เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

“มิตรผล” ปลดล็อกการศึกษา ดัน ร.ร.ร่วมพัฒนาสู่ศตวรรษที่ 21

26 มี.ค. 2562 | 10:11น.

การจัดการศึกษายุคใหม่ เพื่อบ่มเพาะเด็ก และเยาวชนให้มีทักษะการเรียนรู้ในศวรรษที่ 21 จำเป็นต้องอาศัยระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อมุ่งสร้างทักษะอย่างรอบด้านตั้งแต่เด็ก ขณะเดียวกัน หน้าที่ในการจัดการเรื่องดังกล่าวไม่ได้จำกัดแต่เพียงหน่วยงานภาครัฐ หรือส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

เพราะการจัดการศึกษาในปัจจุบัน ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีบทบาทร่วมกันในการบริหารจัดการ ตั้งแต่สถาบันครอบครัว, ชุมชน ตลอดจนภาคธุรกิจ โดยใช้ความเชี่ยวชาญ และจุดแข็งของแต่ละส่วนมาช่วยกันสนับสนุนการศึกษาในด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมทักษะแห่งอนาคตให้แก่ผู้เรียน

จากความสำคัญดังกล่าว โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) จึงถูกริเริ่มขึ้นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคเอกชน ที่มีความคล่องตัว มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และต่อยอดหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษา โดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้กำหนดนโยบาย และช่วยสนับสนุน ส่งเสริมในการร่วมทลายกรอบ หรือข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานดังกล่าวบรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้

“ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่าจากการที่รัฐบาลมีนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลง เพี่อช่วยขับเคลื่อนประเทศให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลก โดยแนวทางหนึ่งที่สำคัญคือการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างจริงจัง

“ไม่ว่าจะเป็นการปรับหลักสูตรเพื่อเตรียมทักษะ และอาชีพที่สอดคล้องกับชุมชน, การปรับเปลี่ยนแนวทางการสอนเพื่อมุ่งเน้นการเรียนรู้จากสถานที่จริง และประสบการณ์จริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการโรงเรียน สร้างความเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างแท้จริง ที่สำคัญ ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และหากทุกฝ่ายร่วมมือกันแล้วเชื่อว่าจะเป็นการวางรากฐานให้คนรุ่นใหม่มีคุณภาพ และศักยภาพทัดเทียมนานาชาติได้”

โดยหนึ่งในภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมต่อการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาคือกลุ่มมิตรผลที่ร่วมสนับสนุนโรงเรียนจำนวน 6 แห่ง ใน 4 จังหวัด ด้วยการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาของโรงเรียน พร้อมจัดหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนสนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากรครู เทคโนโลยี และอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และขับเคลื่อนสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะและคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชน

“อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่าด้วยหลักปรัชญาร่วมอยู่ ร่วมเจริญ ของกลุ่มมิตรผล ที่มุ่งพัฒนาและสร้างความยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้การทำงานร่วมกับภาครัฐ ชุมชน โรงเรียน และผู้ปกครอง ในการบริหารจัดการและร่วมพัฒนาสถานศึกษา เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชน

“ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจและอุตสาหกรรมในชุมชนนั้น ๆ ตลอดจนเป็นแหล่งบ่มเพาะทักษะที่จะช่วยให้เด็ก เยาวชนมีอาชีพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป”

“การเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา กลุ่มมิตรผลจึงนำแนวทางการเรียนการสอนแบบ Mitr Phol 21st Century Skill Teaching มาปรับใช้ โดยหลักสูตรดังกล่าวประยุกต์มาจากหลักสูตร IXL ของสหรัฐอเมริกา ที่มุ่งเน้นการบ่มเพาะทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (self-learning) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (life-long learning) ซึ่งไม่ได้มีแค่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่การเรียนรู้ยังได้จากการลงมือทำจากประสบการณ์จริง อันจะทำให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์เป็น มีความคิดสร้างสรรรค์ ปรับตัวได้เร็ว รู้จักการทำงานเป็นทีม และสื่อสารเพื่อนำเสนอผลงานได้ ทักษะเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21”

“ขณะเดียวกัน เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นมันสมองของชุมชน กลุ่มมิตรผลยังให้การสนับสนุนการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้สอน ทั้งในด้านวิชาการ และทักษะด้านอารมณ์ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการใช้ภาษาอังกฤษ ตลอดจนการพัฒนาปรับปรุงห้องเรียน และสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในชุมชน”

สำหรับล่าสุด กลุ่มมิตรผลปรับปรุงห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสมสะอาดพิทยาสรรพ์ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ให้มีความทันสมัย พร้อมเปิดศูนย์เรียนรู้ (Learning Center) ที่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งเอื้อต่อการเรียนการสอนสมัยใหม่ ทั้งยังมีมุมสืบค้นข้อมูล และมุมเรียนรู้เรื่องหุ่นยนต์ (robotic) เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เสริมสร้างจินตนาการ และฝึกการเขียนโปรแกรมบังคับหุ่นยนต์ อีกทั้งยังมีมุม workshop สำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน ฝึกทักษะฝีมือและฝึกอาชีพ โดยนักเรียน ผู้ปกครอง และคนในชุมชนสามารถเข้ามาใช้งานได้แม้ในวันหยุด

“สุพรรณ์ แก้วนิสสัย” ผู้อำนวยการโรงเรียนสมสะอาดพิทยาสรรพ์ กล่าวเสริมว่านอกจากการได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนในการช่วยพัฒนาคุณภาพ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตให้กับนักเรียนแล้ว กลุ่มมิตรผลยังเข้ามาช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์ และระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และเหมาะสมต่อการเรียนรู้ของทุกคน

“ที่สำคัญยังช่วยปรับปรุงหลักสูตรร่วมกับครู และผู้นำชุมชน เพื่อให้ได้แนวทางการเรียนการสอนด้านอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทของนักเรียน อย่างการทำผักกางมุ้ง, การทำถั่วตัด และสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสื่อการสอน ทั้งห้อง Learning Center ที่ทุกคนสามารถใช้เป็นแหล่งสืบค้นความรู้และข่าวสารในการเรียนและการประกอบการอาชีพได้ทุกวัน”

โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาที่กลุ่มมิตรผลเข้าไปสนับสนุน จึงนับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบในการขับเคลื่อนภาคการศึกษายุคใหม่ เพื่อบ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่ให้มีความรู้ มีศักยภาพ และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งยังช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา มิตรผล