เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ส่องกฎส่งออก “Novel foods” สู่อียู ดันไทยเปิดตลาด “แมลง” ยุโรป

20 ก.พ. 2563 | 12:32น.

สหภาพยุโรป (อียู) โดยกระทรวงสุขภาพและความปลอดภัยด้านอาหารประจำคณะกรรมาธิการยุโรป (DG SANTE) ได้จัดการประชุมอบรม The Better Training for Safer Food (BTSF) ระดับภูมิภาคขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 18 – 21 ก.พ. นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบว่าด้วยการขออนุญาตวางจำหน่าย “อาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่” (Novel foods) และ “อาหารท้องถิ่น” (Traditional foods) ที่นำเข้าจากประเทศนอกกลุ่มสมาชิกอียู โดยมีกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ารวมเป็นจำนวนมาก

Novel foods คืออะไร?

นายราฟาเอล เปเรซ เบอร์เบจัล เจ้าหน้าที่นโยบายอาวุโสด้านความปลอดภัยอาหารประจำคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้พัฒนาชุดกฎหมายที่ครอบคลุมกระบวนการขออนุญาตสำหรับอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่และอาหารท้องถิ่น โดย “อาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่” หมายถึงอาหารที่ไม่มีประวัติการบริโภคภายในภูมิภาคยุโรปก่อนวันที่ 15 พ.ค. 1997 ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้เป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ อาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่ ที่สามารถยื่นเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจะเป็นอาหารที่ค้นพบใหม่นอกภูมิภาคยุโรป หรืออาหารที่ผลิตขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ อย่างเช่น อาหารที่มีหรือประกอบด้วยสัตว์หรือชิ้นส่วนของสัตว์อย่างเช่น แมลง วัตถุดิบที่มาจากแร่ จุลินทรีย์ที่มาจากการเพาะเลี้ยงเซลล์และเนื้อเยื่อ สัตว์และพืช และอนุภาคนาโนเชิงวิศวกรรม

ส่วนอาหารที่ไม่มีประวัติการบริโภคภายในภูมิภาคยุโรปก่อนวันที่ 15 พ.ค. 1997 แต่มีการบริโภคกันในภูมิภาคอื่นมาอย่างยาวนาน 25 ปีขึ้นไป จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “อาหารท้องถิ่น” ซึ่งจะต้องขออนุญาตในการวางจำหน่ายในยุโรปตามกฎหมายดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะได้รับการทบทวนทุก 5 ปี โดยฉบับที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันเริ่มใช้ในปี 2018 ซึ่งมีการเพิ่มเติมรายละเอียดหลายประการ อย่างการเพิ่มเติมประเภทของอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่ที่เข้าข่ายการพิจารณามากขึ้นจากเดิม 4 ประเภทเป็น 10 ประเภทในปัจจุบัน

การขอขึ้นทะเบียน Novel foods

สำหรับกระบวนการขออนุญาตในปัจจุบัน DG SANTE ได้พัฒนาเป็นการยื่นคำร้องเป็นการยื่นข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด โดยมีการออกแบบแบบฟอร์มการขออนุญาตบนเว็บไซต์ที่เข้าใจง่าย รองรับมากถึง 22 ภาษา และผู้ที่สนใจยื่นคำร้องยังสามารถตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตนเองได้ว่า อาหารที่ต้องการขออนุญาตเข้าข่ายอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่หรือไม่

โดยกระบวนการพิจารณาสำหรับอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่จะใช้เวลาราว 20 เดือน หากเอกสารมีความพร้อมและผ่านการรับรองจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) แล้ว ทาง DG SANTE จึงจะร่างข้อตกลงเพื่อรับรองและขึ้นทะเบียนอาหารดังกล่าวใน “ยูเนียนลิสต์” (Union List) เพื่ออนุญาตในการวางจำหน่ายอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่ดังกล่าวในกลุ่มประเทศอียูต่อไป

ขณะที่อาหารท้องถิ่นก็มีกระบวนการพิจารณารับรองเช่นเดียวกันกับอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่ แต่จะใช้เวลาสั้นกว่าเพียง 6-8 เดือนเท่านั้น เนื่องจากอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบกระบวนการผลิตทางวิทยาศาสตร์ที่ละเอียดมากกว่าอาหารท้องถิ่น

ทั้งนี้ สิทธิในการวางจำหน่ายอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่จะเป็นของผู้ยื่นคำร้องแต่เพียงรายเดียวเป็นเวลา 5 ปี โดยผู้ยื่นคำร้องต้องส่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของอาหารนั้นให้กับ DG SANTE โดยละเอียด ซึ่งเป็นไปตามหลักการปกป้องข้อมูล (Data protection) ต่างจากอาหารท้องถิ่นที่ผู้ยื่นคำร้องจะไม่ได้ครอบครองสิทธิในการจำหน่ายเพียงผู้เดียว แต่จะเป็นสิทธิทั่วไปสำหรับคนท้องถิ่นที่สามารถจัดส่งอาหารนั้น ๆ เข้ามาจำหน่ายในยุโรปได้

“แมลง” มาแรงใน “อียู”

นายเบอร์เบจัลเปิดเผยว่า แม้ในปัจจุบันตลาดอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่ในอียูยังไม่เติบโตมากนัก แต่ที่ผ่านมา DG SANTE ก็ได้รับรองการผลิตและการจำหน่ายอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่และอาหารท้องถิ่นในตลาดยุโรปไปแล้วถึง 180 รายการ และในขณะนี้ยังมีคำร้องที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาอีกมากกว่า 200 รายการ

สำหรับอาหารที่อียูกำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษในขณะนี้คือ “แมลง” อย่าง จิ้งหรีด ตั๊กแตน และหนอน ซึ่งไม่เคยอยู่ในวัฒนธรรมการกินของชาวยุโรปมากก่อน แต่ในปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากได้รับการวิจัยว่าเป็นแหล่งโปรตีนสูงไม่ต่างจากเนื้อสัตว์อื่น ๆ และยังสร้างมลภาวะน้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นอีกด้วย จึงคาดว่าจะมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในตลาดอียู

ดันอาหาร “อาเซียน” เข้าตลาดยุโรป

ในการประชุมอบรม BTSF ในประเทศไทยครั้งนี้ จะมีผู้เข้าร่วมจำนวน 34 คนจาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยกลุ่มชาติอาเซียนมีตัวแทนจากกัมพูชา มาเลเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ร่วมด้วย สำหรับไทยเองมีผู้เข้าร่วม 15 คน โดยส่วนใหญ่ตัวแทนองค์กรที่มีความสนใจในการส่งออกสินค้าอาหารไปยังอียู

นอกจากนี้ การจัดการประชุมอบรมที่ไทยยังนับเป็นหนึ่งในการประชุมอบรมในโครงการอบรม BTSF ระดับภูมิภาค ซึ่งจะจัดขึ้น 9 ครั้งระหว่างปี 2020-2021 ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ได้แก่ แอฟริกา (เซเนกัลและเอธิโอเปีย) ละตินอเมริกา (อาร์เจนตินาและคอสตาริกา) เอเชีย (อินเดีย ทย และจีน) ตะวันออกกลาง (จอร์แดน) และยุโรป (มอลโดวา) โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมอบรมถึง 300 คนจาก 68 ประเทศทั่วโลก

โดยการอบรมครั้งนี้มีเป้าหมาย เพื่อกระจายความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งออกอาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่ให้เป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลาย และเพื่อให้ผู้ต้องการส่งออกอาหารท้องถิ่นมีความสามารถในการประเมินผลิตภัณฑ์ของตนเองในเบื้องต้น ก่อนที่จะยื่นคำร้องไปยัง DG SANTE เพื่อย่นระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ อาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่อียูกำลังให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความปลอดภัยด้านอาหารให้กับผู้บริโภค รวมทั้งเป็นการรวมศูนย์การบริหารจัดการและการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหาร ทั้งยังขยายโอกาสในการจำหน่ายสินค้าอาหารในตลาดอียู และเสริมสร้างความร่วมมือด้านความหลากหลายและความมั่นคงทางอาหารระหว่างประเทศอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหภาพยุโรป (EU)