เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
Automotive ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
ดูทั้งหมด

ตลาดผิดหวังสัญญาณ “เฟด” ไม่รับประกันหั่น ดบ.ในอนาคต

05 ส.ค. 2562 | 15:30น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย นงนุช สิงหะเดชะ

ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม มีมติไม่เอกฉันท์ 8 ต่อ 2 ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงสู่ระดับ 2-2.25% เป็นไปตามความคาดหวังของตลาด นับเป็นการหั่นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 10 กว่าปี หลังจากปรับขึ้นต่อเนื่อง 9 ครั้งรวด ทั้งนี้ เฟดให้เหตุผลว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันจะเติบโตได้ในระดับปานกลางและการจ้างงานแข็งแกร่ง อัตราการว่างงานต่ำ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนสูงขึ้น แต่การลงทุนในภาคธุรกิจอ่อนแอ เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ จึงตัดสินใจใช้นโยบายผ่อนคลาย พร้อมกันนี้ ยังตัดสินใจหยุดการลดขนาดงบดุลเร็วกว่ากำหนด 2 เดือน จากเดิมจะหยุดในเดือนกันยายน พร้อมกับระบุว่า เฟดเปิดประตูสำหรับดำเนินการอย่างเหมาะสมในอนาคตเพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ครั้งนี้เฟดจะลดดอกเบี้ยสอดคล้องกับความคาดหวังของตลาด แต่เมื่อดูสัญญาณในอนาคตแล้ว กลับทำให้นักลงทุนผิดหวังและเทขายหุ้นกระทั่งดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงมากถึง 478 จุด ระหว่างการซื้อขาย แย่ที่สุดนับจากเดือนพฤษภาคม ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยเมื่อปิดตลาด โดยปิดที่ 26,864.27 จุด ลดลง 333.75 จุด หรือ 1.23% ส่วนดัชนีดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 2 ปี

สาเหตุที่ทำให้นักลงทุนผิดหวังมาจากไม่กี่ประโยคของเฟดที่บอกว่า การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการ “ปรับเปลี่ยนในช่วงกลางของวัฏจักร” ซึ่งถูกนักลงทุนตีความว่า เป็นการส่งสัญญาณในอนาคตเชิงไม่รับประกันว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอย่าง aggressive ในอนาคตอย่างที่ตลาดคาดหวัง จากที่ก่อนหน้านี้ตลาดซึมซับข่าวที่ว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ หรือเท่ากับว่าต้องลดอีก 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้ออกมาอธิบายความหมายของประโยคดังกล่าวว่า หมายถึงเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลานานในอนาคตอย่างที่เคยทำในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยหลังจากวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ เพราะในปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจไม่ได้อ่อนแออย่างเห็นได้ชัด จนต้องลดดอกเบี้ยเป็นเวลานาน

เบน เจฟฟรีย์ นักกลยุทธ์การลงทุนสินทรัพย์ถาวรของ BMO ระบุว่า ถ้อยแถลงของเฟดอาจหมายถึงว่า ไม่จำเป็นต้องมีการลดดอกเบี้ยอีก ขณะที่ วอร์ด แมคคาร์ธี นักเศรษฐศาสตร์การเงินมองว่า ประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดว่าจะลดดอกเบี้ย ถ้อยแถลงมีความคลุมเครือ ดูคล้ายจะไม่มีความมั่นใจ ตนคิดว่าเป็นเพราะเฟดกังวลว่าจะเกิดความเสี่ยงด้านลบในอนาคต ส่วนมาร์ค คาบานา หัวหน้านักกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ เห็นว่า เฟดส่งสารที่น่าสับสน ปราศจากทิศทางชัดเจนเกี่ยวกับการผ่อนคลายเพิ่มเติมในระยะสั้น เป็นเหตุให้ตลาดตอบสนองทางลบ

การลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% ไม่เป็นไปตามแรงบีบของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และลาร์รี คัดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว ที่ต้องการให้ลดมากถึง 0.50% โดยในมุมมองของทำเนียบขาวและทรัมป์เห็นว่า หากก่อนหน้านี้เฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย จะทำให้จีดีพีในยุคของทรัมป์สูงกว่านี้ อาจถึง 4% และดัชนีดาวโจนส์ก็จะสูงกว่านี้ 10,000 จุด

ไตรมาสที่ 2 ปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.1% ลดลงจากไตรมาส 1 ซึ่งเติบโต 3.1% อัตราว่างงาน 3.7% ต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี อย่างไรก็ตาม สงครามการค้ากับจีนที่สหรัฐเป็นฝ่ายเปิดศึก เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลด้านลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่าหากเฟดจะลดดอกเบี้ย ก็จะไม่ใช่การลดเพื่อตามใจทางการเมืองแก่ทรัมป์ แต่เป็นการลดเพราะสถานการณ์บังคับเพื่อบรรเทาผลกระทบจากพิษสงครามการค้า

ภายหลังทราบผลการประชุม ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความว่า ผิดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด และพาวเวลล์ทำให้เราผิดหวังตามเคยอย่างไรก็ตาม ทรัมป์เสริมว่าอย่างน้อยเฟดก็ยุติการลดขนาดงบดุล ทั้งที่ไม่ควรลดตั้งแต่แรกเพราะไม่มีปัญหาเงินเฟ้อ