Skip to content

หวั่นกระทบท่องเที่ยว”เชียงราย”ผุดเครื่องวัดฝุ่นทั่วจังหวัดระดมทุนให้นศ.ผลิต

30 ส.ค. 2562 | 18:38น.
หวั่นกระทบท่องเที่ยว”เชียงราย”ผุดเครื่องวัดฝุ่นทั่วจังหวัดระดมทุนให้นศ.ผลิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.ศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดี มร.ชร.นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จ.เชียงราย นายมงคลชัย ดวงแสงทอง อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม จ.เชียงราย ในฐานะหัวหน้าโครงการยักษ์ขาววัดฝุ่น นายฉัตรชัย พัฒนานุภาพ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.เชียงราย นายสมชาย อนุภาพวิเศษกุล ประธานชมรมธนาคารเชียงราย อาจารย์ไกรพิชิต เมืองวงษ์ ประธานกลุ่มจิตอาสาวิจัยและพัฒนาพลังงานเพื่อการจัดการภัยพิบัติ่ นายธนพล เขียวละม้าย ผู้จัดการแผนงานลดความเสี่ยงภัยพิบัติ องค์การแพลนอินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย ได้ร่วมลงลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือหรือเอ็มโอยูการเป็นเครือข่ายโครงการจิตอาสาการผลิตเครื่องวัดฝุ่นขนาดเล็กมอบโรงเรียนในพื้นที่ จ.เชียงราย

โดยเอ็มโอยูดังกล่าว มีเนื้อหาที่จะร่วมมือกันผลิตเครื่องวัดฝุ่นขนาดเล็ก โดยร่วมมือด้านเงินทุนด้วยการระดมทุนจากภาคเอกชน และในส่วนของสถานศึกษาจะให้บริการด้านวิชาการและการวิจัยร่วมกัน เบื้องต้นกำหนดให้มีการผลิตออกมาจำนวน 50 เครื่อง เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่ว จ.เชียงราย เพื่อใช้ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองและมอกควันที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร หรือพีเอ็ม 2.5 สำหรับนำมาวิเคราะห์และพยากรณ์สถานการณ์ในการแก้ไขปัญหาในช่วงฤดูที่เกิดเหตุการณ์ไฟป่า โดยเบื้องต้นได้ให้กับทางโรงเรียนบ้านผาเดื่อ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง พร้อมกับทุนการศึกษาเพื่อให้นำไปติดตั้งแล้ว

รศ.ดร.ศรชัย กล่าวว่า สถานการณ์การเกิดฝุ่นละอองและหมอกควันช่วงต้นปี 2562 นี้ถือว่ารุนแรงและเข้าขึ้นวิกฤติในรอบหลายสิบปีดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนของ จ.เชียงราย ไม่เฉพาะแต่เพียงภาครัฐจะได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ได้ผลอย่างเต็มที่ ซึ่งโครงการเอ็มโอยูครั้งนี้ถือเป็นการนำร่องที่ดีโดยทาง มร.ชร.เองพร้อมที่จะร่วมกับทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป

นายมงคลชัย ดวงแสงทอง อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม จ.เชียงราย กล่าวว่า วิกฤติฝุ่นละอองช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการเข้าดับไฟป่าถึง 2 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก และยังทำให้มีผู้ป่วยวันละกว่า 2,000 คน รวมทั้งยังไม่มีผลการวิจัยที่ชัดเจนต่อผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของประชากรในพื้นที่อีกด้วย ส่วนป่าไม้พบว่ามีอยู่รวมกันทั้งจังหวัดประมาณ 7 ล้านไร่ แต่ถูกไฟไหม้เสียหายไปกว่า 200,000-300,000 ไร่ ขณะที่ จ.เชียงราย ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองรองซึ่งหากปล่อยให้มีวิกฤติเช่นนี้ทุกปีจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจะหวังให้เฉพาะหน่วยงานภาครัฐเข้ามาแก้ไขปัญหานี้เองไม่ได้แต่เราต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ซึ่งในครั้งนี้คือความร่วมมือระหว่างภาคนักวิชาการ ภาคเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชน

ด้านวัตถุประสงค์เบื้องต้น คือการติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองและหมอกควันให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ นอกเหนือจากที่กรมควบคุมมลพิษติดตั้งไว้ที่ อ.แม่สาย และ อ.เมืองเชียงราย จำนวน 2 จุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงหรือเรียลไทม์ในทุกพื้นที่ โดยจะนำร่องมอบให้จำนวน 50 เครื่องก่อนจากนั้นจะค่อยๆ ขยายออกไปให้ครบทุกตำบลจำนวน 125 ตำบลของ จ.เชียงราย และหากเป็นไปได้เราขยายได้ถึงทุกหมู่บ้านคือ 1,751 หมู่บ้านทั่วเชียงรายก็จะทำให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมอย่างมาก โดยหากเกิดปัญหาขึ้น จะสามารถพยากรณ์ทิศทางการเกิด และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เช่น ดับไฟ จัดจุดที่พักสำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ นักเรียน การเข้าดับไฟ การใช้เครื่องยักษ์เขียวดูดฝุ่นสกัด ฯลฯ

ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ตองอ่อน ผู้ช่วยคณบดี คณะคุรุศาสตร์ มร.ชร.กล่าวว่า เครื่องมือตรวจวัดดังกล่าวชื่อ “วัดฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5” มีขนาดเล็กยาวประมาณ 20 ซ.ม.กว้าง 15 ซ.ม.หนาไม่ถึง 10 ซ.ม.และน้ำหนักเบา เครื่องวัดเป็นเครื่องนำเข้าและนักศึกษาทำการออกแบบติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อวัดผลและรายงานผลผ่านระบบสัญญานอินเตอร์เน็ต ใช้งบประมาณเครื่องละประมาณ 3,000 บาท โดยภาคเอกชนของเอ็มโอยูครั้งนี้ร่วมบริจาค ซึ่งเมื่อนำไปทดสอบด้วยการเปรียบเทียบการวัดค่ากับเครื่องตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษทั้ง 2 จุดใน จ.เชียงราย พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เมื่อนำไปติดตั้งตามจุดต่างๆ ก็จะรายงานผลมายังศูนย์กลางเซิฟเวอร์ที่ มร.ชร.เพื่อการวิเคราะห์โดยสามารถบอกช่วงเวลา ค่าพีเอ็ม 2.5 พีเอ็ม 10 และอื่นๆ รวมทั้งจัดทำเป็นโปรแกรมนำเสนอเพื่ออำนวยความสะดวกหรือแอพพลิเคชั่น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยเฉพาะศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย เพราะสามารถพยากรณ์ทิศทางลม การจะเกิดปริมาณฝุ่นละออง และหมอกควันในพื้นที่ที่ยังไม่เกิดได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้หากกระจายไปทั่วจังหวัดแล้วนำข้อมูลหรือดาต้าสู่การพยากรณ์ก็จะเกิดประโยชน์ต่อ จ.เชียงราย มหาศาลต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝุ่น PM 2.5 เชียงราย