เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
Columns เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
Economic บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
Tech นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
บอนด์ยีลด์กระชากขึ้นทั่วโลก จับตาต้นทุนธุรกิจขยับ-หุ้นกู้เรตติ้งต่ำระดมทุนยากขึ้น
Finance บอนด์ยีลด์กระชากขึ้นทั่วโลก จับตาต้นทุนธุรกิจขยับ-หุ้นกู้เรตติ้งต่ำระดมทุนยากขึ้น
สถาปัตย์ จุฬาฯ ขนทัพกูรูชื่อดังถอดเคส “Wellness Real Estate” ปั้นอสังหาฯรับสังคมสูงวัย
Real Estate สถาปัตย์ จุฬาฯ ขนทัพกูรูชื่อดังถอดเคส “Wellness Real Estate” ปั้นอสังหาฯรับสังคมสูงวัย
ของปลอมพุ่ง 36.45% พาณิชย์เร่งบังคับใช้กฎหมาย-เดิน IP Work Plan กับ USTR
Economic ของปลอมพุ่ง 36.45% พาณิชย์เร่งบังคับใช้กฎหมาย-เดิน IP Work Plan กับ USTR
ปราบนอมินีอสังหาฯ สะเทือนมู้ดตลาด “ชลบุรี” กระทบ 5 ทำเล ยอดขายหาย 100 ยูนิต
Real Estate ปราบนอมินีอสังหาฯ สะเทือนมู้ดตลาด “ชลบุรี” กระทบ 5 ทำเล ยอดขายหาย 100 ยูนิต
‘ออมสิน-กรุงไทย’ เปิดตัวสินเชื่อเติมทุนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส 3 โครงการ ใช้ข้อมูล ‘AI นกกระซิบ’ คิดดอกเบี้ยต่ำ-ดึง บสย. ค้ำได้
Finance ‘ออมสิน-กรุงไทย’ เปิดตัวสินเชื่อเติมทุนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส 3 โครงการ ใช้ข้อมูล ‘AI นกกระซิบ’ คิดดอกเบี้ยต่ำ-ดึง บสย. ค้ำได้
ไทยช่วยไทยพลัส  จุดติด-เฟสใหม่ต้องมี
Columns ไทยช่วยไทยพลัส  จุดติด-เฟสใหม่ต้องมี
ดูทั้งหมด

โต๊ะเจรจา “ญี่ปุ่น-สหรัฐ” ฤๅสงครามการค้าคู่ใหม่ ?

01 พ.ค. 2562 | 17:45น.

ท่ามกลางความตึงเครียดของ “สงครามการค้า” ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกายังคงร้อนระอุ ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐยังคงเปิดศึกรอบด้าน ผ่านมาตรการทางการค้าที่กดดันให้หลายประเทศยอมทำตามความต้องการ รวมถึง “ญี่ปุ่น” คู่ค้าสำคัญของสหรัฐ

การเยือนยุโรปและอเมริกาเหนือรวม 6 ประเทศ ของนายกรัฐมตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ระหว่าง 22-29 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหารือและกระชับความสัมพันธ์ในทุกมิติ ก่อนที่จะมีการจัดการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 20 ประเทศ (จี 20) ที่เมืองโอซากาของญี่ปุ่น ในเดือน มิ.ย.นี้

สิ่งที่หลายฝ่ายจับตามองก็คือ การเจรจาระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางการค้า เพราะทั้งสองประเทศต่างใช้มาตรการกำแพงภาษีตอบโต้ซึ่งกันและกัน จนทำให้สหรัฐขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง

“รอยเตอร์ส” รายงานว่า ทริปการเยือนสหรัฐครั้งนี้ มีการหารือทวิภาคีโดยทรัมป์เรียกร้องให้ญี่ปุ่นยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร อันเป็นสินค้าส่งออกหลักของสหรัฐ เนื่องจากญี่ปุ่นเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรสูงมาก

ขณะที่อาเบะได้ตอบโต้ว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นได้ยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐ แต่สหรัฐก็ยังมีการจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่นอยู่ถึง 2.5%

ก่อนหน้านั้นได้มีการหารือระหว่าง “โทชิมิซึ โมเตกิ” รัฐมนตรีกระทรวงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น และ “โรเบิร์ต ลิธเซอร์” ตัวแทนการค้าของสหรัฐ โดยญี่ปุ่นจะปรับลดภาษีสินค้าเกษตรลง ในระดับเดียวกับอัตราภาษีที่ญี่ปุ่นเรียกเก็บจากประเทศอื่น ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)

นายอาเบะยังระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นได้ลงทุนในสหรัฐไปแล้วกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสมัยการเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ ในปี 2017

หลังการพบกันของสองผู้นำ ทรัมป์ได้ประกาศระหว่างหาเสียงที่กรีนเบย์ รัฐวิสคอนซินว่า ญี่ปุ่นมีแผนจะลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐ มูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลจากที่สหรัฐเคยกดดันบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นให้เพิ่มการลงทุนและการจ้างงาน ด้วยการขู่ว่าจะขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้าเป็น 25% ซึ่งเป็นความพยายามแก้ปัญหาการว่างงานที่สูงของรัฐบาลทรัมป์

แม้ว่าการหารือระหว่างสองผู้นำจะยังไม่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน แต่ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา “โตโยต้า มอเตอร์” ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้ประกาศจะลงทุนเพิ่มในสหรัฐอีก 30% หรือ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2021 แผนการลงทุนใหม่นี้จะสร้างงาน 600 ตำแหน่งในสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าจะเดินหน้าหารือกันต่อไปเพื่อสร้างดุลทางการค้า รวมถึงการสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก โดยทรัมป์กล่าวว่า จะสามารถบรรลุข้อตกลงทวิภาคีได้ในการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน พ.ค.นี้

เมื่อเทียบกับการเยือน “แคนาดา” ของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่มุ่งปรับปรุงข้อตกลง “CPTPP” ซึ่งมีผลบังคับใช้กับประเทศสมาชิก 11 ประเทศ ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2017 หลังจากที่สหรัฐถอนตัวออกไป ถือว่ามีสัญญาณการเจรจาที่ดีกว่า “ญี่ปุ่นกับสหรัฐ”

โดยนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวทำให้การส่งออกเนื้อวัวของแคนาดาไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า นับว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งแคนาดาและญี่ปุ่น ครอบคลุมถึงภาคธุรกิจและประชาชนในภูมิภาค ทั้งยังกล่าวว่า “จุดยืนของเราอยู่ตรงข้ามการถอนตัวของอเมริกา” ขณะที่นายอาเบะชี้ว่า ข้อตกลง CPTPP ควรเป็นต้นแบบของการค้าเสรีและเป็นธรรมแห่งศตวรรษที่ 21

แม้ว่าการเจรจาระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐผ่านไปด้วยดี แต่ท่าทีที่แตกต่างของการเจรจาระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐและแคนาดา ต้องรอพิสูจน์ว่า นโยบายเอกเทศของทรัมป์จะสามารถแก้ปัญหาขาดดุลการค้าของสหรัฐได้หรือไม่ เพราะหลายประเทศก็ต่างหันมาแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศในโลกปัจจุบัน