เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

SET ร่วงหลังเผชิญแรงขายหุ้นพลังงาน ซื้อขายหนาแน่น 5.7 หมื่นล้าน

31 พ.ค. 2562 | 16:59น.

SET ร่วงหลังเผชิญแรงขายหุ้นพลังงานตามราคาน้ำมันดิ่ง ช่วงบ่ายถูกหุ้น AOT ถ่วงดัชนีหลังประกาศผู้ชนะการประมูลดิ้วตี้ฟรี จับตาการเมืองไทยสัปดาห์หน้า

31 พ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SETเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1,620.22จุด ลบ 1.35จุด มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 57,807ล้านบาท ดดยมีหุ้นปรับเพิ่มขึ้น588หลักทรัพย์ ลดลง717หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง458หลักทรัพย์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระพัฒนสิน เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 31 พ.ค.62 ว่า ตลาดวันนี้ถูกแรงกดดันจากหุ้นพลังงานตามราคาน้ำมันที่ปรับลงมา และในส่วนหุ้น AOT ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ถ่วงดัชนี หลังจากวันนี้มีการประกาศผู้ชนะการประมูลดิ้วตี้ฟรีเบื้องต้น ซึ่งตลาดเองยังไม่แน่ใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะอย่างเป็นทางการ เพราะทาง AOT รอประกาศช่วงวันที่ 19 มิ.ย.62 ซึ่งขณะนี้บอกแค่ว่าใครได้คะแนนสูงสุด และอีกส่วนหนึ่งที่ตลาดรอดูคือ revenue sharing ว่าจะเป็นบวกมากหรือน้อยจากประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ประเมินกัน โดยส่วนใหญ่ประมาณสัก 20% ซึ่งยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องรอดูต่อ

แต่อย่างไรก็ตามบรรยากาศตลาดหุ้นเอเชียอาจจะดูผันผวนบ้าง แต่เริ่มเห็นกระแสเงินมีการเคลื่อนย้ายมาในส่วนของประเทศไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ (TIP Market) ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ที่แกว่งตัวในแดนบวกกัน จากปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่ถูกปรับเครดิตเรตติ้งขึ้นในตัว S&P ที่ปรับขึ้นเป็น BBB และในแง่ของการจัดสรรเงินเขามองโซนนี้เป็นกลุ่มที่ได้ผลกระทบน้อยในเรื่องของสงครามการค้า และอาจจะได้ประโยชน์เชิงบวกในเรื่องของการโยกออเดอร์ รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตมาที่โลเคชั่นตรงนี้ด้วย จึงทำให้กลุ่ม TIP ยังแข็งแรงท่ามกลางบรรยากาศที่ผันผวน เพราะค่าเงินโดยรวมยังเอียงไปทางการแข็งค่า

สัปดาห์หน้า (3-7 มิ.ย.62) มอง Active Fund ที่ลงทุนตาม MSCI น่าจะจัดสรรเงินเข้ามาต่อได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนฐานตลาดของไทยที่ 1,600-1,620 จุด มีความแข็งแรง และลุ้นเรื่องประเด็นการเมืองก็น่าจะทำให้ตลาดอิงขาขึ้นในกรอบ 1,650-1,660 จุด

กลยุทธ์ลงทุนช่วงนี้เลือกหุ้นพื้นฐานดี ที่โครงการน่าจะมีการฟื้นตัว เด่นๆ จะมีตัว TASCO-KAMART-STPI-SABINA-ZEN และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟอร์มรัฐบาลอย่าง AMATA-WHA-STEC-GUNKUL ส่วนหุ้นนำดัชนีอยากให้จับตาดู SCB-BGRIM-KBANK