เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
Real Estate ‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
Economic มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
ระทึกไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
News ระทึกไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
Bangkok Flower Festival 2026 ปลุกสีสัน “ปากคลองตลาด” ผ่านดอกไม้ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
Biz Movement Bangkok Flower Festival 2026 ปลุกสีสัน “ปากคลองตลาด” ผ่านดอกไม้ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
‘บ้านปู’ รุก ดาต้าเซ็นเตอร์ ชูโซลูชั่นระบบไฟฟ้าด่วน
Economic ‘บ้านปู’ รุก ดาต้าเซ็นเตอร์ ชูโซลูชั่นระบบไฟฟ้าด่วน
กลางปีหน้าเปิดบริการเต็มรูปแบบ “The Rest Village ศรีราชา“จุดพักรถมอเตอร์เวย์ใหญ่สุด 121 ไร่
Economic กลางปีหน้าเปิดบริการเต็มรูปแบบ “The Rest Village ศรีราชา“จุดพักรถมอเตอร์เวย์ใหญ่สุด 121 ไร่
วิกฤต “คนไทยรายได้ไม่พอ” ttb ชู RBP เครดิตดี-ดอกเบี้ยถูก
Finance วิกฤต “คนไทยรายได้ไม่พอ” ttb ชู RBP เครดิตดี-ดอกเบี้ยถูก
ท่อน้ำมันพระราม 3 พบแผลรั่ว 6.6 ซม. “ก.พลังงาน” สั่งตรวจใหญ่ 32 กม.
News ท่อน้ำมันพระราม 3 พบแผลรั่ว 6.6 ซม. “ก.พลังงาน” สั่งตรวจใหญ่ 32 กม.
ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ
Interview ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ
ดูทั้งหมด

3 กูรูชี้ทิศทางอสังหาEEC ปี’63 แนะรายย่อยปรับโมเดลธุรกิจใหม่ฝ่าวิกฤต

20 ม.ค. 2563 | 17:33น.

เมื่อเร็วๆ นี้สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์ระยอง จัดเสวนาในหัวข้อ”ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 2020 และการปรับตัวอสังหาฯฝ่าวิกฤตปัจจุบันพื้นที่ EEC และจังหวัดระยอง”ขึ้น โดยเชิญกูรูด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศมาชี้ทิศทาง และถ่ายทอดประสบการณ์ตรงอย่างน่าสนใจ

@แนะรัฐออกมาตรการกระตุ้น
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 2563 หากรัฐบาลมีมาตรการออกมาส่งเสริมอยู่เรื่อยๆ คาดว่าจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปลายปี 2562 แต่จะขยายตัวไม่มากนัก ซึ่งช่วงปลายปีที่ผ่านรัฐบาลออกมาตรการโครงการบ้านดีมีดาวน์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และจะมีการสำรวจผลตอบรับของโครงการ หากมีผลตอบรับที่ดีอาจจะทำโครงการต่อ
จากข้อมูลศูนย์อสังหาริมทรัพย์(REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้มีการวิเคราะห์ภาพรวมปี 2563 ด้านความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญคืออัตราดอกเบี้ยขาลง และ มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ส่งผลให้อุปทานในตลาดจะถูกทยอยดูดซับ โดยในปี 2563 ผู้ประกอบการยังคงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จรอการขาย และ stock เพื่อให้ อุปทานไม่ค้างอยู่ Stock มากเกินไป ซึ่งภาพรวมทั่วประเทศครึ่งแรกปี 2563 คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเหลือขายประมาณ 245,371 หน่วย
อย่างไรก็ตาม REIC ได้ประมาณการจำนวนหน่วยเหลือขายที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล คาดว่า ณ สิ้นปี 2563 จะมีจำนวนประมาณ 139,000 หน่วย ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 6.7 เนื่องจากรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ และค่าจดจำนอง เหลือร้อยละ 0.01 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 จนถึงสิ้นปี 2563 คาดว่าจะทำให้มีการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยที่สร้างใหม่โดยผู้ประกอบการ และจะช่วยให้อุปทานเหลือขายสะสมในตลาดถูกดูดซับออกไป จนสามารถปรับสมดุลของอุปทานเหลือขายให้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 138,720 หน่วยได้
นายพรนริศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการปรับตัวในปี 2563 ต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ว่ามีความต้องการแบบไหนและเตรียมพร้อมกับการลงทุน เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจกำลังนิ่ง และจะดีขึ้น ทั้งนี้ยังเชื่อว่าหากรัฐบาลออกมาตรส่งเสริมจะให้ธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์จะทรงตัว หรือมีการหดตัวเล็กน้อย
“มีคนแนะนำให้ปลดพนักงานออก แต่เราจะไม่ทำแบบนั้นเพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น เราเคยผ่านปี 2540 ที่มีประกาศค่าเงินบาทลอยตัว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยมีการป้องกันตัวเองมากขึ้น และคิดว่าภาคการเงินจะไม่มีปัญหา นักลงทุนภาคอสังหาก็พร้อมลงทุน แต่ปัญหาอยู่กับผู้บริโภค”

@ชี้รายย่อยรุกโมเดลธุรกิจใหม่
นาย ปรีชา กุลไพศาลธรรม กรรมการผู้จัดการ เปี่ยมสุข ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ จ.ระยอง คล้ายกับ จ.นนทบุรี เมื่อ 10 ปีก่อน คือเริ่มมีผู้อสังหารายใหญ่ เข้ามาเปิดโครงการ ทำให้มีซัพพลายเพิ่มมากขึ้น การแข่งขันสูงขึ้น ในขณะที่ดีมานด์ยังเท่าเดิม ซึ่งทำให้ช่วงนั้นยอดขายเปี่ยมสุขลดลงไปถึง 50%ผู้ประกอบการอสังหาฯรายย่อย จ.ระยอง ควรปรับตัวโดยการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น ทั้งเรื่องต้นทุน ฟังก์ชั่น ดีไซน์ รายรับ รายจ่าย ที่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปแบบบ้านอย่างเดียว ให้สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ โดยผู้ประกอบการอสังหาฯรายย่อยส่วนใหญ่จะได้เปรียบผู้ประกอบการอสังหารายใหญ่ เรื่องการควบคุมต้นทุนก่อสร้าง เพราะมีโครงการไม่มากทำให้ควบคุมต้นทุนได้ดี มีจิตวิทยาเชิงที่ดินที่ทำได้ดี ส่วนอื่นที่ยังขาด ถ้าค่อยๆ ปรับตัว ยังสามารถแข่งกับรายใหญ่ต่อไปได้ รวมถึงต้องบริหารความเสี่ยง เพื่อจะเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ การเพิ่มเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพิ่มโอกาสใหม่ๆ ไม่อย่างนั้นธุรกิจจะมีปัญหา เช่น ถ้าทำแต่ทาวน์เฮ้าส์ จะเสียโอกาสในการขยายธุรกิจ เพราะถูกจำกัดว่าต้องทำแต่ทาวน์เฮ้าส์ ในขณะที่โปรดักส์อื่นยังสามารถขยายได้
“การที่ทำสิ่งแต่เดิมๆ ในขณะที่โลกมันเปลี่ยน ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้มีการแข่งขันที่ดีขึ้น เพื่อจะลบความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น สำหรับทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจังหวัดระยองควรจะไปพัฒนาไปตามแนวระบบขนส่ง โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า จะสังเกตได้ว่าเวลาที่มีถนนตัดใหม่ๆ มีความเจริญทางสาธารณูปโภค มีการเดินทางที่สะดวกสบาย จะเกิดการพัฒนาขยายโดยรอบ ทำให้เกิด ดีมานด์ แต่ปัญหาคือ ผังเมืองกับระบบขนส่ง ยังมีความขัดแย้งกัน เช่น ถนนราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ผังเมืองกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียวลาย (พื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม) ซึ่งจริงๆ แล้วควรเป็นเขตอนุรักษ์ชนบท แต่ปัจจุบันนี้มีแต่หมู่บ้าน คอมมูนิตี้มอลล์เต็มไปหมด”
ส่วนแนวโน้มการเติบโตอสังหาฯ ปี 2563 คาดว่าจะทรงตัวและอาจติดลบ มองว่าไม่ควรเปิดโครงการที่เน้นจำนวนมากๆ แต่ควรเลือกทำโครงการที่คุณภาพและสินค้าบริการที่สามารถแข่งขันได้ และมีเรียลดีมานด์ โดยสามารถเช็คได้หลายรูปแบบ เช่น ผ่านทางสถาบันการเงินในส่วนอัตราการดูดซับ (Absorption Rate) หรือการสำรวจพื้นที่ ทุกๆ 3 เดือน ว่าพื้นที่นี้ยังมีดีมานด์ รวมถึงเมื่อวัดกับโครงการในพื้นที่เดียวกัน เซ็กเมนต์เดี่ยวกัน ต้องอยู่ในอันดับต้นๆ และให้ระวังงบกระแสเงินสด (Cash Flow) อย่าให้มีปัญหา

@เน้นปรับแผน-กลยุทธ์รวดเร็ว
นายวรยุทธ กิตติอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม RK Property เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มีการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรอยู่ตลอด ซึ่งมีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท โดยล่าสุดมีโครงการอยู่ทั้งหมด 17 โครงการ นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ที่ผ่านมาได้เปิดธุรกิจรับเหมาและบริหารดูแลเรื่องของบัญชีเอง จากผู้รับเหมารายย่อยก็ขึ้นมาเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ ซึ่งได้มีการปรับรูปแบบใหม่ของโครงการและแก้ปัญหาอย่างละเอียดตลอดเวลา ปัจจุบันได้พัฒนาการออกแบบบ้าน จากเดิม 3 รูปแบบต่อเดือน เป็น 9 รูปแบบ ซึ่งได้มีการสร้างบ้านเดี่ยวในโครงการเดอะรักส์ เป็นโครงการที่ภาคภูมิใจเพราะว่าสามารถสร้างบ้านได้ประมาณ 100 หลัง บนพื้นที่20ไร่ แต่ต่อมาได้มีการลดจำนวนของบ้านลงเหลือแค่ 96 หลัง เพื่อจะให้มีพื้นที่ใหญ่มากขึ้นและวางดีเทลตามแผนผังเมือง โดยสร้างทาวเฮ้าส์ห่างกับพื้นที่บ้านเดี่ยว 200 เมตร มีของแถม เช่น เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้มีการเพิ่มสระว่ายน้ำกับห้องฟิตเนส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เมื่อลูกค้านำSpaceมาเปรียบเทียบกับโครงการของพฤกษาที่มีราคาถูกกว่า จะสามารถตัดสินใจและเลือกซื้อโครงการได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ เรายังได้ทำโครงการบ้านทั้งหมด 7 โครงการ ภายในถนนเส้นเดียวไม่ว่าจะเป็นทาวเฮ้าส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว โฮมออฟฟิศ ซึ่งถนนมีความกว้าง 2 เมตรเท่านั้น แต่สามารถสร้างทำเลเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าในโครงการได้หลากหลาย