เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สัมปทานรังนกพัทลุง 500 ล้านไร้เอกชนยื่นซองประมูล จี้มหาดไทยปลดล็อกกฎหมาย ดันส่งออกจีน
เศรษฐกิจภูมิภาค สัมปทานรังนกพัทลุง 500 ล้านไร้เอกชนยื่นซองประมูล จี้มหาดไทยปลดล็อกกฎหมาย ดันส่งออกจีน
หนี้ครัวเรือนสูง 86% ดึงยอดปฏิเสธกู้บ้านพุ่ง 50% สูงสุดรอบ 5 ปี BAM ผุดโมเดลพลิกบ้านมือสอง
Finance หนี้ครัวเรือนสูง 86% ดึงยอดปฏิเสธกู้บ้านพุ่ง 50% สูงสุดรอบ 5 ปี BAM ผุดโมเดลพลิกบ้านมือสอง
‘เอกนัฏ’ ลุยตรวจจุดน้ำมันรั่วพระราม 3 พบต้นตอแล้ว สั่ง 2 บริษัทเร่งแก้ไข-เยียวยาความเสียหาย
Politics ‘เอกนัฏ’ ลุยตรวจจุดน้ำมันรั่วพระราม 3 พบต้นตอแล้ว สั่ง 2 บริษัทเร่งแก้ไข-เยียวยาความเสียหาย
ไอคอนสยามจัดงานรักษ์โลก ครบรอบปีที่ 5 ชวนคนกทม.ลดขยะ สร้างเมืองยั่งยืน
SD ไอคอนสยามจัดงานรักษ์โลก ครบรอบปีที่ 5 ชวนคนกทม.ลดขยะ สร้างเมืองยั่งยืน
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 69,250 บาท
ประธาน ตลท.จี้รัฐเคาะ TISA ปีนี้ เร่ง Dual-Class Shares ดึงทุนเข้าไทย
Finance ประธาน ตลท.จี้รัฐเคาะ TISA ปีนี้ เร่ง Dual-Class Shares ดึงทุนเข้าไทย
KTB เคาะปันผลระหว่างกาล 0.48 บาท/หุ้น ขึ้น XD 22 ก.ย. จ่าย 8 ต.ค.
Finance KTB เคาะปันผลระหว่างกาล 0.48 บาท/หุ้น ขึ้น XD 22 ก.ย. จ่าย 8 ต.ค.
บีโอไอ อัดฉีด 4,800 ล้าน เสริมแกร่งธุรกิจไทย-ปั้นบุคลากรทักษะสูงกว่า 7.6 หมื่นคน
Economic บีโอไอ อัดฉีด 4,800 ล้าน เสริมแกร่งธุรกิจไทย-ปั้นบุคลากรทักษะสูงกว่า 7.6 หมื่นคน
เปิดตัว ChatGPT Images 2.5 อัปเกรดสร้างภาพ AI แก้ไขแม่นกว่าเดิม ละเอียด-เร็วขึ้น 50%
Tech เปิดตัว ChatGPT Images 2.5 อัปเกรดสร้างภาพ AI แก้ไขแม่นกว่าเดิม ละเอียด-เร็วขึ้น 50%
MTC ขายหุ้นกู้ Social Bond สกุลเงินบาท ชูดอกเบี้ย 2.65-4% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 27-29 ต.ค.นี้
Finance MTC ขายหุ้นกู้ Social Bond สกุลเงินบาท ชูดอกเบี้ย 2.65-4% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 27-29 ต.ค.นี้
ดูทั้งหมด

“สกลธี” เผย กทม.เล็งชง “บิ๊กป้อม” ไฟเขียว 3 โครงการถนน-สะพาน แก้รถติดย่านแจ้งวัฒนะ

05 มี.ค. 2562 | 16:29น.

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณถนนแจ้งวัฒนะอันเนื่องมาจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี) ที่สำนักงานเขตหลักสี่ พร้อมลงพื้นที่ตรวจแนวการก่อสร้าง

นายสกลธีกล่าวว่า สืบเนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) และในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้มอบหมายให้ กทม.ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องดูแล และแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งที่อยู่ระหว่างรอก่อสร้างและกำลังก่อสร้าง กทม.จึงได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักการโยธา กทม. สำนักงานหลักสี่ สำนักงานเขตบางเขน แขวงการทางกรุงเทพ กรมทางหลวง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท ธนารักษ์ ธนสินทรัพย์ จำกัด สำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ด สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทุ่งสองห้อง สน.บางเขน เป็นต้น หารือเพื่อหาทางการแก้ไขปัญหาการจราจร เพราะนอกจากส่งผลกระทบให้การจราจรติดขัด เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางของประชาชนแล้ว ปริมาณรถยนต์ที่หนาแน่นยังทำให้เกิดการสะสมตัวของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ขณะเดียวกัน ได้กำหนดให้หลังจากนี้มีการประชุมเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ก่อนนำผลรายงานต่อคณะทำงานของ พล.อ.ประวิตร ทราบต่อไป

“สำหรับสภาพปัญหาการจราจรปัจจุบัน ขณะก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าพบว่าการจราจรติดขัดในพื้นที่เขตหลักสี่ เขตบางเขน และพื้นที่เทศบาลนครปากเกร็ด อาทิ บริเวณหน้าศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ (ฝั่งขาเข้าและขาออก) ถนนเลียบคลองประปา สะพานข้ามแยกบางเขน โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็น เบื้องต้นได้มอบหมายแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรขณะก่อสร้างรถไฟฟ้า แบ่งเป็น มาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น ได้แก่ 1.ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างขยับแนวกั้นพื้นที่ก่อสร้าง (แบริเออร์) ในพื้นที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ รื้อสิ่งกีดขวางจราจรในพื้นที่ที่ยังไม่ก่อสร้าง เพื่อเพิ่มช่องจราจรให้ประชาชนใช้สัญจรได้สะดวก ให้จัดทำป้ายแจ้งเตือนก่อนถึงพื้นที่ก่อสร้างให้ชัดเจนทุกพื้นที่และติดตั้งแสงสว่างเพิ่มเติม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและปริมาณรถยนต์สะสม 2.ให้ รฟม.จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการจัดการจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ และให้เจ้าหน้าที่เทศกิจร่วมกวดขันรถยนต์ในชั่วโมงเร่งด่วน รวมถึงให้ตำรวจหมั่นตรวจตรา สอดส่องไม่ให้รถแท็กซี่หรือรถโดยสารจอดแช่เพื่อรอรับผู้โดยสารบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น หน้าห้างสรรพสินค้า เป็นต้น และ 3.ให้ติดป้ายทางลัดบอกทางเพื่อระบายรถบนถนนแจ้งวัฒนะ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางเพิ่มเติมและรายงานมายังผู้บริหาร กทม.พิจารณา” นายสกลธีกล่าว

นายสกลธีกล่าวว่า ส่วนมาตรการระยะยาว สำนักการโยธา กทม.อยู่ระหว่างดำเนินการ 1.โครงการต่อเชื่อมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนกำแพงเพชร 6 (ถนนหมายเลข 8) โดยใช้งบประมาณ 95 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง คาดจะแล้วเสร็จกลางปีนี้ 2.โครงการถนนเลียบคลองประปาตะวันออกเชื่อมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะกับถนนสรงประปา งบประมาณ 110 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเวนคืนพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งใช้พื้นที่เวนคืนของ กทม.ทั้งหมด คาดจะแล้วเสร็จภายใน 2562-2563 ส่วนโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือ 3.โครงการก่อสร้างถนนหมายเลข 10 ผ่านพื้นที่ของการประปาภูมิภาค (กปภ.) เชื่อมต่อกับถนนประชาชื่น ซอย 14 (เลียบคลองประปา) คาดใช้งบปี 2564 จำนวน 60 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน กทม.ยังไม่สามารถเจรจาเพื่อขอใช้พื้นที่ของ กปภ.ได้ 4.โครงการก่อสร้างทางยกระดับฝั่งขาเข้าจากถนนแจ้งวัฒนะ เข้าสู่ซอยแจ้งวัฒนะ 5 และ 5.โครงการก่อสร้างทางยกระดับจากศูนย์ราชการฯ ออกสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ทั้งนี้ โครงการที่ 3, 4 และ 5 กทม.จะนำเสนอไปยังคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ พิจารณาให้โครงการเกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อรองรับโครงการสร้างพื้นฐานของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในอนาคต

 

ที่มา : มติชนออนไลน์