เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
Politics สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
Finance โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
Biz Movement RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ดูทั้งหมด

วัดใจ “ครม.บิ๊กตู่” ปิดดีลสัมปทานทางด่วน “ช.การช่าง” ขยายสัญญา 30 ปี

26 มิ.ย. 2562 | 10:35น.

วัดใจ “ครม.บิ๊กตู่” ปิดดีลสัมปทานทางด่วน “ช.การช่าง” ขยายสัญญา 30 ปี 3 โครงการ แลกปิดฉากข้อพิพาทมูลค่า 5.9 หมื่นล้าน บอร์ด กทพ.ประชุม 27 มิ.ย. พิจารณาร่างสัญญา หลังอัยการท้วงติง 4-5 ประเด็น ประธานสหภาพโต้ลาออก ยันทำทุกอย่างเพื่อองค์กร หวั่นบานปลายหลังดึงการเมืองเข้ามาพัวพัน

นายสุทธิศักดิ์ วรรธนกิจ รองผู้ว่าฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า วันที่ 27 มิ.ย. คณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ.จะประชุมรับทราบหลังอัยการสูงสุดได้พิจารณาร่างสัญญาที่ร่างเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมเสร็จแล้ว กรณีขยายสัญญา 30 ปี ใน 3 สัญญา ให้กับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บริษัทลูกของ ช.การช่าง และบริษัทแม่ของ บจ.ทางด่วนเหนือ (NECL) เพื่อยุติข้อพิพาททางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด ที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้ กทพ.จ่ายชดเชยให้ NECL วงเงิน 4,318 ล้านบาท และยุติข้อพิพาทที่มีต่อกันทั้งหมดคิดเป็นมูลค่า 5.9 หมื่นล้านบาท

“บอร์ด กทพ.จะประชุม 27 มิ.ย.นี้ ก่อนส่งต่อคมนาคมและคณะรัฐมนตรีอนุมัติ คงไม่นำร่างสัญญากลับมาทบทวนตามข้อเสนอสหภาพ กทพ. เพราะร่างสัญญาเดินไปตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว ก่อนจะเสนออัยการสูงสุดตรวจได้นำข้อสังเกตของแต่ละฝ่าย รวมถึงของสหภาพฯแนบไปกับร่างสัญญาแล้ว หากเสนอไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่กังวล เพราะข้อมูลเสนอให้รัฐบาลใหม่ก็เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน สุดแล้วแต่นโยบาย”

ผลเจรจาที่ผ่านการอนุมัติจากบอร์ด จะขยายสัมปทาน 30 ปี ได้แก่ 1.ทางด่วนขั้นที่ 2 จากเดิมสิ้นสุด มี.ค. 2563 เป็น มี.ค. 2593 2.ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนดี จากเดิม เม.ย. 2570 เป็น เม.ย. 2600 และ 3.ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด จากเดิม ก.ย.2569 เป็น ก.ย. 2599 ปรับค่าผ่านทางแบบคงที่ในอัตรา 10 บาท ทุก 10 ปี กทพ.จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทาง 60% และ BEM จะลงทุน 31,500 ล้านบาท สร้างและปรับปรุงทางด่วนขั้นที่ 2 เป็นทางด่วน 2 ชั้น จากด่านประชาชื่น-อโศก ระยะทาง 17 กม. แก้รถติด

แหล่งข่าวจาก กทพ.กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้ส่งร่างกลับมาแล้ว มีข้อสังเกต 4-5 ข้อ แต่ไม่เป็นนัยยะสำคัญ อาทิ ถามย้ำว่าเป็นการแก้ไขในสัญญาเดิมใช่หรือไม่ การเก็บค่าผ่านทาง 10 ปี 10 บาท จะไม่กระทบต่อประชาชนใช้หรือไม่ ก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว และการดำเนินการตอนนี้เดินหน้าไปไกลแล้ว เมื่ออัยการสูงสุดส่งร่างกลับมาจะเสนอให้ ครม.พิจารณา ซึ่งผู้ที่จะตัดสินใจว่าจะต่อสัญญาให้ BEM หรือไม่อยู่ที่ ครม.เท่านั้น คาดว่าจะเร่งพิจารณาให้เสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้

นายสุรงค์ บูลกุล ประธานบอร์ด กทพ.กล่าวว่า การประชุมบอร์ด กทพ.วันที่ 27 มิ.ย.นี้ แค่รับทราบข้อสังเกตของอัยการสูงสุดเท่านั้นไม่มีการพิจารณาอะไรเพิ่มเติม ซึ่งสัญญาพ้นอำนาจหน้าที่ของบอร์ดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา และไปอยู่ที่กระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอ ครม.แล้ว อยู่ที่การตัดสินใจของ ครม.จะเห็นด้วยกับสิ่งได้เจรจามาหรือไม่ ยืนยันว่าสิ่งที่เจรจาเป็นประโยชน์ที่สุด ตอนนี้ดอกเบี้ยจากการแพ้คดีวันละ 800,000 บาท นับจากศาลตัดสินเดือน ต.ค. ถึงปัจจุบัน 7-8 เดือนแล้ว รวมเป็นมูลค่าร่วม 200 ล้านบาทแล้ว

นายชาญชัย โพธิ์ทองคำ ประธานสหภาพ กทพ. กล่าวว่า ไม่เป็นความจริงกรณีมีกระแสข่าวว่าถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานสหภาพ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพราะมีประเด็นขัดแย้งเรื่องจุดยืนการต่อสู้การขยายสัมปทานทางด่วนให้ BEM 30 ปี เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาท โดยขอให้แยกเรื่องนี้ 2 ประเด็น คือ 1.ที่ประชุมวันที่ 11 มิ.ย. หารือเกี่ยวกับท่าทีของสหภาพ เกี่ยวกับการแก้ไขข้อพิพาท ระหว่าง กทพ. กับ BEM จริง เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กร และพนักงาน โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการและค่าตอบแทนที่เหมาะสม

ที่ประชุมมีความเห็นแตกกันเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกเห็นว่าควรเจรจาเพื่อยุติปัญหาที่ค้างมาตามที่ ครม. มีมติเร่งรัด และเพื่อหาทางออกให้กับองค์กร ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนมหาศาลตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหากับ กทพ. ด้วยแก้ปัญหาโดยการขยายสัมปทาน และยุติทุกคดีความที่ฟ้องร้องกัน และฝ่ายรัฐก็ไม่ต้องจ่ายเงินออก ส่วนฝ่ายเอกชนก็ต้องยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขตามกรอบเจรจา ขณะที่อีกฝ่ายให้ต่อสู้คดีต่อ จ่ายเงินชดเชยตามที่ศาลสั่งเป็นคดีๆ ไป และให้ กทพ.ดำเนินกิจการทางด่วนด้วยตนเอง อาจจะส่งผลในเรื่องประสิทธิภาพและกระทบสวัสดิการของพนักงานลูกจ้าง โดยเฉพาะฝ่ายปฏิบัติที่แท้จริง จึงมีความเห็นแตกต่างกันมาก จนเริ่มนำไปสู่ความขัดแย้งกันภายในองค์กร ตนในฐานะประธาน จึงเสนอว่าจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อยุติความขัดแย้งและปิดประชุม ยังไม่มีมติใดๆ ออกมา แต่กลับพยายามปล่อยข่าวว่าลงมติปลดตนออกจากตำแหน่งทั้งที่จริงคือการลาออก“

ทั้งนี้ข้อพิพาทระหว่าง กทพ. และ BEM ศาลปกครองสั่งให้ กทพ.จ่ายชดเชยค่าผิดสัญญาในคดีแรกกว่า 4 พันล้านบาท และยังมีอีกหลายคดีที่เตรียมขึ้นสู่ศาล จึงเห็นว่าควรยุติปัญหานี้เร็วที่สุด ส่วนวิธีการ เป็นเรื่องที่ผู้ว่า กทพ.และบอร์ดจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่าจะส่งผลอะไรกับประชาชน องค์กร และพนักงานด้วย ไม่ให้องค์กรเสียเปรียบ เกิดความเสียหายจนไม่สามารถเยียวยาได้

“กรณีที่สหภาพ กทพ. ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบการเจรจาตามแนวทางขยายสัมปทาน เป็นเรื่องที่ดีที่จะต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่ให้รัฐเสียเปรียบ แต่น่าห่วงคือพยายามนำการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว หากจำได้องค์กร กทพ.ที่มีปัญหามากมาย ก็เพราะมีการเมืองเข้ามายุ่ง อยากให้คนใน กทพ.พิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ตกเป็นเหยื่อของคนที่ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” นายชาญชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ช. การช่าง สัมปทานทางด่วน