เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ดูทั้งหมด

พลังช็อก “โควิด-19” ตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกา

04 เม.ย. 2563 | 09:15น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นถึงพลานุภาพทำลายล้างทางเศรษฐกิจของโรคระบาดโควิด-19 ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุด เห็นจะเป็นตัวเลขคน “ตกงาน” ในสหรัฐอเมริกา ที่แถลงกันออกมาเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

ในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ คนอเมริกันตกงานแล้วไปยื่นขอสิทธิประโยชน์จากทางการมากถึง 3.3 ล้านคน

มากเป็นประวัติการณ์เท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติเรื่อยมา

สถิติตกงานเป็นรายสัปดาห์ของคนอเมริกันที่เคยเป็นสถิติสูงสุดคือ 695,000 คน ยืนยงมานานตั้งแต่ปี 1982

ที่น่าตกใจมากยิ่งขึ้นก็คือ นั่นเป็นเพียงตัวเลขแรงงานในระบบเท่านั้น ยังไม่รวมงานพาร์ตไทม์ งานที่เป็นของตัวเอง งานที่รับทำชั่วคราวอย่างที่อเมริกันเรียกว่า “gig workers” ซึ่งไม่สามารถอ้างสิทธิประโยชน์ได้ ซึ่งรวมแล้วมีจำนวนอีกมาก

และทั้งหมดนั่นเป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง

เศรษฐกิจการบริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม, ภัตตาคาร และร้านค้าปลีกทั้งหลาย ถูก “ชัตดาวน์” ลงโดยสิ้นเชิง เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19

ผลก็คือเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยแน่นอนแล้ว ที่ยังไม่แน่นอนก็คือ จะถอยลงลึกแค่ไหนและเลวร้ายเพียงใดเท่านั้นเอง

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ทั่วไปประเมินเอาไว้เป็นพื้นฐานว่า หลังไตรมาสแรกที่เลวร้ายผ่านไป เศรษฐกิจอเมริกันในไตรมาส 2 สิ้นสุดในเดือน มิ.ย.จะหดตัวลงมากถึง 25% จำนวนคนตกงานในเวลานั้นจะมีไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน

บางคนอย่างเช่น ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาสาขาเซนต์หลุยส์ เชื่อว่า ภาวะถดถอยจะดิ่งลึกลงไปมากจนทำให้จีดีพีติดลบมากถึง 50% ในเวลานั้น และนั่นจะทำให้ 30% ของแรงงานทั้งหมดกลายเป็นคนว่างงาน

ปัญหาที่แท้จริงก็คือ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อถึงตอนนั้น เพราะไม่เคยพบเคยเห็นสภาพการณ์เช่นนี้กันมาก่อน

เดวิด ออเทอร์ นักเศรษฐศาสตร์แรงงานแห่งสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นนักวิชาการชั้นนำด้านนี้ ชี้ให้เห็นว่า ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือภาวะเงินฝืดที่ผ่านมา มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหลายของรัฐ จะส่งผลให้เกิดความต้องการแรงงานขึ้นตามมา

ประเด็นหนักหนาสาหัสในเวลานี้ก็คือ รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจไปพลาง บอกให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านไปพลาง กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดก็ยุติลงไปพร้อม ๆ กัน

ทุกอย่างจึงต้องรอ รอให้สถานการณ์ระบาดที่เลวร้ายที่สุดผ่านพ้นไป เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ กลไกปกติของมาตรการกระตุ้นเหล่านั้นจึงสามารถจะผลิดอกออกผลได้

ปัญหาสำคัญก็คือ ในช่วงของการรอนี้ เราจำเป็นต้อง “อุ้ม” ให้ธุรกิจทั้งหลาย “อยู่รอด” ต่อไปให้ได้ ห้ามปล่อยให้ล้มหายตายจากไปก่อน ไม่เช่นนั้น การ “รีสตาร์ต” เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทำได้ยากมาก ถึงมากที่สุด

นี่คือความสำคัญของมาตรการแจกเงิน มาตรการช่วยเหลือ บรรเทาผลกระทบทั้งหลาย ซึ่งเหมาะสมที่สุดกับสภาวการณ์เช่นนี้

และเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการยืดชีวิตของแรงงาน ของกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งในยามปกติก็ “เปราะบาง” อยู่แล้ว แต่ในเวลานี้สถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด ชนิดทุกคนเห็นได้ชัดเจน

ถามว่า มาตรการรัฐบาลอเมริกัน 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ พอหรือไม่ เหมาะหรือไม่

อรินทราจิต ดูเบ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ แอมเฮิรสต์บอกว่าไม่มีวันที่จะมีมาตรการไหน ๆ สมบูรณ์แบบ แต่ที่สำคัญก็คือ “ต้องทำ” และ “ต้องทำแบบมีเป้าหมาย” ที่ชัดเจน

ต้องพุ่งเป้าให้ความช่วยเหลือไปยังภาคส่วนของเศรษฐกิจที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดและเร็วที่สุดในเวลานี้ก่อน ตรวจสอบกันให้ดีว่า กิจการประเภทใดควรได้รับความช่วยเหลือก่อนล้มหายตายจาก ต้องตระหนักว่า พื้นที่ใด เมืองไหนที่ประสบปัญหา เผชิญความยุ่งยากลำบากมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ

หลาย ๆ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง กิจการของตัวเอง ก็ต้องการทุนไปหมุนเวียนแบบที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่มีเงื่อนไขจำกัดมากนัก เหมือน ๆ กับบรรดาคนตกงาน ไม่เช่นนั้นก็จะม้วนเสื่อไปโดยถาวรเช่นเดียวกัน

ธุรกิจขนาดใหญ่ เงินทุนหมุนเวียนมีมาก และกิจการบางประเภท ในบางพื้นที่ ยังสามารถรอได้จนกว่าจะถึงช่วงของการฟื้นฟู

ไม่เช่นนั้น ไม่เพียงบรรดากิจการเหล่านี้จะล้มหายตายจากไปมากมาย แรงงานเคว้งคว้างมหาศาลเท่านั้น

มาตรการฟื้นฟู ดึงกิจการเศรษฐกิจขึ้นมาให้คึกคักเหมือนเดิม หรือยิ่งกว่าเดิม ก็เป็นไปได้ยากเย็นอย่างยิ่งนั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก