เฉือนงบประมาณกู้วิกฤตโควิด เบรกเดินทางสัมมนา-ไม่ตัดเงินเดือนขรก.
4 กระทรวงเศรษฐกิจตอบรับนโยบายเฉือนงบประมาณปี”63 ช่วยแก้วิกฤตโควิด-19 เบรกสัมมนา-งบฯลงทุนก่อสร้างงานไม่เร่งด่วน “จุรินทร์” ย้ำไม่ตัดเงินเดือนราชการเด็ดขาด ด้านกระทรวงอุตฯชี้สามารถขยายวงเงินเพิ่มอีก 20% พลังงานแปลงงบฯจ้างแรงงานเยียวยาโควิด
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ใช้ “ยาแรง” พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ลำดับถัดมารัฐบาลมีมาตรการดึงงบประมาณ 8 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยการออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน ตามด้วยการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2563 ของแต่ละกระทรวง 10% และการปรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ของแต่ละกระทรวง 10% ซึ่งจะส่งผลให้แต่ละกระทรวงต้อง “ชะลอ” ภารกิจบางด้าน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 มีนาคม 2563 มีการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ทุกหน่วยงาน พิจารณาปรับลดงบประมาณดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์สัดส่วน 10%หรือประมาณ 800-900 ล้านบาท จากงบประมาณประจำปีที่ได้รับมาประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระทบต่อด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ กับทุกภาคส่วน
“เบื้องต้นจะให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาปรับลดงบประมาณ โดยจะต้องไม่ปรับลดในส่วนของเงินเดือนของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ไม่ใช่งานจำเป็นเร่งด่วน ส่วนแต่ละหน่วยงานจะปรับลดงบประมาณส่วนไหนบ้างให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาหารือในแต่ละกรม ซึ่งจะไม่เท่ากัน มีทั้งค่าใช้จ่ายประจำ และค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน”
ด้านนางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อดำเนินการตามคำสั่งของรัฐบาล ตามที่หลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยการลดงบประมาณปี 2563 ที่ไม่ใช่งบฯด้านบุคลากร (เงินเดือนพนักงาน) และที่ไม่ใช่งบฯโครงการที่จะทำให้มีผลกระทบต่อภารกิจหลักของกระทรวง
แนวทางขณะนี้ได้เริ่มตัดงบฯการดำเนินงานไปแล้ว 60-70% ซึ่งจะประกอบไปด้วย 1.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ ตัดไป 50% 2.งบฯในการจัดอบรม สัมมนา ตัดทั้งหมด 3.งบฯรายจ่ายการลงทุน เช่น สร้างอาคาร ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน ตัดทั้งหมด ซึ่งหากงบฯดังกล่าวตัดแล้วทั้งหมดยังไม่ถึง 20% ตามรัฐบาลต้องการ จะต้องพิจารณางบฯส่วนอื่นของทุกกรม ของทุกหน่วยงาน ที่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงลงอีก
อย่างไรก็ตาม กระทรวงจะต้องดำเนินตามแนวทางและหลักเกณฑ์สำนักงบประมาณที่ประกาศออกมา จากนั้นทางสำนักงบประมาณจะเป็นผู้ตัดงบฯลงไปโดยอัตโนมัติ
“พ.ร.บ.โอนงบประมาณเคยทำมาแล้วตอนที่น้ำท่วมใหญ่ ครั้งนี้ก็มีลักษณะเหมือนกัน เราต้องรายงานงบฯที่เรามี และที่ใช้ไปเกี่ยวกับเรื่องของการช่วยเหลือผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าใช้ไปเท่าไรแล้วก็ให้นำมาหักออก ที่เหลือจึงจะหักงบฯไปตามสัดส่วนที่รัฐกำหนด แต่จะต้องไม่กระทบงานปกติหรือภารกิจงานที่เราทำกันอยู่”
แหล่งข่าวระบุว่า ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2563 ประมาณ 5,100 ล้านบาท หากการหักในอัตราที่ 10% หรือประมาณ 510 ล้านบาทนั้นนับว่าเป็นจำนวนที่เล็กน้อย เพราะเป็นกระทรวงไซซ์เล็ก หรือแม้จะหัก 20% มูลค่ายังเล็กน้อยไม่ได้กระทบต่อภารกิจและการดำเนินงานของกระทรวง โครงการสำคัญยังต้องมีโดยเฉพาะด้านพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือความช่วยเหลือทางด้านการเงินอย่างกองทุนช่วย SMEs
ส่วนงบฯที่ใช้ในเรื่องโควิด-19 ไปแล้วคือ 2 ล้านบาท ซึ่งได้นำไปรวมกับงบฯกลางที่ขอจากรัฐบาล ได้อนุมัติมา 65 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อหน้ากากอนามัยแบบผ้า 10 ล้านชิ้นแจกจ่ายให้กับประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงได้จัดเตรียมแพ็กเกจเพื่อช่วยผู้ประกอบการให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น การนำเอาเอทานอลจากโรงงานน้ำตาลที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เพื่อเป็นวัตถุดิบมาทำแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทางการแพทย์ รวมถึงการมีแนวคิดให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เริ่มเปิดโครงการจำนำเครื่องจักรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนใช้เป็นทุนหมุนเวียน
รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงเพื่อออก พ.ร.บ.การโอนปรับเปลี่ยนงบประมาณ 10% ประมาณ 11,433 ล้านบาทจากงบประมาณที่ได้รับในปีนี้ 114,334 ล้านบาท นำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วนกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 โดยเบื้องต้นสั่งการให้ทุกกรมกลับไปพิจารณาจัดทำแผนตัดงบฯในโครงการที่ยังไม่จำเป็นหรือเร่งด่วน เช่น งบฯสัมมนา ซึ่งจะไม่มีการจัดประชุมในช่วงนี้ แล้วนำมาเสนอเพื่อสรุปในสัปดาห์นี้
ขณะที่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การตัดงบประมาณของกระทรวง 10% ซึ่งในส่วนของกรมที่ตนดูแลนั้น อาทิ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร และกรมตรวจบัญชี จะเป็นการดึงจากงบประมาณที่เกี่ยวกับการจัดงานสัมมนาที่ไม่ได้จัดในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมเครื่องสูบน้ำ เพื่อลดปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร จากปกติเจ้าของที่จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง 30% แต่จะนำงบฯของกรมส่งเสริมสหกรณ์มาออกค่าใช้จ่ายในส่วนที่เจ้าของที่ต้องจ่ายทั้งหมด โดยจะมีการเสนอสำนักงบฯเพื่อของเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการใช้งบประมาณต่อไป
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระบวนการโอนงบประมาณปี 2563 นี้ทางกระทรวงมอบให้แต่ละกรมไปพิจารณาตัดลดจากงบประมาณที่แต่ละกรมได้รับ 10% ซึ่งแต่ละกรมจะได้รับไม่เท่ากัน โดยจะเน้นไปที่งบประมาณสำหรับการจัดประชุมสัมมนาทั้งในไทยและต่างประเทศที่ไม่สามารถจัดได้แน่นอนในช่วงนี้ จากนั้นให้เขียนโครงการเสนอสำนักงบประมาณตั้งเป็นโครงการจัดจ้างแรงงานเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากโควิด-19 หากผ่านแล้วก็ให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง