สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้วัดตั้งโรงทาน ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ลงพระนาม ประกาศ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับพระภิกษุ สามเณร ประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดที่ทวีจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว
วัดราชพบิธสถิตมหาสีมาราม จึงกำหนดมาตรการและข้อปฏิบัติทั้งสิ้น 11 ข้อ อาทิ งดกิจกรรมภายในวัด ตั้งแต่บัดนี้,ปิดประตูวัดทุกประตู ยกเว้นประตูฝั่งถนนเฟื่องนครด้านศาลาร้อยปี และประตูฝั่งถนนอัษฎางค์ สำหรับพระภิกษุสามเณรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งจำเป็นต้องเข้าออกบริเวณวัด
พระภิกษุสามเณรภายใน หากไม่มีกิจจำเป็น ไม่พึงออกนอกพื้นที่วัด ยกเว้นออกบิณฑบาตร ทั้งนี้ เมื่อออกนอกวัด ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ทางราชการแนะนำอย่างเคร่งครัด เมื่อกลับจากภายนอกวัดให้รีบล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่ และล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้ง เป็นต้น
พร้อมกันนี้ได้ประกาศ เลื่อนการจัดพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูป มังคลาภิเษกพระบรมรูป พระรูป และเหรียญ เนื่องในศุภมงคลสมัย 150 ปีแห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งมีกำหนดจัดในวันที่ 28 มีนาคม 2563 ออกไป
ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายแล้ว จะได้กำหนดการพิธีและแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ในวันเดียวกันนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้ทำหนังสือ ที่ สสร.164/2563 ถึง ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่อง ประทานดำริให้วัดจัดตั้งโรงทานช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบาก ในสถานการณ์โรคระบาด
โดยมีความว่า “ด้วย เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตประจำวัน และฐานะทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความยากลำบากในหมู่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องปรับรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างกะทันหัน…
“พร้อมทั้งทรงพระดำริว่า วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนคู่กับสังคมไทยมานับแต่โบราณตราบจนปัจจุบัน วัดไม่เพียงแต่เป็นที่พำนักของพระภิกษุสามเณร แต่ยังเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชนด้วย จึงสมควรที่จะให้วัดมีศักยภาพเพียงพอที่จะอนุเคราะห์ประชาชนผู้ประสบความยากลำบาก ดำเนินภารกิจตามบทบาทหน้าที่ ที่ดำรงอยู่นับแต่อดีตลกาล”
“การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาโปรดให้ท่าน พิจารณาสั่งการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ประสานกับวัดทั่วราชอาณาจักรซึ่งมีศักยภาพเพียงพอ จัดตั้งโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาด ทั้งนี้ มิใช่การบังคับ แต่เป็นการกำหนดแนวทางประสาน ความร่วมมือ โดยให้คำนึงถึงความพร้อมของแต่ละวัด ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในชุมชนนั้นๆ เป็นสำคัญ”
อนึ่ง ขอให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประสานภารกิจร่วมกับทุกหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งมีประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงทาน และการแจกจ่าย ให้เป็นไปตาหลักสุขอนามัย โดยต้องไม่มีการจัดพิธีการ พิธีกรรม กิจกรรม หรือการบริการจัดการใดๆ ที่ต้องให้บุคคลจำนวนมากมารวมตัวกัน กับทั้งให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มาตรการ และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด

