เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“หลอน” กันทั้งประเทศ

07 มี.ค. 2563 | 20:40น.
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย ประเสริฐ จารึก

ประเทศไทย 2020 ต้องสตรองเบอร์ไหน ถึงจะ “เอาอยู่” กับมรสุมที่กำลังรุมเร้า ทั้งศึกใน-ศึกนอก

วิกฤตฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ยังไม่ทันจางดี สถานการณ์การเมืองก็เริ่มมีสัญญาณคุกรุ่น

หลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลประยุทธ์” ยังหายใจไม่ทั่วท้องดี ก็เจอกรณีการระบาดของ “แฟลชม็อบ” ในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่เอา “ลุงตู่”

ขณะที่สภาพเศรษฐกิจที่ผ่านมา ก็ตกอยู่ในสภาวะ “ชะลอตัว” ต่อเนื่องมาถึงปี 2563 และมีทีท่าจะฟุบยาว กลับหัวตีลังกาดิ่งลงพสุธา

จาก 3 ปัจจัยเสี่ยง งบประมาณ 2563 ที่ออกช้า ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก และไวรัสโควิด-19

ธนาคารแห่งประเทศไทยพยากรณ์เศรษฐกิจไทย ทั้ง 3 ปัจจัยสถานการณ์ยังไม่นิ่ง

ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ มีความเป็นไปได้ที่ GDP จะโตต่ำ 1% ต่ำจากเดิมคาดการณ์ 2.8%

ด้านสภาพัฒน์คาดการณ์ปีนี้อาจจะเห็นคนว่างงานเพิ่ม จากธุรกิจที่ทยอยเลิกกิจการ

ดูแล้วปีนี้ แทบไม่มีข่าวดีสำหรับประเทศไทยเลย

ยิ่งพิษ “โควิด-19” ระบาดหนักในหลายประเทศ ทั้งเอเชียและยุโรป ไม่ใช่แค่ประเทศจีน

ยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกที่ไม่ดีอยู่แล้ว ยิ่งสะท้านหนักเข้าไปอีก

ไม่ต่างจากสถานการณ์ของประเทศไทย ที่ “โควิด-19” กำลังกลายเป็นโดมิโนทุบธุรกิจเป็นวงกว้าง

ในเมื่อประเทศพึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวและส่งออกเป็นหลัก

เมื่อนักท่องเที่ยวหายวับไปกับตา ทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องซบเซาตามไปด้วย

ภาพที่เห็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตเงียบเหงา ศูนย์การค้าลักเซอรี่ในเมือง คนเดินบางตา

เมื่อคนไม่มี พนักงานร้านค้าในห้าง นอกห้างก็ขายของไม่ได้ รายได้ที่เคยได้วูบหนัก จึงหนีไม่พ้นที่เจ้าของธุรกิจต้องลดค่าใช้จ่าย เพื่อประคองตัวเองให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤต

ที่เป็นข่าวครึกโครม โรงแรมแบรนด์ดัง ตระกูลใหญ่ ที่ใช้กลยุทธ์ให้พนักงานสมัครใจใช้สิทธิ์การลาแบบไม่รับค่าจ้าง เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อรัดเข็มขัด

ขนาดยักษ์ใหญ่ในตลาดยังสะเทือน แล้วโรงแรมระดับกลาง ระดับล่างที่สายป่านไม่ยาวพอ จะอยู่กันอย่างไร

วันก่อนเจอเพื่อนเป็นเซลส์ขายน้ำผลไม้ให้กับโรงแรมเล่าให้ฟังว่า

ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีจริง ๆ ยอดขายตกทุกเดือน ยิ่งคนแพนิกไวรัสโควิด-19 ทำให้ยอดขายลดลงมากในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เพราะผู้ประกอบการโรงแรมเริ่มปิดบริการ ที่เห็นชัดมากในพัทยาและย่านสมุทรปราการที่รับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ตอนนี้มีปิดบริการชั่วคราวไปแล้ว และมีขอยืดเวลาการชำระหนี้ออกไปอีก 3 เดือน

ส่วนเพื่อนอีกคนทำบัญชีให้กับโรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นโรงแรมระดับ 6 ดาว กระจายอยู่ในกรุงเทพฯและภูเก็ต ที่มีลูกค้าจากจีนและยุโรปมาพักเป็นส่วนใหญ่

ก็เปรยให้ฟัง…ตอนนี้ลูกค้าที่บุ๊กกิ้งไว้ขอยกเลิกแล้ว 50% หลังเกิดการระบาดโวรัสโควิด-19 ในช่วงเดือนเศษ ๆ นี้

แต่เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้า เจ้าของโรงแรมจำต้องคืนเงินให้ลูกค้า เพื่อซื้อใจให้เขากลับมาอีก หลังวิกฤตคลี่คลาย

ขณะเดียวกันก็หาช่องทางหารายได้มาทดแทนกับเงินที่คืนลูกค้าไป

มีจัดโปรโมชั่นจูงใจให้คนเข้ามาพัก เช่น ลดค่าห้องพัก ลดค่าอาหาร และบริการอื่น ๆ รวมถึงหาตลาดใหม่มาทดแทน เช่น ลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน

ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวที่สำลักพิษโควิด-19 วงการ “ออร์แกไนซ์-พริตตี้” ก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน เมื่อธุรกิจงด เลื่อนอีเวนต์ยาว รายได้ที่แพลนไว้จะเข้ามาในเดือนนี้ เดือนนั้น ก็ถูกแคนเซิลไม่มีกำหนด

ส่วนภาคการขนส่งก็ระทมทุกโหมด ยิ่งสายการบินยิ่งโคม่า เมื่อนักท่องเที่ยวหลายประเทศงดการเดินทาง สายการบินต้องลดเส้นทาง นักบิน แอร์โฮสเตสก็ตกงานกันหลายชีวิต

ส่วนผู้ที่จองตั๋วโดยสาร แม้สายการบินให้เลื่อนการเดินทางได้ถึงสิ้นปี แต่ดูแล้วในอารมณ์นี้ คงอยากได้เงินคืนมากกว่าชดเชยเป็นเวลา เพราะไม่รู้ว่าเลื่อนไปแล้ว เมื่อถึงเวลาจริง ๆ จะได้ไปหรือไม่ เพราะทุกอย่างถูกเซตไว้หมดแล้ว วันลา วันว่างคนในครอบครัว

หรือบางคนเลื่อนตั๋วได้ แต่จำต้องยอมเสียค่าที่พักที่จองไว้ที่ต่างประเทศ เพราะมีบางโรงแรมที่ไม่ได้คืนเงินให้ลูกค้า หรือได้คืนก็แค่บางส่วนเท่านั้น

ตอนนี้สะเทือนกันทั้งประเทศ ทุกวงการ

นี่ยังไม่พ้นไตรมาสแรกของปี 2563 ก็หน้าเหี่ยว หน้าแห้งกันเป็นแถว

ถ้าหากสถานการณ์ลากยาวไปอีก ไม่ใช่แค่ 6 เดือนอย่างที่ประเมินกัน

คงจะ “เผาจริง” อย่างที่กูรูเศรษฐกิจว่าไว้ ถ้ารัฐบาลไม่แอ็กชั่น แก้ปัญหาให้ตรงจุด

ยิ่ง “ผีน้อย” หมื่นชีวิต หนีโควิด-19 จากเกาหลีใต้ ซึ่งมีสถิติคนติดเชื้อพุ่งเป็นรายวัน

ยิ่งทำให้คนไทยหลอนกันทั้งประเทศ !

หากรัฐบาลไม่ตั้งรับให้ดี ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19