พาณิชย์ทำแผนบุกตลาดจีน ลั่นภายใน 3-6 เดือนตัวเลขปรับตัวดีขึ้น
พาณิชย์ เผยทำแผนตลาดจีน พร้อมเร่งบุกทำตลาดตั้งแต่ กพ. 62 มั่นใจ 3-6 เดือนตลาดจีนตัวเลขปรับตัวดีขึ้น พร้อมจัดกิจกรรมเจรจาการค้าเพิ่ม ล่าสุดจัดงานเจรจาจับคู่ธุรกิจ เชื่องานนี้เกิดคำสั่งซื้อสินค้าทันทีในงาน 200 ล้านบาท
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดทำแผนบุกตลาดจีนเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเดินหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป โดยจะเน้นเจาะตลาดเป็นรายมณฑล 10 มณฑลเป้าหมาย เชื่อว่าภายใน 3-6 เดือนการส่งออกไปตลาดจีนจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะทำให้การค้า การส่งออกในตลาดดังกล่าวมีการกระตุ้นการค้ามากขึ้น นอกจากนี้การเดินทางเข้ามาจัดตั้งสำนักงานฮ่องกง พร้อมการนำคณะภาคเอกชนเดินทางมาไทย จะทำให้ฮ่องกงเป็นช่องทางหนึ่งในการขยายตลาดเข้าตลาดจีนมากขึ้น
สำหรับการทำตลาดอื่นๆ เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐ อียู กรมฯก็ทำแผนบุกตลาดเต็มที่ พร้อมกับการจัดกิจกรรมเจรจาการค้า ซึ่งจะดูเป้าหมายเป็นรายสินค้า และรายประเทศ และกิจกรรมงานแสดงสินค้า ซึ่งจะดำเนินการเต็มที่ในปีนี้ เพื่อกระตุ้นการส่งออกให้ได้ตามเป้าหมาย ล่าสุด กรมฯ จัดกิจกรรม (Sourcing Forum) ครั้งนี้เพื่อกระตุ้นการส่งออก ผลักดันให้สินค้าของไทยขยายส่วนแบ่งตลาดในอาเซียน เอเชียตะวันออก โอเชียเนีย เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกาและอเมริกา
อีกทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะ สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และเจรจาการค้ากับนักธุรกิจเจ้าของกิจการ/ผู้นำเข้า/ผู้จัดจำหน่ายและ online superstore จากประเทศเป้าหมาย โดยแบ่งเป็น 2 กิจกรรม คือ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ 1 วัน และพาผู้ซื้อจากต่างประเทศไปเยี่ยมชมกิจการโรงงานของผู้ประกอบการไทย ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ณ บริษัทเส้นหมี่ชอเฮง ไทย โคโคนัท จำกัด เยี่ยมชมสวนทุเรียนธีรภัทรและโรงงานแปรรูปผลไม้จันทบุรี โกลบอล ฟูดส์

สำหรับการเจรจาจับคู่ธรกิจ ทางกรมได้เชิญผู้ซื้อจากทั่วโลกกว่า 136 บริษัท ในกลุ่มห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก อาทิ ห้างต้าชาง, Hangzhou Lianhua, 759 Store จากจีนและฮ่องกง, Reliance Retail, Future Retail จากอินเดีย, Makro, Big C จากอาเซียน และ On-Line Platform อาทิ Alibaba.com, JD, PayTM, NYKAA เป็นต้น มาเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการ SMEs ของไทย อาทิ เช่น กลุ่มวิสาหกิจการเกษตร กลุ่มสหกรณ์ผู้ประกอบการผลไม้ ตลอดจนผู้ส่งออกไทย อาทิ เช่น ดอยคำ, หยั่นหว่อหยุ่น, แม่ประนอม, แม่ศรีเรือน, อำพลฟู๊ด, ถ้วยทองโอสถ, วีทีแหนมเนือง, อาหารยอดคุณ, โตโยต้าทูโช, คิวรอน (ยาสีฟัน สปาร์คเกิล), อิชิตัน, ยูโรฟู๊ด, ไทยสแตนเลสสตีล, อภัยภูเบศ, มหาวิทยาลัยรังสิต, บีทาเก้น, ซาบีน่า, สหพัฒน์, ซีพี เป็นต้น เพื่อเลือกซื้อสินค้าไทยนำไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ตามสาขาของห้างฯ หรือบน On-line Platform ในต่างประเทศต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาจับคู่ธุรกิจสำหรับสินค้าผลไม้สดและผลไม้แปรรูประดับพรีเมี่ยมส่งออกไปเฉพาะตลาดจีน ฮ่องกงและไต้หวัน โดยมีผู้ซื้อจากประเทศจีนกว่า 47 บริษัท อาทิเช่น Herma Fresh, Qingdao Dongfang Dingxin International Farm and Sideline Products Trading Centre, Carrefour, Shanghai Fruit Day, Kunming Parkson Department Store เป็นต้น เพื่อสนับสนุนผู้ปประกอบการไทยที่เข้าร่วมงาน สำหรับการส่งออกสินค้าผลไม้สดและแปรรูปของไทยไปยังตลาดโลกปี 2561 มีมูลค่า 4,372.58 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าหลักคือ ลำไยสด ทุเรียนสด และสับปะรดกระป๋อง ตลาดส่งออกหลัก คือ จีน และสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Sourcing Forum) ทั้ง 2 งาน มีผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจเข้าร่วมเจรจาการค้าถึง 500 บริษัท คาดว่าจะเกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 1,000 คู่ มูลค่าซื้อขายเกิดขึ้นภายในงาน ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท และไม่น้อยกว่า 1,800 ล้านบาท ภายใน 1 ปี