ยว แต่ต้องแก้ประการแรกคือเรื่องการเมือง จากนี้ไปจะเป็นอย่างไร 2.เรื่องทุน 3.ความปลอดภัย 4.การอำนวยความสะดวก
สำหรับเมืองกาญจน์มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดคือ 1.สะพานข้ามแม่น้ำแคว 2.น้ำตก 3.ทะเลสาบ เป็นแหล่งที่ผู้คนนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ เป็นสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเป็นปอดของเมืองไทยได้ แต่มีประเด็นปัญหาถูกกล่าวอ้างว่า ที่ดินของชาวบ้านทับซ้อนกับที่ดินของภาครัฐที่เป็นปัญหาเก่ามานาน ทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน การฉวยโอกาสของผู้ประกอบการในช่วงปรับผังเมืองที่ต้องแก้ไขกันต่อไป รวมถึงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเรื่องเจ้าหน้าที่ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ ต้องแก้ไขกันต่อไปให้ได้”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
