เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
Biz Movement ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
Biz Movement บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
Finance ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
Finance BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
Politics นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
Biz Movement ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
Biz Movement สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
Economic พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
Finance ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
News เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
ดูทั้งหมด

ปรับพฤติกรรมแบงก์ ไม้นวมสกัดหนี้ครัวเรือนยุคดอกเบี้ยขาลง

30 ส.ค. 2562 | 09:57น.

ปัญหา “หนี้ครัวเรือน” ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แสดงความกังวล แม้ว่าการประชุมเมื่อ 7 ส.ค. กนง.จะมีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ก็ตาม

โดย กนง.เห็นว่า ระบบการเงินยังมีความเสี่ยงที่สร้างความเปราะบางให้กับเสถียรภาพของระบบการเงิน ด้านการก่อหนี้ในไตรมาส 2 ปี 2562 “หนี้ครัวเรือนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง” ตามการขยายสินเชื่อทั้งจากธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (น็อนแบงก์) ซึ่งต้องติดตามการขยายสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล (พีโลน) ที่มีมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่ผ่อนปรนมากขึ้น

“ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางในการคำนวณภาระผ่อนชำระหนี้เทียบกับรายได้ (DSR) เพื่อให้มีข้อมูล DSR ที่เป็นมาตรฐาน และเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องออกมาตรการดูแลหนี้ครัวเรือนเพิ่มเติมในอนาคต”

ขณะที่ทาง ธปท.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อแนวนโยบายการให้สินเชื่อรายย่อยอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลปัญหาหนี้เกินตัวของภาคครัวเรือนไทย ถึงวันที่ 30 ส.ค. จากนั้น ธปท.จะขอให้สถาบันการเงินทุกแห่ง นำแนวนโยบายนี้มาใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป พร้อมขอให้น็อนแบงก์พิจารณานำแนวนโยบายนี้มาใช้ด้วย

“สุรพล โอภาสเสถียร” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กล่าวว่า การออกเกณฑ์กำกับดูแลหนี้ครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้ธนาคารปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (responsible lending) หรือการกำหนด DSR จะส่งผลบวกในระยะยาวที่คุณภาพหนี้จะดีขึ้น ส่วนในระยะสั้นยังกังวลว่า จะทำให้ผู้ขอสินเชื่อในกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มผู้กู้หน้าใหม่ กลุ่มผู้กู้อายุ 55 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่มีรายได้ไม่ถึง 3 หมื่นบาท จะหันไปกู้หนี้นอกระบบ รวมถึงกรณีผู้ให้บริการทางการเงินบางรายที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร อาจเป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบภาระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ

“ตอนนี้ยังประเมินผลกระทบไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าเกณฑ์ ธปท.จะออกมาเมื่อไหร่ จะมีความเข้มข้นขนาดไหน และจะส่งผลกระทบหนักต่อกลุ่มไหน แต่เราเริ่มเห็นว่าพอมีกระแสข่าวออกมา การปล่อยสินเชื่อเริ่มชะลอลง ในกลุ่มลูกหนี้ใหม่ก็เริ่มเห็นยอดอนุมัติสินเชื่อลดลง และมียอดปฏิเสธสินเชื่อที่สูงขึ้น”

“นริศ สถาผลเดชา” ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า การจะออกเกณฑ์ DSR มาใช้ในวันนี้ ยังมีความยากอยู่ 2 ส่วน คือ 1.ทำอย่างไรให้ DSR ยุติธรรมในเรื่องวิธีการคำนวณ เพราะแม้ว่าหลายเรื่องที่ ธปท. คุยกับสมาคมธนาคารไทยไว้จะมีความชัดเจนขึ้น เช่น ค่าคอมมิสชั่นต้องดู 3 เดือนขึ้นไปถึงจะนำมานับได้ เป็นต้น แต่ก็ยังยากที่แต่ละแบงก์จะคำนวณรายได้ออกมาเหมือนกัน และ 2.หนี้ครัวเรือนไม่ได้มาจากแบงก์อย่างเดียว

“จากยอดหนี้ครัวเรือนคงค้าง 12.6 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2561 เป็นหนี้จากธนาคารพาณิชย์ 43% ที่เหลือจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 29% สหกรณ์ 16% น็อนแบงก์ 9% และ อื่น ๆอีก 3% ซึ่งหากจะกำกับด้วย DSR ก็คงต้องทำให้ครอบคลุมทั้งหมดนี้”

“อุษณีย์ ลิ่วรัตน์” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ในภาวะดอกเบี้ยขาลงและเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลง หากมีการบังคับใช้เกณฑ์ DSR ธนาคารอาจให้สินเชื่อแต่ลูกค้ากลุ่มเดิมที่มีศักยภาพ ส่วนลูกค้าที่กู้ไม่ได้ก็อาจจะหันไปหาหนี้นอกระบบมากขึ้น เพราะแบงก์ไม่ปล่อยกู้ให้

“ขัตติยา อินทรวิชัย” กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า หากมองภาพใหญ่วันนี้หนี้ต่อหัวของประชากรไทยค่อนข้างสูงเกินไปแล้ว ดังนั้น เกณฑ์ที่ ธปท.จะกำหนดมา เพื่อต้องการให้แบงก์พิจารณาถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง หรือกลุ่มคนที่มีหนี้มากเกินความสามารถ หากปล่อยสินเชื่อไปจะกลายเป็นว่าทำให้ลูกค้าดำรงชีวิตไม่ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มเป้าหมายที่ ธปท.จะคุม ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แบงก์กสิกรฯจะปล่อยสินเชื่อให้อยู่แล้ว เพราะเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้เกิน

“จริง ๆ แบงก์ควรทำเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ ธปท.คงอยากจะเตือนไม่ให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อยากให้คนรู้สึกพอเพียง ซึ่งเราก็รับนโยบาย อย่างไรก็ดี เชื่อว่า ธปท.คงให้แนวปฏิบัติมากกว่า ว่าถ้าคนเงินเดือนประมาณนี้ มีหนี้เกินขนาดนี้ เขาจะใช้ชีวิตลำบาก เราก็อย่าไปยุ่ง”

ด้าน “จันทวรรณ สุจริตกุล” ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธปท.ยอมรับว่า การจะกำหนดเกณฑ์ DSR มาคุมการปล่อยสินเชื่อรายย่อยขณะนี้ทำได้ยาก เนื่องจากแต่ละธนาคารมีวิธีคำนวณ DSR แตกต่างกันไป ดังนั้น เกณฑ์ที่จะประกาศใช้วันที่ 1 ม.ค. 63 จะไม่ใช่ hard rule (กฎเกณฑ์ที่เข้มงวด) ซึ่งเมื่อเริ่มใช้แล้ว ธปท.จะดำเนินการใน 2 ส่วน คือ 1) ติดตามการวางแนวนโยบาย และกระบวนการทำงาน (internal policy และ process) ของการปล่อยสินเชื่อรายย่อย (retail loan) เป็นรายสถาบันการเงิน (ธพ.) และ 2) ติดตามข้อมูลสินเชื่อรายย่อยเป็น “รายสัญญา” ที่จะเริ่มเก็บข้อมูลตามที่ตกลงกันไว้

“ไม่ใช่ hard rule แน่นอน เราออกแนวนโยบายเพื่อให้ธนาคารปฏิบัติตาม ซึ่งเรื่องนี้ต้องเปลี่ยนที่พฤติกรรมการเสนอขายสินเชื่อให้ไปถึงพนักงานที่สาขาธนาคาร จากเดิมที่ทำ checklist แล้วปล่อยสินเชื่อได้ ก็จะต้องทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ว่าแต่ละคนมีภาระหนี้เท่าไหร่ และเหลือใช้เท่าไหร่ เป็นต้น”

ดูแล้ว ธปท.คงใช้วิธี “ปรับพฤติกรรม” การปล่อยกู้ของแบงก์ไปก่อน แต่หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ก็คงมีการงัด “ดาบ” ต่อ ๆ ไปมาใช้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หนีครัวเรือน