เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
ดูทั้งหมด

“กสิกรฯ” ปรับเกมปล่อยกู้ SME คุมคุณภาพหนี้-งัดดิจิทัลเจาะลูกค้า

16 ส.ค. 2562 | 15:13น.

สัมภาษณ์

สถานการณ์ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยังน่าห่วง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว จากสารพัดปัจจัยลบที่รุมเร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ลุกลามบานปลาย ฟาดหางถึงภาคส่งออกของไทยโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่อิงกับการส่งออก หรืออยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ซึ่ง “วีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสธนาคารกสิกรไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มและกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีในครึ่งปีหลัง

สินเชื่อเอสเอ็มอีครึ่งปีทรงตัว

“วีรวัฒน์” ฉายภาพว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีของกสิกรในช่วงครึ่งแรกปี 2562 ค่อนข้างทรงตัว ทั้งสินเชื่อปล่อยใหม่ (new loan) อยู่ที่ 7.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 6.6 แสนล้านบาท ลดลง 0.1% จากสิ้นปี 2561 อย่างไรก็ดี ยังมีบางอุตสาหกรรมที่สินเชื่อปล่อยใหม่เติบโตขึ้น ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โต 16% กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โต 9% และกลุ่มขนส่ง โต 6% ขณะที่ทั้งปี 2562 ตั้งเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอี เติบโต 2-4% หรือยอดสินเชื่อคงค้าง อยู่ที่ 6.7-6.8 แสนล้านบาท

“เราคาดว่าการเติบโตจะอยู่กรอบล่างที่ 2% เพราะภาวะเศรษฐกิจแบบนี้เอสเอ็มอีที่จะขยายธุรกิจก็ไม่รู้ว่าจะขยายไปทำไม ส่วนคนที่ขาดสภาพคล่องแล้วเราก็ไม่สามารถให้กู้ได้มาก ส่วนกลุ่มที่จะผลักดันให้เราได้ถึงเป้า 2% คาดว่าจะเป็นการรับเหมาก่อสร้าง เพราะทุก ๆ ครั้งหลังมีรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็แล้วแต่ สิ่งที่จับต้องได้อย่างแรกสุดคือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าโครงการจะใหญ่ขนาดไหน แต่ท้ายสุดงานช่วงต่อ (subcontract) ก็จะมาถึงคนที่อยู่ปลายทางเสมอ เช่น รถไฟความเร็วสูง หรือสนามบิน เป็นต้น”

ส่งออกหดตัวกระทบหนี้เสีย

ขณะที่สถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) “วีรวัฒน์” บอกว่า สัดส่วน NPL ของแบงก์ยังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ 5% และจนถึงสิ้นปีนี้น่าจะยังทรงตัวในระดับปัจจุบันได้ ทั้งนี้ NPL ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่หดตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกรายเล็กที่เป็นซัพพลายเชน ส่วนผู้ประกอบการที่เน้นพึ่งพิงการบริโภคในประเทศยังพอไปต่อได้

โฟกัสรายเล็ก-กลาง-ล่าง

“วีรวัฒน์” กล่าวอีกว่า จากยอดสินเชื่อเอสเอ็มอีคงค้างที่ 6.6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นพอร์ตของกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลาง (medium) ที่มียอดขายตั้งแต่ 50-400 ล้านบาท/ปี ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท เอสเอ็มอีขนาดเล็ก (small) ที่มียอดขายต่ำกว่า 50 ล้านบาท/ปี ประมาณ 2 แสนล้านบาท และไมโครเอสเอ็มอี (micro) ที่มียอดขายต่ำกว่า 10 ล้านบาท/ปี ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยสินเชื่อปล่อยใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกเป็นการเติบโตในกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีค่อนข้างสูงที่ 80% ซึ่งมาจากฐานที่ค่อนข้างต่ำ และกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดเล็ก 27% ส่วนกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลางหดตัว -11%

“เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีส่งผลให้กลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลางไม่กู้ไปลงทุนเพิ่ม มีแต่การชำระเงินคืนธนาคาร ส่วนขนาดเล็กคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อปล่อยใหม่มาจากการขาดสภาพคล่องจึงต้องกู้มาจ่าย ทั้งนี้ เราอาจจะบุกทั้งเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่ยังเติบโต และเน้นเอสเอ็มอีขนาดกลาง-ล่างด้วย เนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจที่ต้องระมัดระวังเช่นนี้ เราจะต้องหาลูกค้าที่ค่อนข้างมีความมั่นคงระดับหนึ่ง ส่วนผู้ที่มีขนาดสภาพคล่องแต่ยังไปต่อได้ เราก็ยังคอยสนับสนุนอยู่”

ใช้ดิจิทัลสกัดดาต้าปล่อยกู้

“วีรวัฒน์” เล่าว่า ที่ผ่านมาแบงก์ได้ลงทุนด้านดิจิทัล ที่เรียกว่า “intelligence lending” ซึ่งเป็นการรวมการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อเพื่อการบริโภค (consumer) เข้าด้วยกัน โดยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 มีสินเชื่อปล่อยใหม่ผ่านช่องทางดังกล่าวประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเอสเอ็มอี 7,500 ล้านบาท และคอนซูเมอร์ 2,800 ล้านบาท ขณะที่ทั้งปี 2562 ตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อใหม่ผ่าน intelligence lending ไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ลูกค้าเอสเอ็มอี 2 หมื่นล้านบาท และลูกค้าคอนซูเมอร์ 1 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม อาจมีการทบทวนเป้าสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์อีกครั้ง เนื่องจากจะต้องนำปัจจัยมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อรายย่อย (DSR) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาพิจารณาด้วย

“intelligence lending เป็นการที่เราใช้ข้อมูล (data) ในการเลือกปล่อยสินเชื่อว่าจะปล่อยให้ใครและปล่อยอย่างไร โดยนำธุรกรรมลูกค้าที่ลูกค้าเดินบัญชีกับเรามาดูว่า ลูกค้าคนไหนน่าจะมีความต้องการทางการเงิน และลูกค้าคนไหนมีความสม่ำเสมอของรายรับ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของลูกค้าเอสเอ็มอีคือไม่มีความสม่ำเสมอของรายรับ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ไม่ใช่กลุ่มค้าส่ง (wholesale) ทั้งนี้ หลังจากได้ข้อมูลข้างต้นแล้วจะต้องสังเคราะห์ข้อมูล (data analytic) เพื่อนำรายรับของลูกค้าไปเปรียบเทียบกับข้อมูลโครงสร้างต้นทุนของแต่ละอุตสาหกรรมว่าการที่ลูกค้ามีรายรับเท่านี้แปลว่าธุรกิจมีกำไรประมาณเท่าไหร่จึงจะค่อยเสนอสินเชื่อให้ ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการตอบรับสินเชื่ออยู่ที่ 5-6%”