เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

เปิดไทม์ไลน์ 35 วัน ข้อพิพาทหน้ากากอนามัย ปมเหตุเด้ง อธิบดีกรมการค้าภายใน

15 มี.ค. 2563 | 14:02น.

ย้อนรอยไทม์ไลน์การแก้ปัญหา หน้ากากอนามัย เป็นผลสืบเนื่องจากไทยมีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย 11 โรง สามารถผลิตได้ 36 ล้านชิ้นต่อเดือน ขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้น 5 เท่า จาก 20 เป็น 100 ล้านชิ้นต่อเดือน หลังจากเกิดปัญหาการระบาดของโควิด-19 และราคาขายได้ปรับขึ้นไปจากชิ้นละ 2.50 บาทเป็นร้อยบาท และยังไม่สามารถ หาซื้อได้

ที่ผ่านการแก้ปัญหาด้วยมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งถือดาบตามกฎหมาย พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ 2542 (กรมการค้าภายในเป็นฝ่ายเลขานุการ) ได้กำหนดให้สินค้าหน้ากากอนามัยเป็น “สินค้าควบคุม” เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2563 และกำหนดมาตรการขั้นเริ่มจากบังคับให้ผู้ถือครองหน้ากากอนามัย 500 ชิ้น เจลล้างมือ ต้องแจ้งปริมาณ สถานที่จัดเก็บ แจ้งโครงสร้างราคาต้นทุน

และค่อยๆยกระดับขึ้นเป็นบังคับให้ผู้ที่ต้องการส่งออกต้องขออนุญาต และปั่นส่วนที่ผลิตเพื่อขายในประเทศด้วย 50 : 50 พร้อมทั้ง ตั้งศูนย์บริหารจัดการหน้าการอนามัยจากที่ได้รับปั่นส่วนมา ประมาณ 30% ส่วนที่เหลืออีก 70% ยังคงให้เอกชนบริหารตามคำสั่งซื้อปกติ

แต่ปัญหาการขาดแคลนยังไม่ยุติทั้งยังมีการโก่งราคาขายในโซเชียล เกิดกรณีบุคคลใกล้ชิดรัฐมนตรีกักตุนหน้ากาก อนามัย 200 ล้านชิ้น และบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนหน้า

ในเย็นวันที่ 3 มี.ค. 63 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ จึงเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง และ 11 โรงงาน ก่อนจะประชุมกกร.วันที่ 4 มี.ค.63 กุมอำนาจบริหารหน้ากากอนามัยแบบเบ็ดเสร็จ 100% ไว้ใน “ศูนย์กระจายและบริหารจัดการกระจายหน้ากากอนามัย” และการจำกัดเพดานราคาจำหน่าย ชิ้นละ 2.50 บาท พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ประจำที่โรงงานตรวจสอบการผลิตและรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และการจัดรถโมบายขายหน้ากาก 111 คันทั่วไทยแต่ทำดฃได้เพียง 1 วันก็ยกเลิก

ต่อมา ปมปะทะ ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2563 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาการหมิ่นประมาทโดยการประชาสัมพันธ์ เพราะเอาข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงมาออกสื่อ ทำให้กรมการค้าภายใน ได้รับความเสียหาย กับนายชัยยุทธ คำคูณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน 11 กุมภาพันธ์ ถึงตัวเลขรายงานการส่งออกหน้ากากอนามัยในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2563 มีการส่งออกหน้ากากอนามัยทั้งสิ้นกว่า 330 ตัน คิดเป็นมูลค่า 160 ล้านบาท โดยเป็นการให้ส่งออกหน้ากากอนามัย ตามใบอนุญาตของกรมการค้าภายใน

นายวิชัย ย้ำว่า ข้อมูลดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนเพราะหลังจากมีการประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมและ ก็ไม่ได้อนุญาตให้มีการส่งออกแล้ว ยกเว้นกรณีที่หน้ากากอนามัยที่ไม่ใช้ในไทยและหน้ากากที่มีลิขสิทธิ หรือมีเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมียื่นขออนุญาตส่งออก รวม 53 ล้านชิ้น แต่คณะกรรมการฯ พิจารณาให้ส่งออกได้เพียง 12.7 ล้านชิ้น ซึ่งจำนวนการส่งออกจะสำแดงเป็นชิ้น ไม่ใช่คิดเป็นปริมาณตัน

“ให้มีการส่งออกไปได้นั้นมีแค่อยู่ในช่วง 17-28 กุมภาพันธ์ 2563 ส่วนการขออนุญาตส่งออกในเดือนมีนาคม 2563 นี้ยังไม่มีการพิจารณาใดๆ ส่วนที่มีการปฏิเสธไม่ให้อนุญาตส่งออกมีถึง 41 ล้านชิ้นส่วนที่อนุญาตไปนั้นมีเพียง 12.7 ล้านชิ้นพิจารณาเป็นอยู่ที่ 40 ตัน”

Advertisement

แต่ก็เกิดจุดหักมุม เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2563 ได้มีการเผยแพร่ เอกสารใบอนุญาตส่งออกหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ปรากฎลายเซ็น นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายในให้กับบริษัท เอ็มเมอรอลด์ นอนวูเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำนวน 1.03 ล้านชิ้น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 หรือในช่วงหลังกระทรวงพาณิชย์ประกาศใช้มาตรการห้ามส่งออก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563

นายวิชัย ออกมาชี้แจงว่าเคสดังกล่าว เป็นไปตามเงื่อนไขการส่งออกที่กำหนด
กล่าวคือ ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ กกร ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาต้องหน้ากากอนามัยที่ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในประเทศ หรือเป็นสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ และโรงงานที่ผลิตได้รับบีโอไอให้ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น รวมถึงหน้ากากเฉพาะที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ถึงจะอนุญาต ให้ส่งออกได้

ซึ่งในการพิจารณามีคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ที่กกร.แต่งตั้งขึ้น ประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผู้แทนองค์การเภสัชกรรม และผู้แทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้แทนจากกรมการค้าภายใน ร่วมกันพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ซึ่งในการพิจารณาอนุญาตส่งออกแต่ละครั้งผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะพิจารณาชนิด และคุณภาพของหน้ากากอนามัย หากปรากฏว่าเป็นสเป็คดังกล่าวข้างต้นจึงจะอนุญาตให้ส่งออกได้ แต่หน้ากากอนามัยแบบที่ไทยต้องใช้ ไม่มีการอนุญาตให้ส่งออก

ดังนั้น เคสดังกล่าว เป็นการผลิตตามกฎหมายบีโอไอ ส่วนเคสอื่นขอยืนยันว่าไม่อนุญาตให้ส่งออกหน้ากากอนามัยที่ใช้ในประเทศอย่างแน่นอน

ไม่เพียงเท่านั้น ในจังหวะเดียวกันยังมีปัญหา ระหว่างกรมการค้าภายในและสมาคมร้านขายยา จากกรณีที่นายเทพรักษ์ สุรทานต์นนท์ ประธานสภาที่ปรึกษาสมาคมร้านขายยา ออกข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2563 ว่า ตามที่มีมีข่าวปรากฏทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ ว่ากรมการค้าภายในได้จัดสรรหน้ากากอนามัยให้แก่ สมาคมร้านขายยา วันละ 2.5 หมื่นชิ้น เพื่อจำหน่ายกับผู้ที่ต้องการนั้น สมาคมร้านขายยาขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า จนถึงขณะนี้สมาคมฯ ยังไม่ได้เคยได้รับหน้ากากอนามัย จากกรมการค้าภายในเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้น เพื่อความยุติธรรม ตลอดจนลดแรงกดดัน และเพื่อให้สมาคมร้านขายยาที่มีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ ช่วยลดช่องว่าง ช่วยแบ่งเบาภาระทางราชการในการป้องกันไวรัส COVID-19 สมาคมร้านขายยา ขอเรียกร้อง กรมการค้าภายใน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามที่ปรากฏเป็นข่าวด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง

ประเด็นดังกล่าวนำมาสู่ปม ‘อธิบดีให้สมาคมขอโทษ’ ก่อนที่จะจัดสรรหน้ากากอนามัยให้ ซึ่งกรมการค้าภายในก็ออกโรงแจงว่าไม่เคยให้มีการขอโทษ และได้จัดสรรหน้ากากอนามันให้สมาคม จำนวนม30,000 ชิ้นในวันที่ 13 มีนาคมต่อมา

รายงานข่าวระบุว่า หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นนี้อาจจะมีความเชื่อมโยงในทางการเมือง ความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่กุมอำนาจในสองกระทรวง แต่อธิบดี เป็นเหยื่อทางการเมือง อย่างไรก็ตามต้องติดตามหลังจากนี้ ‘ใคร’จะเป็นผู้รับหน้าที่ในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยแทนนายวิชัย