เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“เพื่อไทย” สะกดรอย เงินกู้สู้โควิด 4 แสนล้านฟื้นเศรษฐกิจ เข้ากระเป๋าการเมือง ?

30 เม.ย. 2563 | 07:49น.

ทั้งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พ.ศ. 2563 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท

ทั้ง พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พ.ศ. 2563 โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยกู้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ ภายในวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยธุรกิจ SMEs ทั้ง พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 เพื่อตั้งกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพและสภาพคล่องของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน ที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จำนวน 4 แสนล้านบาท

รวมเม็ดเงินทั้งผ่าน พ.ร.ก. 3 ฉบับ เกือบ 2 ล้านล้านบาท ซึ่ง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ใช้มาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ตราเป็น พ.ร.ก. โดยเหตุผลเพื่อความจำเป็นเร่งด่วนจากพิษไวรัสโควิด-19

ทั้ง 3 ฉบับจึงยังไม่ได้รับอนุมัติโดยรัฐสภา จนกว่าจะเปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยสามัญครั้งที่ 2 ปลายเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งตามขั้นตอน เมื่อเปิดสมัยประชุมแล้ว พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับจะถูกดันขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก

แต่เวลานี้ 6 พรรค นำโดยพรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกล ต้องการผลักวาระเปิดการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อนำปมร้อน พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับมาถกแถลงในรัฐสภาแบบ “เร่งด่วน”

แต่ในทางการเมืองและความเป็นจริงยากเย็นแสนเข็ญ เมื่อต้องฝ่าด่านหิน ใช้เสียงในการเข้าชื่อขอเปิดประชุมด่วนถึง 246 เสียง แต่ฝ่ายค้านมีแค่ 213 เสียง ต้องหวังขอมือฝ่ายรัฐบาลมาร่วมญัตติเท่านั้น…อยู่ระหว่างการเกลี้ยกล่อมพรรคประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย ขอมืออีกอย่างน้อย 40 เสียง

อีกด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ทีมยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งมี “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เป็นประธาน มีการให้สะกดรอยเก็บข้อมูลแบบ “เงียบ ๆ” เตรียมใช้เครื่องมือคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ซึ่งมีสัดส่วนเก้าอี้ใน กมธ.กว่าครึ่งเป็น ส.ส.ของฝ่ายค้าน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลมีคนจากพรรคพลังประชารัฐแค่ 3 คน คือ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี และ “สมพงษ์ โสภณ” ส.ส.ระยอง และ “มณเฑียร สงฆ์ประชา” ส.ส.ชัยนาท ที่เหลือกระจายอยู่ในประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ประชาธิปไตยใหม่

วงในเพื่อไทยบอกว่า ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะเป็นพื้นฐานนำไปสู่การอภิปรายในสภา ไม่ว่าแผนของฝ่ายค้านที่ต้องการให้เปิดการประชุม “วิสามัญ” แบบเร่งด่วนจะสำเร็จหรือไม่ โดยเบื้องต้นประเมินว่า การอภิปราย พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ มูลค่าเฉียด 2 ล้านล้าน ต้องถกกันถึง 2 วันเต็ม

“ไชยา พรหมา” ส.ส.หนองบัวลำภู เพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวว่า กมธ.อยากเห็นความชัดเจน โดยเฉพาะส่วนที่เป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน ที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ว่าการเยียวยา 6 แสนล้าน มีการใช้งบประมาณเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ อีกกองหนึ่งคือ งบฯ 4 แสนล้าน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการสร้างความเข้มแข็งชุมชน ยังไม่เห็นแผนงานโครงการ มีความกังวลว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่เกิดการเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่

“ขณะนี้กำลังหาข้อมูลอยู่ว่า การใช้เม็ดเงินส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีการเอางบฯไปแจกการเมือง โดยมีการสั่งการไปยังพื้นที่ ส.ส.ฝั่งรัฐบาล ให้เตรียมโครงการเอาไว้ เป็นการใช้เงินเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมือง แม้ตอนนี้ยังเป็นเพียงข่าว”

“แต่เงิน 4 แสนล้านบาท วันนี้เหมือนกับตีเช็คเปล่า กำหนดกรอบวงเงินแล้ว แต่ยังไม่ลงรายละเอียด จึงมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า สั่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้ไปทำโครงการมารองรับ ผมกำลังมองว่าไปเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายการเมือง ไม่ถึงมือประชาชน ถ้าจะสอดรับการขยายการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไป จะไปครอบกับการเปิดสภาสมัยสามัญหรือไม่ หากสภาเปิดไม่ได้ หมายความว่าการตรวจสอบในกลไกของสภาทำไม่ได้ จะทำให้เกิดการรั่วไหล เกิดการทุจริต”

“ไชยา” บอกว่า แม้ขณะนี้สภาจะไม่เปิด แต่ กมธ.งบประมาณที่เขาเป็นประธาน ยังประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กันทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามการใช้งบประมาณของรัฐ

“รัฐบาลต้องยืนอยู่บนพื้นฐานโปร่งใสและตรวจสอบได้ เราไม่สามารถปล่อยผ่านโดยไม่มีการตรวจสอบ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.ก.กู้เงิน พรรคเพื่อไทย