เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
ดูทั้งหมด

“เพื่อไทย” สะกดรอย เงินกู้สู้โควิด 4 แสนล้านฟื้นเศรษฐกิจ เข้ากระเป๋าการเมือง ?

30 เม.ย. 2563 | 07:49น.

ทั้งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พ.ศ. 2563 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท

ทั้ง พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พ.ศ. 2563 โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยกู้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ ภายในวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยธุรกิจ SMEs ทั้ง พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 เพื่อตั้งกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพและสภาพคล่องของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน ที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จำนวน 4 แสนล้านบาท

รวมเม็ดเงินทั้งผ่าน พ.ร.ก. 3 ฉบับ เกือบ 2 ล้านล้านบาท ซึ่ง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ใช้มาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ตราเป็น พ.ร.ก. โดยเหตุผลเพื่อความจำเป็นเร่งด่วนจากพิษไวรัสโควิด-19

ทั้ง 3 ฉบับจึงยังไม่ได้รับอนุมัติโดยรัฐสภา จนกว่าจะเปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยสามัญครั้งที่ 2 ปลายเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งตามขั้นตอน เมื่อเปิดสมัยประชุมแล้ว พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับจะถูกดันขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก

แต่เวลานี้ 6 พรรค นำโดยพรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกล ต้องการผลักวาระเปิดการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อนำปมร้อน พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับมาถกแถลงในรัฐสภาแบบ “เร่งด่วน”

แต่ในทางการเมืองและความเป็นจริงยากเย็นแสนเข็ญ เมื่อต้องฝ่าด่านหิน ใช้เสียงในการเข้าชื่อขอเปิดประชุมด่วนถึง 246 เสียง แต่ฝ่ายค้านมีแค่ 213 เสียง ต้องหวังขอมือฝ่ายรัฐบาลมาร่วมญัตติเท่านั้น…อยู่ระหว่างการเกลี้ยกล่อมพรรคประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย ขอมืออีกอย่างน้อย 40 เสียง

อีกด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ทีมยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งมี “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เป็นประธาน มีการให้สะกดรอยเก็บข้อมูลแบบ “เงียบ ๆ” เตรียมใช้เครื่องมือคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ซึ่งมีสัดส่วนเก้าอี้ใน กมธ.กว่าครึ่งเป็น ส.ส.ของฝ่ายค้าน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลมีคนจากพรรคพลังประชารัฐแค่ 3 คน คือ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี และ “สมพงษ์ โสภณ” ส.ส.ระยอง และ “มณเฑียร สงฆ์ประชา” ส.ส.ชัยนาท ที่เหลือกระจายอยู่ในประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ประชาธิปไตยใหม่

วงในเพื่อไทยบอกว่า ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะเป็นพื้นฐานนำไปสู่การอภิปรายในสภา ไม่ว่าแผนของฝ่ายค้านที่ต้องการให้เปิดการประชุม “วิสามัญ” แบบเร่งด่วนจะสำเร็จหรือไม่ โดยเบื้องต้นประเมินว่า การอภิปราย พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ มูลค่าเฉียด 2 ล้านล้าน ต้องถกกันถึง 2 วันเต็ม

“ไชยา พรหมา” ส.ส.หนองบัวลำภู เพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวว่า กมธ.อยากเห็นความชัดเจน โดยเฉพาะส่วนที่เป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน ที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ว่าการเยียวยา 6 แสนล้าน มีการใช้งบประมาณเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ อีกกองหนึ่งคือ งบฯ 4 แสนล้าน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการสร้างความเข้มแข็งชุมชน ยังไม่เห็นแผนงานโครงการ มีความกังวลว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่เกิดการเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่

“ขณะนี้กำลังหาข้อมูลอยู่ว่า การใช้เม็ดเงินส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีการเอางบฯไปแจกการเมือง โดยมีการสั่งการไปยังพื้นที่ ส.ส.ฝั่งรัฐบาล ให้เตรียมโครงการเอาไว้ เป็นการใช้เงินเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมือง แม้ตอนนี้ยังเป็นเพียงข่าว”

“แต่เงิน 4 แสนล้านบาท วันนี้เหมือนกับตีเช็คเปล่า กำหนดกรอบวงเงินแล้ว แต่ยังไม่ลงรายละเอียด จึงมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า สั่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้ไปทำโครงการมารองรับ ผมกำลังมองว่าไปเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายการเมือง ไม่ถึงมือประชาชน ถ้าจะสอดรับการขยายการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไป จะไปครอบกับการเปิดสภาสมัยสามัญหรือไม่ หากสภาเปิดไม่ได้ หมายความว่าการตรวจสอบในกลไกของสภาทำไม่ได้ จะทำให้เกิดการรั่วไหล เกิดการทุจริต”

“ไชยา” บอกว่า แม้ขณะนี้สภาจะไม่เปิด แต่ กมธ.งบประมาณที่เขาเป็นประธาน ยังประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กันทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามการใช้งบประมาณของรัฐ

“รัฐบาลต้องยืนอยู่บนพื้นฐานโปร่งใสและตรวจสอบได้ เราไม่สามารถปล่อยผ่านโดยไม่มีการตรวจสอบ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.ก.กู้เงิน พรรคเพื่อไทย