เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

GAME CHANGER PART II ธนรัชต์ เจน 3 “ฮั่วเซ่งเฮง” ขี่กระแสดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่

29 พ.ค. 2562 | 17:37น.

พายุดิจิทัลดิสรัปชั่น (Digital Disruption) ที่ก่อตัวขึ้นเคลื่อนผ่านและส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจทองคำ ห้างทอง “ฮั่วเซ่งเฮง” 1 ในสมาชิก 5 เสือเยาวราช ซึ่งเป็นผู้เล่นในธุรกิจทองคำมานานเกือบ 70 ปี เริ่มปรับตัวผ่านบริการรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อมาเสริมความแข็งแกร่ง ภายใต้การบริหารของ “ธนรัชต์ พสวงศ์” ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล ที่ต้องเข้ามารับไม้ต่อในวันที่เกมธุรกิจหันเข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ

“เราก็เห็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในหลายปีที่ผ่านมา สำหรับธุรกิจทองคำ จริง ๆ เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในเรื่องความสะดวกมากกว่า เราเริ่มจากจุดนั้น มากกว่าการที่คิดว่าเทคโนโลยีจะมาดิสรัปต์”

“ธนรัชต์” เท้าความว่า ห้างทองฮั่วเซ่งเฮงเคยเผชิญวันที่ลูกค้าเข้ามาซื้อขายทองจำนวนมาก จนอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ ทั้งเครื่องนับเงิน เครื่องแฟกซ์ และเครื่องถ่ายเอกสารต่างพร้อมใจกันเสียในวันเดียวกัน หรือสถานการณ์ที่พนักงานในร้านยังไม่ทันนับเงินจากการขายทองคำให้ลูกค้าเสร็จ แต่ลูกค้าต้องการขายทองคำคืนให้กับร้าน หลังราคาทองคำต่างประเทศปรับขึ้นสูง

ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้เป็นผลจากการที่ลูกค้าสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารต่างประเทศผ่านอินเทอร์เน็ตได้แบบเรียลไทม์ สะท้อนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยี ซึ่งก็ทำให้ถึงเวลาที่ฮั่วเซ่งเฮงต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย

ฮั่วเซ่งเฮงเริ่มต้นจากการทำโมบายเทรดดิ้ง (Mobile Trading) ซึ่งทำให้บริษัทได้เห็นว่าการทำธุรกรรมบนโลกดิจิทัลนั้นไร้พรมแดน จากเดิมลูกค้าต้องการซื้อทองคำจะต้องมาซื้อที่เยาวราช แต่บนโมบายเทรดดิ้งลูกค้าอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถซื้อทองคำได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งก็ทำให้เราเพิ่มกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงช่วยให้บริษัทมีช่วงเวลาการให้บริการลูกค้าได้ยาวนานขึ้น จากที่ร้านทองปิด 5 โมงครึ่ง แต่โมบายเทรดดิ้งทำให้ลูกค้าสามารถซื้อขายได้ตลอดเวลา

ขี่กระแสดิจิทัลตอบโจทย์ลูกค้า

“ธนรัชต์” เล่าว่า เมื่อสามารถทำธุรกรรมเองได้บนมือถือ เดี๋ยวซื้อ เดี๋ยวขาย ก็เป็นการเพิ่มช่องทางการให้บริการที่สะดวกขึ้น เป็นจุดที่ทำให้เราหันมาสนใจในเรื่องของเทคโนโลยีมากขึ้น และก็มีการสร้างระบบสมาชิกเพื่อให้ลูกค้าวางเงินประกันและซื้อขายผ่านระบบสมาชิกเพื่อการลงทุน

ขณะเดียวกันก็ยังมีความต้องการของกลุ่มลูกค้าแบบดั้งเดิมที่ซื้อทองคำไปเก็บสะสมเพื่อความมั่งคั่ง กลุ่มนี้เราก็ได้พัฒนาตู้ให้บริการซื้อทองคำอัตโนมัติที่เรียกว่า “Gold Express” ตั้งไว้ในแต่ละสาขาเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของคิว เพราะเวลาลูกค้ามาเต็มร้าน กว่าจะซื้อขายรับเงินอะไรก็ช้า

เริ่มแรกตู้ Gold Express มีเพียงปุ่ม “ซื้อ” “ขาย” และ “ราคา” ให้กดเท่านั้น และบริษัทตัดสินใจค่อย ๆ ทยอยเพิ่มฟังก์ชั่นเข้าไปในตู้ทีละส่วน เพื่อให้ลูกค้าที่เป็นกลุ่มซื้อมาขายไปใช้ได้อย่างสะดวก และรู้สึกว่าเทคโนโลยีใช้งานง่าย เป็นลักษณะให้ลูกค้าค่อย ๆ เรียนรู้เทคโนโลยี

“ธนรัชต์” อธิบายว่า หลังจากที่ลูกค้าเริ่มใช้งานได้สักระยะ ความต้องการอื่น ๆ เช่น การกำหนดราคาซื้อขายเอง หรือการดูข้อมูลกราฟและข้อมูลทางเทคนิค ฯลฯ ก็เริ่มสะท้อนออกมาจากลูกค้า ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ได้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ในทางกลับกันคิดว่า หากบริษัทใส่ฟังก์ชั่นทุกอย่างไปตั้งแต่ต้น ลูกค้าไม่ยอมรับเพราะรู้สึกว่าตู้ซื้อ-ขายทองคำใช้งานยาก

“ผมมองว่าเทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อได้เปรียบ แต่เราต้องรู้จักใช้ให้ถูกกลุ่มและถูกเวลา”

สร้างเกมของตัวเอง-มองทุกอย่างเป็น “โอกาส”

และยุคนี้แน่นอนว่าหลีกเลี่ยงโซเชียลมีเดียไม่ได้ ณ จุดหนึ่งฮั่วเซ่งเฮงจึงได้เข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์กับแอปพลิเคชั่น “ไลน์” ให้บริการลูกค้าสามารถออมทองผ่านไลน์ @HSHsocial โดยที่ลูกค้าสามารถดูพอร์ตตัวเองบนมือถือได้ ลูกค้าจะเห็นว่าตอนนี้ลูกค้าออมไป เท่ากับจำนวนทองคำน้ำหนักเท่าไหร่ หรืออยากเอามาแลกเป็นทองคำที่ร้าน ก็เพียงแค่เอาบาร์โค้ดมายิงก็สามารถรับทองกลับบ้านได้เลย นี่ก็เป็นเรื่องเทคโนโลยีที่เราเอามาดิสรัปต์ตัวเอง

“ธนรัชต์” เล่าว่า ในส่วนของ “ทองรูปพรรณ” ที่เป็นธุรกิจทองดั้งเดิม เราก็พยายามทำให้เป็น Personalize มากขึ้น เช่น ถ้าลูกค้าต้องการสั่ง “ทองคำ” สำหรับเด็กแรกเกิด สามารถส่งรูปเด็กสแกนลงไปบนแผ่นทองหรือใส่ตัวหนังสือ เรียกว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

รวมถึงได้เปิดช่องทางขาย e-Store และช่องทางโซเชียลมีเดีย และลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ฮั่วเซ่งเฮงก็มีบริการ “ดีลิเวอรี่” ส่งทองคำให้ถึงที่ ซึ่งกระแสตอบรับดี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันพ่อ วันแม่ หรือบางครั้งลูกค้าต้องการของขวัญนาทีสุดท้ายก็สามารถสั่งซื้อ แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ไปส่งถึงออฟฟิศหรือถึงบ้านทันที

เรียกว่าท่ามกลางพายุดิจิทัลดิสรัปชั่น แต่ดูเหมือนว่าธุรกิจของฮั่วเซ่งเฮงสามารถขี่กระแสดิจิทัลสร้างโอกาสใหม่ ๆ สร้างเกมธุรกิจของตัวเองบนโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ลูกค้ามีตั้งแต่อายุ “สิบแปด” ถึง “แปดสิบ”

“ธนรัชต์” บอกว่า ที่ผ่านมาธุรกิจร้านทองเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อย่างร้านทองในเยาวราช หากยังเป็นร้านขายทองตู้แดงแบบเดิมอยู่ก็อาจขายได้เฉพาะทองรูปพรรณ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคนเริ่มให้ความสนใจเรื่องการลงทุนในทองคำมากขึ้น เราก็ปรับตัวหาสินค้าบริการใหม่มาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความซับซ้อนมากขึ้น อย่างบริการเสริมอย่าง Gold Futures ที่เป็นนวัตกรรมการลงทุนที่นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีความคุ้นเคย ที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ให้กับบริษัท

แม้โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร “ทองคำ” ก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ลูกค้าหรือผู้ที่ต้องการซื้อ “ทองคำ” จึงมีทุกเพศ ทุกวัย และ “ธนรัชต์” ยืนยันว่า ลูกค้าของฮั่วเซ่งเฮงมีตั้งอายุไม่ถึง 18 ปี จนถึง 80 ปี

อายุเฉลี่ยของลูกค้าที่ซื้อทองก็ลดลง จากเดิมจะอยู่ที่อายุ 40 ปลาย ๆ ปัจจุบันก็ลดลงมาอยู่ที่อายุ 40 ต้น ๆ เราก็รู้สึกดีที่เห็นเด็กรุ่นใหม่จำนวนมากสนใจเข้ามาลงทุนทองคำ และบางคนเข้ามาเร็วกว่าที่เราคิด จนต้องขอให้พ่อแม่เซ็นใบอนุญาตเพราะเด็กบางคนยังเรียนหนังสืออยู่ นี่คือส่วนหนึ่งของภาพลูกค้าที่เปลี่ยนไป

“ยิ่งใหญ่-ชื่อเสียง” ไม่ใช่กุญแจความอยู่รอด

“ธนรัชต์” มองว่าการที่จะทำให้ฮั่วเซ่งเฮงยั่งยืนในยุคถัดไป “ความยิ่งใหญ่” หรือ “ชื่อเสียง” ไม่ใช่กุญแจที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอด แต่เป็นเรื่องของ “ความรวดเร็ว” ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงความสามารถในการปรับตัวที่รวดเร็ว และการให้บริการที่รวดเร็วด้วย

“คนภายนอกอาจเข้าใจว่าการที่ฮั่วเซ่งเฮงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ต้องมีต้นทุนที่ถูกกว่าคนอื่น ๆ ทำให้เกิดความได้เปรียบ แต่หากเราหรือห้างทองเจ้าใหญ่อื่น ๆ ไม่ปรับตัว ให้บริการลูกค้าได้ช้า ผู้เล่นรายเล็กก็อาจขึ้นมาแซงหน้าได้ สำหรับผมการเป็นผู้นำตลาดมาเกือบ 70 ปี ไม่ได้อยู่ได้ด้วยความเก๋าหรือความเก่าแก่ แต่อยู่ได้ด้วยการปรับตัวอย่างต่อเนื่องให้ทันกับยุคสมัย”

เมื่อถามถึงความท้าทายจากที่เข้ามารับช่วงเป็นรุ่นที่ 3 “ธนรัชต์” บอกว่า ธุรกิจทองคำอาจโชคดีที่ไม่ได้เผชิญการถูกดิสรัปต์จากเทคโนโลยีรุนแรงเหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ แต่สิ่งที่ต้องเผชิญคือการแข่งขันที่ยังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่การแข่งขันกับคู่แข่งโดยตรง แต่ธุรกิจทองต้องแข่งกับตัวเองและเทคโนโลยี ในวันที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลก

หากธุรกิจไม่ปรับตัวไปตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไปก็ยากที่จะอยู่รอด

“ผมคิดว่าเราก็สามารถปรับตัวไปตามสถานการณ์ได้ ต้องบอกว่าช่วงแรก ๆ ที่เข้ามารับหน้าที่ไม่ได้รู้สึกหนักใจ ยิ่งทำยิ่งสนุก เพราะเห็นผลมากว่าเทคโนโลยีทำให้ยอดขายโตได้เร็ว แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ การรักษาระบบให้ดี การรักษาคุณภาพบริการให้กับลูกค้าที่เพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว จะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้ายังมีความพึงพอใจ มีช่วงหนึ่งลูกค้าเยอะมาก จนเราก็ต้องใช้แรงงานมนุษย์ 24 ชั่วโมง ก็รู้สึกว่าถ้ามาเยอะขนาดนี้จะต้องเตรียมตัวยังไงที่จะปรับตัวให้ทัน และพอทำไปก็เริ่มเป็นวงจร เข้าใจแล้วว่าพอเปิดประตูบ้านไปจะต้องเจออะไรอีกเยอะ บางอย่างก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะสิ่งสำคัญคือเรายึดลูกค้าเป็นหลัก”

อนาคตไม่ใช่แค่ “ทองคำ”

“ธนรัชต์” มองว่า ธุรกิจทองโชคดีตรงที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) เป็นสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายกันทั่วโลก (Global Asset) มีการซื้อขายและการตั้งราคาเหมือนกันหมด ดังนั้นสำหรับผมโลกของทองคำไม่ได้อยู่แค่เฉพาะในเมืองไทย เมื่อแพลตฟอร์มการซื้อขายสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา หากอนาคตฮั่วเซ่งเฮงต้องขยายบริการซื้อขายทองคำไปประเทศเพื่อนบ้านก็ทำได้ไม่ยาก แค่แปลภาษาต่าง ๆ ให้ครบ หรือการไปร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรซึ่งมีเครือข่ายในภูมิภาคอาเซียนอยู่แล้ว

“ผมมองว่าอนาคตเรายังสามารถทำอะไรได้อีกหลากหลาย และหากกฎหมายเปิดโอกาส ต่อไปเราอาจไม่จำเป็นต้องเทรดทองคำอย่างเดียว แต่อาจจะเทรดทองแดง อะลูมิเนียม ทำได้ทุกอย่างบนแพลตฟอร์มนี้”

จากวันที่ “ธนรัชต์” เข้ามารับไม้ต่อจากพ่อเมื่อปี 2549 จนถึงวันนี้ 13 ปีผ่านไป

“วันแรกตอนที่ผมเริ่มทำธุรกิจ มีเพื่อนคุณพ่อเดินเข้ามาตบไหล่และบอกว่า “สบายแล้ว โชคดีแล้ว” แต่ผมมานั่งคิดในใจตั้งแต่วันที่เขาตบไหล่ว่า ถ้ารุ่นคุณปู่และคุณพ่อทำมาดีแล้ว รุ่นเราจะรักษาให้ดีได้เสมอตัวรุ่นพวกเขาก็ยากแล้วนะ นั่นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะทุกคนก็อยากให้รุ่นที่ตัวเองอยู่ส่งต่อให้รุ่นถัดไปได้ดี ในอนาคตฮั่วเซ่งเฮงอาจถูกส่งต่อให้รุ่นถัดไปซึ่งอาจจะเป็นรุ่นของลูก หลาน พี่น้อง ผู้บริหารมืออาชีพจากข้างนอก หรือวันหนึ่งอาจจะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

“จากที่เข้ามาทำงานตรงนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่ผมต้องมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวและต่อสังคมที่ใช้บริการเราอยู่ ในวันที่คนเชื่อถือฮั่วเซ่งเฮงจนแทบจะเป็นสถาบันอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่เราต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด” ธนรัชต์กล่าวทิ้งท้าย (หน้าพิเศษ Game Changer PartII)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฮั่วเซ่งเฮง