ไวรัสโควิดทุบ ‘ท่องเที่ยวเยอรมัน’ หันบุกตลาดอาเซียน
การท่องเที่ยวเยอรมันรับไวรัสโควิด-19 กระทบตลาดท่องเที่ยว เร่งปูพรมภูมิภาค “อาเซียน” เชื่อเป็นตลาดศักยภาพใหม่ ชู “อินโดฯ-ไทย” กวาดรายได้เพิ่ม พร้อมแผนรุกออนไลน์-ออฟไลน์ เดินหน้าโรดโชว์ทั่วภูมิภาค
นางแอนเน็ต บีเนอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศเยอรมนี (GNTB) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเยอรมนีได้รับผลกระทบบางส่วนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) เนื่องจากหลายตลาดเกี่ยวพันกับสถานการณ์ โดยเฉพาะตลาดจีนที่ทำรายได้เป็นอันดับ 1 ให้กับอุตฯท่องเที่ยวเยอรมนี
โดยกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเติบโตขึ้นอย่างมาก และปัจจุบันรายได้ปลอดภาษีที่เยอรมนีได้รับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกว่า 40% นั้น ตลาดจีนถือเป็นตลาดอันดับ 1 ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด ในขณะที่กลุ่มชาติอาเซียนมีสัดส่วนรวมกัน 24% และสหรัฐอเมริการองลงมาที่ 6%
จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้ที่ผ่านมา GNTB ปักหมุดพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งสำนักงานอยู่ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อทำตลาดในพื้นที่สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย พร้อมตั้งเป้าขยายสัดส่วนรายได้จากประเทศกลุ่มดังกล่าวนี้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นด้วย
นางแอนเน็ตกล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจของเยอรมนี รวมถึงมีอัตราการเติบโตที่กว่า 65% นั้บตั้งแต่ปี 2561 โดยอินโดนีเซียมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางสู่เยอรมนีกว่า 111,000 คน ขณะที่ไทยเดินทาง 96,000 คน ส่วนประเทศอื่น ๆ อย่างสิงคโปร์ มีจำนวน 87,000 คน และมาเลเซีย 83,000 คน ตามลำดับ
นอกจากนี้ ไทยยังมีอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสู่เยอรมนีกว่า 70% นับตั้งแต่ปี 2557-2561 รวมถึงเป็นฮับทางการบินในการเปลี่ยนและต่อเครื่องสู่พื้นที่อื่น ๆด้วย
“เราวางแผนทำตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านหลายช่องทาง ทั้งออนไลน์แคมเปญผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ การจัดงานแทรเวลมาร์ต รวมถึงการโรดโชว์ไปในพื้นที่ต่าง ๆ ของอาเซียน ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย พร้อมทั้งเชิญผู้ประกอบการชาวไทยไปร่วมงานเทรดที่เยอรมนี โดยจะเน้นขายด้านช็อปปิ้งให้กับนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเยอรมนีในปี 2563 นี้ ยังอยู่ในทิศทางบวกมาโดยตลอด ก่อนจะเกิดวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยขณะนี้คาดว่าสถานการณ์มีโอกาสเป็นไปได้ 3 ทาง คือ 1.วิกฤตยุติ
ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้แล้ว 2.สถานการณ์เป็นไปในทิศทางเดียวกับวิกฤตแพร่ระบาดของโรคซาร์ส น่าจะกระทบต่อรายได้ด้านการท่องเที่ยวราว 17% และ 3.หากสถานการณ์ยังลุกลามอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่า 25%
นางแอนเน็ตกล่าวต่อไปอีกว่า นับตั้งแต่การสลายกำแพงเบอร์ลินในปี 2532เยอรมนีมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วงปี 2536-2561 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเยอรมนีเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 เท่าตัวกล่าวคือจาก 34.7 ล้านคน เป็น 87.7 ล้านคน ทำให้ในปี 2561 เยอรมนีมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก และมีดัชนีการแข่งขันด้านการเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลก
“สำหรับภูมิภาคยุโรป เยอรมนีเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ทั้งทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานแสดงสินค้านานาชาติ การจัดประชุมสัมมนา การท่องเที่ยวสำหรับวัยรุ่น และการท่องเที่ยวในเมืองต่าง ๆ และยังเป็นอันดับ 2 ในด้านการท่องเที่ยวแบบลักเซอรี่” นางแอนเน็ตกล่าว