เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

‘รัฐ-เอกชน’ ท่องเที่ยว (ต้อง) คิดใหม่ ทำใหม่

03 พ.ย. 2562 | 09:24น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า [email protected]

ปี 2562 ที่กำลังจะผ่านพ้นปีนี้ถือว่าเป็นปีที่วงการทัวร์เอาต์บาวนด์ หรือทัวร์คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ (ขาออก) คึกคักสุด ๆ เพราะได้อานิสงส์จาก “ค่าเงินบาท” ที่แข็งค่าต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี

ว่ากันว่า ในปีนี้จำนวนคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศน่าจะพุ่งทะลุไปถึง 11 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 10%
หากดูตามแนวโน้มปีนี้น่าจะเป็นปีที่กลุ่มบริษัททัวร์ที่ทำตลาดเอาต์บาวนด์ “อยู่ดี กินดี มีสุข” กันถ้วนหน้า

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาและในตอนนี้คือ บริษัททัวร์ทั้งที่เป็นเอเย่นต์ทัวร์และโฮลเซลขายแพ็กเกจทัวร์เกิดภาวะ “ชอร์ต” ขาดสภาพคล่อง “ลอยแพ” นักท่องเที่ยวและเอเย่นต์ทัวร์ด้วยกันเอง จนเกิดเป็นปัญหาและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งระบบ

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่บริษัททัวร์ “อีแอลซี” ขายทัวร์ล่วงหน้า เอาเงินนักท่องเที่ยวมาหมุนก่อนเป็นปี สุดท้ายไม่ได้เดินทางเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา และล่าสุดกรณีของ “เฟสติวัล ฮอลิเดย์” โฮลเซลรายใหญ่ที่ชักดาบและลอยแพเอเย่นต์ทัวร์ถึง 60-70 บริษัท

กรณีนี้ทำเอา “เอเย่นต์ทัวร์” ทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก เจ็บตัวกันระเนระนาด เรียกว่า ใครขายได้เยอะ ก็เจ็บหนักหน่อย

คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับวงการท่องเที่ยวของไทย ?

ทัวร์ขายดี คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น แต่ทำไมผู้ประกอบการกลับ “ขาดสภาพคล่อง” กระทั่งยอมหักหลังคนในวงการเดียวกันแบบนี้

จากการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของวงการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งได้พูดคุยกับคนในแวดวงท่องเที่ยว
บางส่วนของผู้เขียน พบว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเกิดจาก 2 ประเด็นใหญ่ ประเด็นแรกคือ เรื่องกฎ ระเบียบของหน่วยงานที่กำกับดูแลที่ก้าวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดวงเงินวางหลักประกันของผู้ประกอบการแต่ละประเภทที่ต่ำมาก

โดยอัตราการวางเงินหลักประกันในวันนี้ยังเป็นอัตราเดียวกับเมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา คือวางเงินหลักประกันในอัตรา 2 แสนบาท สำหรับผู้ประกอบการเอาต์บาวนด์

เงินจำนวนนี้หากมองในมุมของการประกอบธุรกิจถือว่า “ต่ำมาก” เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น ซึ่งหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลควรปรับขึ้นให้สูงขึ้นได้แล้ว เพราะเงิน 2 แสนบาทไม่สามารถชดเชยความเสียหายอะไรได้เลย นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ประกอบการที่คิดจะ “โกง” ตัดสินใจทิ้งเงินจำนวนนี้ได้ง่ายมาก ๆ

พูดง่าย ๆ คือ ใครอยากทำธุรกิจทัวร์เอาต์บาวนด์มาจดทะเบียน วางเงินหลักประกัน 2 แสนบาทก็ทำธุรกิจได้ สมมุติว่าเปิดขายทัวร์ออนไลน์ไปยุโรปได้สัก 1,000 แพ็กเกจ แพ็กเกจละ 50,000 บาท ใช้เวลาแป๊บเดียวเก็บเงินได้ 50 ล้านบาท ถ้าคิดลอยแพนักท่องเที่ยวก็หายตัวไปเฉย ๆ รัฐทำได้เพียงริบเงินหลักประกัน 2 แสนบาทเท่านั้น

หรือกรณีล่าสุดที่โฮลเซลรายใหญ่ชักดาบเอเย่นต์ทัวร์มูลค่าความเสียหายร่วม 100 ล้านบาท ผลสุดท้ายทั้งหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลและเอเย่นต์ทัวร์ก็จัดการไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ครอบคลุมการทำธุรกิจในประเภทของโฮลเซล

ไม่เพียงเท่านี้ บทลงโทษตามกฎ กติกาของหน่วยงานรัฐที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็ยังไม่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือกำกับดูแลอย่างเต็มที่ ยกตัวอย่างเช่น พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2559 (ฉบับแก้ไข) ระบุไว้ว่า ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวจัดบริการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวโดยไม่เรียกเก็บค่าบริการ หรือเก็บค่าบริการในอัตราที่เห็นได้ว่าไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย (ขายต่ำกว่าทุน)

จนถึงขณะนี้รัฐก็ยังไม่ได้กำหนดอัตราขั้นต่ำออกมา ทำให้ไม่มีเครื่องมือที่จะมาจัดการกับบรรดาพวกที่ขายทัวร์กันราคาถูกแบบต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกลื่อนตลาดอยู่ในขณะนี้ได้

หรือในประเด็นที่ระบุว่า ผู้ประกอบการที่ทำให้อุตสาหกรรมเกิดความเสียหายมีโทษปรับ 5 แสนบาทก็ยังไม่เคยถูกนำมาจัดการกับใคร ทั้ง ๆ ที่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ผู้ประกอบการเกือบทุกรายแข่งขันด้านราคากันอย่างดุเดือด กระทั่งมาตรฐานราคาขายในตลาดไม่มี ภาพรวมอุตสาหกรรมกำลังจะสำลักเลือดตายกันทั้งระบบ

และประเด็นปัญหาที่ 2 คือ เรื่องของจิตสำนึกของผู้ประกอบการ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุด เพราะหากทุกคนไม่มองเรื่องการแข่งขันเป็นที่ตั้ง ไม่มุ่งขายแต่ “ของถูก” คำนึงถึงสังคมส่วนรวมและเพื่อนร่วมอาชีพบ้าง ก็น่าจะทำให้ภาพรวมธุรกิจขับเคลื่อนและเดินไปพร้อมกันได้ รวมทั้งยังช่วยรักษามาตรฐานการให้บริการและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวของประเทศด้วย

ผู้เขียนก็ได้แต่หวังว่าปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นหลายระลอกในปีนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการหยุดคิดและหันกลับมามองคนข้างหลังและคนรอบข้างสักนิดว่า เพื่อนร่วมอาชีพของเราอยู่ดี กินดี มีสุขเหมือนเราหรือไม่ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเองก็ควรต้องปรับกฎ กติกาให้สอดรับกับยุคสมัย คุมเข้มด้านคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงเพิ่มบทลงโทษอย่างเข้มข้นและจริงจังสักที ไม่ใช่มานั่งหาทางแก้ไขหลังจากที่เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา…