เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
ผ่างบฯ-เงินการเมือง ปี’70 6 องค์กรอิสระ 1.15 หมื่นล้าน
Politics ผ่างบฯ-เงินการเมือง ปี’70 6 องค์กรอิสระ 1.15 หมื่นล้าน
ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
News พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
Business ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
Tech กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
World เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
News อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
Automotive BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
ดูทั้งหมด

ผู้ป่วยหัวใจ รพ.มงกุฎวัฒนะเฮ! สปสช.ขยายเวลารักษาฟรีอีก1ปี พร้อมเจรจา “หมอเหรียญทอง”

21 ก.ย. 2560 | 14:13น.

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีวาระการหารือกรณีโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะทักท้วงหลักเกณฑ์ที่ระบุให้ รพ.รับส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจต้องมีแพทย์ประจำอย่างน้อย 1 คน ส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคหัวใจที่รอการผ่าตัดกว่า 45-50 คนในวันที่ 1 ตุลาคมนี้จะไม่สามารถใช้สิทธิรักษาและอาจต้องเสียเงินเอง ว่ามีความเป็นห่วงเรื่องนี้ จึงมีการประชุมหารือว่าจะดำเนินการแก้ไขอย่างไรให้เกิดความเข้าใจทั้งหมด โดยจากการหารือผู้บริหาร สปสช. ทราบว่าเกณฑ์ดังกล่าวเป็นข้อกำหนดของหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยวิธีการผ่าตัดในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2560 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

“ประกาศดังกล่าวมีข้อกำหนดอยู่หลายข้อ หนึ่งในนั้นคือกำหนดให้มีศัลยแพทย์ทางด้านหัวใจประจำ รพ. 1 คน เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยซึ่งส่วนใหญ่มารับบริการช่วงเวลาราชการอยู่แล้ว ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็มี รพ.หลายแห่งเข้ามาและผ่านเกณฑ์กำหนดดังกล่าว แค่ใน กทม.ประมาณ 8 แห่ง มีเพียง รพ.มงกุฎวัฒนะแห่งเดียวที่ไม่ผ่าน และเสนอให้เปลี่ยนเกณฑ์เพื่อให้ รพ.สามารถใช้แพทย์พาร์ตไทม์ได้นั้น ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าความปลอดภัยของประชาชนสำคัญที่สุด จะไปเปลี่ยนเกณฑ์คงไม่ได้ แต่เนื่องจากเพิ่งมีการประกาศใช้ เลยให้โอกาส รพ.ที่เคยทำอยู่ก่อนโดยยืดเวลาให้สามารถใช้แพทย์พาร์ตไทม์ได้ 1 ปี หลังจากนั้นต้องให้เป็นไปตามเกณฑ์คือมีแพทย์ประจำ และได้มอบหมายให้ นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. ไปคุยกับ นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้” นพ.ปิยะสกลกล่าว

ด้าน นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่าเกณฑ์ที่ประกาศออกมากรณีเรื่องแพทย์ประจำนั้น ถือเป็นเกณฑ์ที่ดี เพราะทำให้เกิดความมั่นใจกับคนไข้ กับญาติคงไม่แก้ไข แต่อาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่ประกาศออกมามีความกระชั้นชิด ทำให้ รพ.ปรับตัวไม่ทัน จึงจะมีการพูดคุยกับ รพ.เอกชนทั้งหลายที่เคยผ่าตัดในบัตรทอง ซึ่งยังมีอีก 7 แห่งที่ไม่ได้ยื่นมา ถ้ารวม รพ.มงกุฏวัฒนะเป็น 8 แห่ง โดยจะให้เวลาเตรียมตัวออกไปอีก 1 ปี เพื่อเตรียมตัว และคนไข้จะได้ไม่เดือดร้อน ไม่ตกใจ ไม่กังวล เพราะมาดูประวัติย้อนหลัง รพ.เอกชนแต่ละแห่งไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย แต่เพื่อเป็นการป้องกันในภายภาคหน้า จึงต้องมีเกณฑ์นี้ แต่จะขยายเวลาออกไป โดยจะออกเป็นประกาศของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.)

“จากนี้จะมีการหารือกับทาง รพ.เอกชนที่เคยเป็นหน่วยบริการส่งต่อ แต่ด้วยเมื่อมีประกาศเกณฑ์ดังกล่าวออกมา ทาง รพ.เอกชนเหล่านี้ได้พิจารณาและพบว่าอาจไม่เข้าเกณฑ์ด้วยเหตุผลบางประการ จึงไม่ได้มีการต่อ แต่ทาง สปสช.จะเข้าหารือว่า เมื่อมีการขยายเวลาเพื่อให้ปรับตัวน่าจะมีความพร้อมมากขึ้นหรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะหารือแค่ รพ.มงกุฏวัฒนะ แต่จะหารือ รพ.เอกชนอื่นๆ ที่เคยอยู่ในระบบส่งต่อของเราด้วย ส่วน รพ.อื่นที่เข้ามาใหม่ก็จะให้ใช้ตามเกณฑ์นี้เลย” นพ.ประจักษวิช กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับ รพ.อื่นๆ อีก 7 แห่งที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์นั้น เป็นหน่วยบริการประจำและหน่วยบริการส่งต่อเหมือน รพ.มงกุฎวัฒนะหรือไม่ นพ.ประจักษวิช กล่าวว่า เดิมก่อนมีประกาศใหม่นี้ มี รพ.ทั้งหมด 57 แห่งมี 50 แห่งส่งมาเพื่อขอประเมินขึ้นเป็นหน่วยบริการส่งต่อของบัตรทอง โดยพบว่า 7 แห่งที่ไม่ได้ส่งมา ส่วนใหญ่เป็นหน่วยบริการส่งต่อทั้งหมด ยกเว้น 1 แห่งที่เป็นทั้งหน่วยบริการส่งต่อและหน่วยบริการประจำ ซึ่งไม่รวมกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ สรุปตอนนี้มีหน่วยบริการส่งต่อที่ผ่านประเมิน 49 แห่ง

เมื่อถามว่าเพราะเหตุใดต้องแยกหน่วยบริการประจำและหน่วยบริการส่งต่อให้มีเกณฑ์แตกต่าง ทั้งที่รักษาได้เหมือนกัน นพ.ประจักษวิช กล่าวว่า หน่วยบริการประจำจะดูแลทุกเรื่อง ทั้งส่งเสริมป้องกัน คนไข้นอก คนไข้ในที่รักษาทั่วไป หากรักษาไม่ได้ก็ต้องส่งต่อ ก็จะมีส่งต่อทั่วไป หรือส่งต่อเฉพาะโรค เช่น โรคหัวใจ เพราะเป็นเรื่องจำเพาะ เด็กน้ำหนักน้อย ยกตัวอย่าง รพ.หนึ่งผ่าตัดข้อเข่าไม่ได้ ก็ต้องส่งต่อทั่วไปที่มีแพทย์ศัลยแพทย์ ซึ่งแม้หน่วยบริการประจำจะมีศักยภาพในการผ่าตัดรักษาเฉพาะโรคได้ รู้ว่าทำได้ แต่ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น และมีความมั่นใจกับประชาชนด้วย ไม่ใช่ว่าหน่วยบริการประจำจะทำได้ทุกเรื่อง จึงจำเป็นต้องแยกเช่นนี้

“ผมขอย้ำว่าผู้ป่วยบัตรทองยังรักษาได้เหมือนเดิมทั้งหมด อย่างผู้ป่วยโรคหัวใจก็ยังรักษาได้ตามเดิม ส่วนเรื่องของระบบการบริหารจัดการ ทาง สปสช.จะเข้าเจรจาหารือกับทาง รพ.เอกชน และไม่ต้องห่วง ทุกอย่างจะไม่กระทบกับผู้ป่วยแน่นอน และขอย้ำอีกว่าส่วนผู้ป่วยบัตรทองใน รพ.มงกุฏวัฒนะท่านอื่นๆ ก็รักษาได้ตามปกติ” รองเลขาธิการ สปสช.กล่าว

 

Advertisement

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงสาธารณสุข