เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Wellness Economy เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
Economic Wellness Economy เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
Politics มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
“โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
Business “โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
Uncategorized บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
“เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
Economic “เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
Real Estate รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
Columns รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
Economic บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
News วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
ดูทั้งหมด

ททท.เขย่าพอร์ตนักท่องเที่ยว เร่งดัน”อินเดีย-อาเซียน”หนุน

30 ธ.ค. 2562 | 21:08น.

อุตฯท่องเที่ยวไทยเขย่าพอร์ตนักท่องเที่ยวต่างชาติ ททท.ชี้เทรนด์ “อินเดีย-อาเซียน” โตแรง เร่งปั๊มค่าใช้จ่ายต่อหัว-เพิ่มความถี่การเดินทางเสริมฐานตลาดจีน 5 แสนล้านโตแผ่ว วงในเผย “แอร์ไลน์” โหมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่อินเดีย ขณะที่กลุ่มทุนโรงแรมอินเดียขยับ ปูพรมยึดเมืองท่องเที่ยวหลักของไทยแล้ว พร้อมโหมดันสัดส่วนตลาด “ไทยเที่ยวไทย” ประคองการเติบโต

“อินเดีย” โตแซงทุกตลาด

นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นักท่องเที่ยวอินเดียเป็นตลาดความหวังใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ในการกระจายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปให้หลากหลาย และมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในบรรดานักท่องเที่ยวจากทุกตลาด

จากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียกว่า 1.8 ล้านคนเติบโต 26.31% และมีรายได้จากการท่องเที่ยวในระยะ 11 เดือนแรก ทั้งสิ้น 7.76 หมื่นล้านบาท เติบโต 30.11%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนั้น ปัจจุบันค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปยังขยับสูงขึ้นกว่า 30% หรืออยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีอัตราการเติบโตที่ดีมาก และคาดว่าจบปี 2562 นี้ จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากกว่า 1.9 ล้านคน หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 19%

ททท.เร่งโหมตลาด

นายกฤษฎากล่าวว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าสู่ไทยเฉลี่ยวันละ 5,500 คน โดยอัตราบรรทุกผู้โดยสารของเส้นทางอินเดีย-ไทยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 80% บางช่วงเติบโตถึง 90% สำหรับปีหน้า 2563 นี้ ททท.ยังเชื่อว่านักท่องเที่ยวอินเดียจะยังคงเดินทางและมีจำนวนและรายได้เติบโตอย่างน้อย20% ถือว่าเติบโตสูงที่สุดในทุกตลาด และคาดว่าจะยังเติบโตในระดับนี้ต่อเนื่องได้อีกหลายปี

“ในปี 2563 ททท.เตรียมทำตลาดอินเดียแบบเจาะจงมากขึ้น โดยจะเน้น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ กลุ่มแต่งงาน และกลุ่มท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ผ่านการทำโปรโมชั่นร่วมกับพันธมิตรประเภทต่าง ๆ อาทิ สายการบินบริษัทวางแผนแต่งงาน รวมถึงเตรียมที่จะจัดกิจกรรมการขายและการตลาดในเอเชียใต้ อย่างงาน South Asia Travel and Tour 2020 : SATTE2020 ในวันที่ 8-11 มกราคม 2563 นี้”

“แอร์ไลน์” แห่เปิดเส้นทางใหม่

แหล่งข่าวในธุรกิจสายการบินรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวอินเดีย ทำให้ในปีนี้มีสายการบินหลายแห่งเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มเที่ยวบินเข้าสู่อินเดีย อาทิ ไทยแอร์เอเชีย ที่เปิดเส้นทางบินใหม่ 2 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ-อาห์เมดาบาด4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และกรุงเทพฯ-พาราณสี 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมเป็น 8 เส้นทางบิน และยังหาโอกาสขยายเส้นทางบินใหม่ ๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง

แนวทางดังกล่าวสอดรับกับสายการบินในกลุ่มไทยกรุ๊ปที่เดินหน้ารุกเข้าสู่อินเดียต่อเนื่อง โดยมีไทยสมายล์บุกเมืองรองต่าง ๆ โดยเปิดเส้นทางบินตรงสู่อินเดียถึง 7 เมือง ได้แก่ คยา, พาราณสี,ชัยปุระ, ลัคเนา, มุมไบ, กัลกัตตา และอาห์เมดาบาด รวมทั้งหมดราว 38 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมถึงการบินไทยที่เป็นหัวเรือหลักในการบินสู่เมืองหลักของอินเดีย อย่าง เดลี, มุมไบ, ไฮเดอราบาด, เชนไน, บังคาลอร์ ฯลฯ มากกว่า 50 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

เชน รร.อินเดียรุกลงทุนในไทย

แหล่งข่าวยังกล่าวด้วยว่า ไม่เพียงแต่สายการบินที่มุ่งหน้าเปิดเส้นทางบินใหม่สู่อินเดีย ผู้ประกอบธุรกิจฮอสพิทาลิตี้จากอินเดียก็เริ่มเข้ามาลงทุนในไทยด้วยเช่นกัน เห็นได้จากแบรนด์ “โอโย” เครือข่ายธุรกิจโรงแรมระดับโลกที่มีฐานอยู่ในอินเดียได้เข้ามาเปิดให้บริการในไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562และขยายเครือข่ายไปแล้วกว่า 250 แห่งรวมกว่า 8 พันห้องพัก ใน 13 หัวเมืองใหญ่ของไทย อาทิ พัทยา หัวหิน ฯลฯ ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ นายมัณดา ไวดิย่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง กลุ่มบริษัทโอโย โฮเทลส์ แอนด์ โฮมส์ เปิดเผยว่าไทยจะเป็นตลาดสำคัญและส่งผลต่อการเติบโตทางธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าการขยายธุรกิจ โดยมีห้องพักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 2 ล้านห้องในปี 2568 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า

“อาเซียน” โตทะลุ 10 ล้านคน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์้ก่อนหน้านี้ว่า โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยจะเริ่มเปลี่ยนไป โดยสัดส่วนตลาดจีนที่เคยมีส่วนแบ่งเกือบ 30% จะลดลง โดยคาดว่านักท่องเที่ยวอินเดียและภูมิภาคอาเซียนจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆซึ่ง ททท.เองมีแผนส่งเสริมการตลาดโดยมุ่งให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มความถี่ในการเดินทางด้วย เนื่องจากเป็นการเดินทางระยะใกล้

ขณะที่นางมิ่งขวัญ เมธเมาลี ประธานสมาคมท่องเที่ยวอาเซียน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มีความเป็นได้สูงที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียนปีนี้จะเติบโตทะลุ 10 ล้านคน และคาดว่าในปี 2563 จำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยวอาเซียนจะยังคงเติบโตต่อเนื่องใกล้เคียงกับที่ผ่านมา หรือไม่ต่ำกว่าปีละ 10% หรือมีจำนวนประมาณ 11-12 ล้านคนในปีหน้า

ตลาดจีน 5 แสนล้านแผ่ว

สำหรับตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดที่ครองสัดส่วนนักท่องเที่ยวสูงสุดอันดับ 1 ของไทยมายาวนานนั้น นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนนับจากนี้เป็นต้นไปจะไม่สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด 20-30% เช่นในอดีตอีกต่อไป แต่จะเติบโตในอัตราประมาณ 5 % ต่อปี เนื่องจากฐานตลาดที่มีขนาดใหญ่ โดยในปี 2562 นี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไทยน่าจะมีประมาณ 11-11.5 ล้านคน เนื่องจากจีนยังคงมีปัญหาสงครามการค้า

ทั้งนี้ สถิติจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รายงานว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยแล้วประมาณ 10.14 ล้านคน เติบโต 4.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสร้างรายได้รวมมูลค่า 505,994 ล้านบาท เติบโต 6.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดัน “ไทยเที่ยวไทย” หนุน

ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังกล่าวด้วยว่า เนื่องจากสภาวการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วโลก ททท.จึงหันมาเน้นการทำตลาดระยะใกล้มากขึ้น โดยนอกจากจีน, CLMV และอินเดีย ททท.ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศควบคู่กันไปด้วย เพื่อสร้างความสมดุลของรายได้การท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน และลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศหากเกิดภาวะผันผวน

“ปัจจุบันไทยยังมีตัวขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสำคัญเป็นตลาดต่างประเทศ ทำให้ในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจโลกผันผวนต่อเนื่อง ไทยย่อมได้รับผลกระทบเราจึงต้องหันมาทำตลาดในประเทศให้มั่นคงและยืนสัดส่วนที่ 33%” นายยุทธศักดิ์กล่าว