Skip to content

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังประธานเฟดส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

27 ก.พ. 2562 | 17:20น.
ดอลลาร์อ่อนค่า หลังประธานเฟดส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/2) ที่ระดับ 31.33/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (16/2) ที่ระดับ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทมีความผันผวนจากปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ สำหรับปัจจัยในประเทศจะต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยที่จะมีการเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ (28/2) ส่วนปัจจัยนอกประเทศ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 131.4 จากระดับ 121.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดไว้ที่ระดับ 124.8 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี

ทั้งนี้ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นคาดว่าเป็นผลจากการกลับมาทำงานปกติของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ รวมถึงความคาดหวังว่าข้อตกลงทางการค้าจะบรรลุโดยเร็ว อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาปรับตัวอ่อนค่าลง หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวานนี้ (26/2) โดยย้ำว่าเฟดจะใชัความอดทนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการตัดสินใจด้านนโยบายอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เฟดได้รับ พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยง ซึ่งเฟดกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับนโยบายหากมีความจำเป็น โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.31-31.43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/2) ที่ระดับ 1.138/3/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (26/2) ที่ระดับ 1.1364/66 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่หลังจากที่ประธานเฟดได้ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันค่าเงินปอนด์และยูโรยังคงได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนจากการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) โดยวานนี้ (26/2) นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเปิดเผยว่า รัฐสภาอังกฤษมีโอกาสที่จะเลื่อนกำหนดวันสิ้นสุดที่อังกฤษจะถอนตัออกจากสหภาพยุโรป หากรัฐสภาไม่สามารถอนุมัติข้อตกลงกับสหภาพยุโรปภายใน 12 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1373-1.1400 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1390/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/2) ที่ระดับ 110.55/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (26/2) ที่ 110.84/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาดโลก ส่งผลให้นักลงทุนถือครองเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.36-110.62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ธ.ค. (27/2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (28/2) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2561 (28/2) ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือน ก.พ. (28/2) ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ม.ค. (1/3) รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือน ม.ค. (1/3) ดัชนีภาคการผลิตเดือน ก.พ.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISMz) (1/3) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (1/3)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.1/-2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.1/+1.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ