การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระบบเหย้า-เยือน นัดแรก ประจำค่ำคืนวันที่ 10 เมษายน ไฮไลต์อยู่ที่การพบกันระหว่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิด โอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของบาร์เซโลน่า ว่าที่แชมป์ลาลีก้า สเปน ฤดูกาลนี้
เกมนี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองทีมโคจรมาดวลกันในเวทียุโรป นับตั้งแต่เกมรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2010-11 ซึ่งเกมนั้น บาร์ซ่า อัด แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ที่เวมบลีย์ สเตเดียม โดยแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยแพ้ บาร์เซโลน่า คารังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมยุโรป จากการดวลกันมา 4 ครั้ง (ชนะ 2 เสมอ 2) และครั้งนี้ถือเป็นการเจอกันครั้งแรกนับตั้งแต่เกมที่ “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเชือด บาร์ซ่า 1-0 ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อฤดูกาล 2007-08
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือผีแดง จัดทัพ 11 คนแรกลงสนามประกอบด้วย ดาบิด เด เคอา, แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา, เฟร็ด, ดิโอโก้ ดาโลต์, มาร์คัส แรชฟอร์ด และโรเมลู ลูกากู
ส่วน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือทีมแข้งต่างดาวจัดทีม 11 ชุดแรกประกอบด้วย มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น , จอร์ดี้ อัลบา, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, เคราร์ด ปีเก้, เนลสัน เซเมโด้, อีวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตูร์, ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และฟิลลิปเป้ คูตินโญ่
ครึ่งแรก บาร์เซโลน่า เริ่มต้นเกมได้ดีกว่า ครองบอลได้เยอะกว่าตามสไตล์ถนัด นาทีที่ 4 กลายเป็นแมนฯ ยู ได้ลุ้นก่อนจังหวะแรกจากการยิงฟรีคิกนอกกรอบ 25 หลาของ แรชฟอร์ด บอลเฉี่ยวเสานิดเดียว
นาทีที่ 12 ทีมต่างดาวได้ประตูออกนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่ เมสซี่ ตักบอลไปหน้าประตูทางเสาสอง ซัวเรซ โหม่งบอลย้อนมาหน้าประตูแต่บอลไปแฉลบเอวของ ลุค ชอว์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป
แมนฯ ยู พยายามเร่งเครื่องหวังทวงประตูคืน แต่ไม่สามารถไล่ทวงสกอร์คืนได้ จบเกมแมนฯ ยูไนเต็ด พ่าย บาร์เซโลน่า 0-1
นัดที่สอง แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องบุกไปเยือน บาร์เซโลน่า ที่ถิ่นคัมป์นู เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ในคืนวันที่ 17 เมษายน เวลา 02.00 น. ตามเวลาเมืองไทย
ส่วนอีกคู่ ระหว่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดทีมจาก เนเธอร์แลนด์ ดวลกับ “ม้าลาย” ยูเวนตุส จากอิตาลีจบเกมเสมอกันไปในนัดแรก 1-1
นัดที่สอง ยูเวนตุส จะกลับมาเล่นในบ้านที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลี รับมือ อาแจ็กซ์ฯ ในคืนวันที่ 17 เมษายน เวลา 02.00 น. ตามเวลาเมืองไทย

ที่มา:มติชนออนไลน์