ชงขยายเพิ่มวงเงินถือครองเงินบาทเพื่อซื้อ-ขายตามแนวค้าชายแดนเพิ่มขึ้น กระตุ้นมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนปี”62 ทะลุ 2.2 ล้านล้านบาท
นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะอนุกรรมการกลุ่มค้าชายแดนและค้าข้ามแดนด้านจีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางหอการค้าเสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ครั้งที่ 1/2562 ให้ประสานธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาขยายวงค่าเงินบาทที่ใช้ในการค้า-ขายในชายแดนเพิ่มเติม
โดยให้สามารถนำเงินบาทไทยเข้าประเทศไม่จำกัดจำนวน ส่วนนำเงินออกนอกประเทศไปยังจีน เวียดนาม หรือประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทยได้ไม่เกินครั้งละ 2 ล้านบาท หากนำออกไปประเทศอื่นไม่เกินครั้งละ 50,000 บาท พร้อมทั้งเสนอมาตรการเร่งให้ผลักดันการเปิดด่านถาวรสะเดา ซึ่งเป็นด่านแห่งใหม่ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน การใช้ประโยชน์จากโลจิสติกส์ และยกระดับด่านสิงขร ด่านห้วยต้นนุ่น ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร
“ค้าชายแดนในปัจจุบันส่วนใหญ่ซื้อ-ขายโดยใช้สกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นหลัก ใช้เงินบาทบ้างแต่ไม่มาก เพราะยังต้องมีการอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจต้องแบกรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และมีต้นทุนในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหอการค้าไทยได้ผลักดันการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการซื้อ-ขายสินค้าตามชายแดน เพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากปัจจัยภายนอก หากทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านสามารถถือวงเงินสดเข้า-ออกประเทศได้เท่ากันจะช่วยให้การค้ามีความคล่องตัวมากกว่าเดิม ช่วยเพิ่มยอด
การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 2.2 ล้านล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท แต่ในที่ประชุม กรอ.พาณิชย์ยังไม่พิจารณา เนื่องจากเป็นการหารือเพื่อติดตามเรื่องของปัญหาสงครามการค้า ซึ่งทางหอการค้าไทยอาจเสนอเข้าสู่ที่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อประชุมหารือกันอีกครั้ง เพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่ชัดเจนอีกครั้งต่อไป”
ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย. 62) พบว่า มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนรวม 686,437 ล้านบาท ขยายตัว 1.16% เป็นการค้าชายแดน มูลค่า 553,423 ล้านบาท และการค้าผ่านแดน มูลค่า 133,015 ล้านบาท โดยส่งออกมีมูลค่า 381,705 ล้านบาท ติดลบ 0.98% นำเข้ามูลค่า 304,731 ล้านบาท ได้ดุลการค้า 76,973 ล้านบาท