เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
World ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
ดูทั้งหมด

มหันตภัย ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ คุกคามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก

25 ม.ค. 2563 | 14:01น.

การแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรน่า” สายพันธุ์ใหม่ ที่เกิดขึ้นเมื่อปลาย ธ.ค. 2019 ที่เมืองอู่ฮั่น ของประเทศจีน หรืออีกชื่อที่เรียกว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” ที่มีการแพร่ระบาดในเมืองสำคัญหลายแห่งของจีน กำลังกลายเป็นประเด็นความเสี่ยงใหญ่ของโลก

หลังจากที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน ประกาศยืนยันเมื่อ 21 ม.ค. 2020 ระบุว่าเชื้อไวรัสอู่ฮั่น สามารถติดต่อจาก “คนสู่คน” โดยเป็นโรคติดต่อจากทางเดินหายใจ ซึ่งสร้างความกังวลว่าการแพร่ระบาดอาจลุกลามมากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนหลายล้านคนเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก

ขณะที่ทั่วโลกตำหนิการปกปิดข้อมูลการระบาดของโรคและดำเนินมาตรการป้องกันที่ล่าช้า ส่งผลให้พบการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนยืนยันข้อมูลล่าสุด (23 ม.ค.) พบว่า ผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 830 ราย และผู้เสียชีวิต 26 ราย ซึ่งนอกจากในประเทศจีน โดยเฉพาะในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ แล้วก็ยังพบผู้ติดเชื้อในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และยังพบผู้ติดเชื้อประเทศต่าง ๆ ทั้งประเทศไทย สิงคโปร์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเก๊า ไต้หวัน รวมถึงสหรัฐอเมริกา

WHO ถกยังไม่ประกาศ “ภาวะฉุกเฉิน”

ขณะที่องค์การอนามัยโลกจัดประชุมฉุกเฉิน เมื่อ 23-24 ม.ค. 2020 เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและพิจารณาการประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการยกระดับมุมมองของดับเบิลยูเอชโอต่อความรุนแรงของการระบาดของเชื้อไวรัส โดยอาจเทียบเท่ากับความรุนแรงของโรคซาร์ส เมื่อปี 2002/2003 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนประมาณ 774 ชีวิต จากผู้ติดเชื้อ 8,098 ราย เนื่องจากดับเบิลยูเอชโอประเมินว่าการแพร่ระบาดของเชื้อส่วนใหญ่ยังคงจำกัดอยู่ที่จีนเท่านั้น จึงเห็นว่ายังไม่สมควรที่จะประกาศ “ภาวะฉุกเฉิน”

อย่างไรก็ตาม อัตราการแพร่ระบาดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่จากดับเบิลยูเอชโอเปิดเผยว่า“ไวรัสโคโรน่ามีอัตราการแพร่ระบาดที่รวดเร็วกว่าซาร์สเป็นอย่างมาก โดยภายในระยะเวลาไม่ถึงเดือนพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 576 ราย ขณะที่ในการแพร่ระบาดของโรคซาร์สส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพียง 456 ราย ในระยะเวลา 2 เดือน”

จีนปิดเมือง “อู่ฮั่น-หวงกั่ง” สกัดเชื้อแพร่

เนื่องจากการแพร่ระบาดที่รวดเร็ว ทำให้รัฐบาลเมืองอู่ฮั่นประกาศ “มาตรการปิดเมือง” เมื่อ 23 ม.ค. 2020 โดยยุติการให้บริการโครงข่ายขนส่งสาธารณะของเมืองอู่ฮั่น พร้อมทั้งสั่งห้ามทุกเที่ยวบินขาออกจากเมือง รวมถึงถนนสายสำคัญซึ่งเชื่อมต่อเมืองกับส่วนอื่น ๆ ของประเทศจีนก็ถูกปิดเพื่อป้องกันชาวเมืองเดินทางออก

นอกจากนี้ ทางการจีนยังได้สั่งปิด“เมืองหวงกั่ง” ซึ่งอยู่ติดกับอู่ฮั่นเพิ่มอีกแห่ง โดยระบบโครงข่ายคมนาคมของเมือง รวมถึงสถานบันเทิงต่าง ๆ ถูกระงับการใช้บริการ ส่งผลกระทบต่อประชากรราว 18 ล้านชีวิต ในวันต่อมายังมีประกาศปิดเมือง “เหอโจว” และอีกหลายเมืองในมณฑลหูเป่ย์อีกด้วย

โดยการปิดเมืองของจีน ถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก(WHO) ระบุว่า “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ขณะที่สายการบินหลายประเทศก็ยกเลิกเที่ยวบินมายังเมืองอู่ฮั่น นอกจากนี้ทางการฮ่องกงยังยุติการจำหน่ายตั๋วรถไฟความเร็วสูงทั้งเที่ยวไปและกลับจากอู่ฮั่น โดยเมืองอู่ฮั่นและหวงกั่งถูกปิดทั้งขาเข้าและขาออก

นอกจากนี้ ทางการจีนยังได้ประกาศยกเลิกการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนหลายแห่งในกรุงปักกิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมตัวของฝูงชนจำนวนหลายร้อยล้านคน ทั้งชาวจีนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลอง และอาจนำไปสู่การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสมากขึ้นอีกด้วย

ปิดเมืองแห่งยานยนต์ ทุบจีดีพีจีน 1%

สำหรับ “เมืองอู่ฮั่น” ถือเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน โดยข้อมูลจากรัฐบาลเมืองอู่ฮั่นระบุว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองอู่ฮั่น เมื่อปี 2019 อยู่ที่ระดับ 7.8% โดยเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่าเมืองอู่ฮั่นเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมและอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน ได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งยานยนต์” อีกทั้งยังมีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก ดังนั้นการปิดเมืองดังกล่าวจึงส่งผลกระทบกับการเติบโตของเศรษฐกิจจีนโดยตรง

นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นยังกระทบต่อเศรษฐกิจจีนในภาพรวม โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกและท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก “ดิ อิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต” (อีไอยู) เปิดเผยรายงานเมื่อ 24 ม.ค. 2020 ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจจีน 0.5-1% ขณะที่ปีนี้คาดการณ์อัตราการเติบโตจีดีพีของจีนอยู่ที่เพียง 5.9% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าโรคซาร์ส เมื่อปี 2003 ซึ่งในครั้งนั้นกระทบต่อจีดีพีจีนถึง 2%

ทั่วโลกผวาไวรัสอู่ฮั่นเขย่าเศรษฐกิจโลก

“มาร์ก วิลเลียม” นักเศรษฐศาสตร์จาก “แคปิตัลอิโคโนมิกส์” กล่าวว่า ถึงแม้ว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าผลกระทบอาจไม่รุนแรงเท่าโรคซาร์ส แต่ปัจจุบันการเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 17 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผลกระทบอาจลุกลามไปยังเศรษฐกิจทั้งโลกได้

รวมทั้งจากที่ปัจจุบันแต่ละปีมีชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกจำนวนมากกว่า 100 ล้านคน ทำให้โอกาสการแพร่กระจายเพิ่มสูงขึ้น ทำให้อาจเกิดความตื่นตระหนกในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้

นอกจากภาคธุรกิจคมนาคม, ค้าปลีก และท่องเที่ยวที่จะได้รับผลกระทบแล้ว สินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งจีนเป็นผู้บริโภครายใหญ่ มีโอกาสจะได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดย “คลอเดียร์ กาลิมเบอร์ตี้” จาก “เอส แอนด์ พี โกลบอล แพทส์” บริษัทวิจัยอุตสาหกรรมพลังงานคาดการณ์ว่า ผลการระบาดของไวรัสโคโรน่าส่งผลต่อการบริโภคน้ำมัน ประมาณ 200,000 บาร์เรล/วัน และอาจเพิ่มเป็น 700,000 บาร์เรล/วัน หากสถานการณ์รุนแรงเท่าโรคซาร์ส ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวและการบริโภคต่าง ๆ ลดลง

ด้วยความเชื่อมโยงเข้ากับเศรษฐกิจโลกที่มากขึ้น ทั้งด้านการค้า การลงทุน และคมนาคม หลายฝ่ายจึงกังวลว่าผลกระทบจากไวรัสอู่ฮั่นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ