เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ขายเหล้าได้! ศบค. แถลงยืนยัน คลายล็อก 4 กลุ่มธุรกิจ

02 พ.ค. 2563 | 12:39น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 เวลา 12.00 น. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ภายในห้องโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวกล่าวถึงข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 5 และฉบับที่ 6 ว่า การประกาศขยายระยะเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ อีกไปอีก 1 เดือน หรือ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ถึงวันที่ 31 พ.ค.63 เพื่อต้องการคงประสิทธิภาพการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เพื่อให้เกิดความสะดวกในการดำรงชีวิต จึงเกิดการผ่อนปรนมาตรการลงในระยะแรก 14 วันหลังจากนี้ จึงขึ้นอยู่กับประชาชนในการประเมินว่าจะผ่อนคลายในระยะต่อไปหรือไม่

พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า อย่างน้อย 14 วันหลังจากนี้ยังคงรักษามาตรฐานด้านสาธารณสุขเป็นหลัก แต่ผ่อนปรนมากขึ้นในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจ เช่น การเปิดร้านค้า ร้านอาหาร เพื่อให้การดำเนินชีวิตเป็นปกติมากขึ้น แต่ยังคงต้องรักษามาตรฐานและมาตรการ อย่างไรก็ตามยังคงอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะมีคำสั่งเข้มข้นขึ้นได้

พล.อ.สมศักดิ์ยกตัวอย่างมาตรการผ่อนคลาย ว่า ร้านอาหารเปิดได้แต่ห้ามนั่งรับประทานที่ร้าน ร้านเสริมสวน แต่งผม ตัดผม เปิดได้ แต่ต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน การออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น เทนนิส ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู ผู้เล่นต้องมีระยะห่าง ต้องไม่มีผู้ชมหรือแข่งขัน สวนสาธารณะ ลาน-พื้นที่สาธารณะ สถานที่ออกกลังกาย สนามกีฬา ลานกีฬา เปิดได้เฉพาะพื้นที่โล่งแจ้ง

“ในระยะต่อไปหากสถานการณ์ดีขึ้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดน้อยลง จะพิจารณาเปิดการผ่อนปรนระยะที่สอง ระยะที่สามและระยะที่สี่ต่อไป บนพื้นฐานด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ด้านเศรษฐกิจเป็นเรื่องประกอบการพิจารณา”พล.อ.สมศักดิ์กล่าว

พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า คลินิก หรือ สถานเสริมความงาม ศัลกรรม ฉีดโบทอก ยังคงห้ามต่อไป เพื่อไม่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตแบบปกติสุข โดยเฉพาะใช้เวลานานในการทำกิจกรรม ซึ่งเสี่ยงต่อการติดโรค ทั้งนี้ จะประเมินอีกครั้งว่า ควรจะอยู่ในการผ่อนปรนระยะที่สอง หรือ ระยะที่สามหรือไม่

“กรณีร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ซึ่งจำหน่ายสุรา ให้เปิดได้ แต่ห้ามการบริโภคสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านนั้นสามารถเปิดขายได้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.เป็นต้นไป แต่ห้ามนั่งดื่มในร้าน ให้ซื้อกลับบ้านได้ แต่ยังคงไว้ซึ่งอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการห้ามได้ และหากเกิดการละเมิด เช่น เกิดการชุมนุมมั่วสุม ยังสามารถสั่งห้ามได้เช่นกัน ดังนั้น ต้องให้ความร่วมมือไม่ดื่มสุราที่ร้านและไม่มั่วสุม”

ด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต

 

1.โรงแรม ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ รถเข็น หาบเร่ แผงลอย

เปิดได้ แต่ต้องจัดระเบียบรวมถึงอาหารและเครื่องดื่มโดยให้นำกลับบ้านส่วนสุราได้เฉพาะนำกลับเท่านั้น

2.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมนูนิตี้มอลล์ 

เปิดได้ เฉพาะโซนซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา สินค้าเบ็ตเตล็ด ร้านโทรศัพท์ ธนาคาร และที่ทำการของรัฐ ส่วนร้านอาหารเฉพาะนำกลับบ้านเท่านั้น

3.ร้านค้าปลีก-ส่ง ตลาด ตลาดน้ำ ตลาดนัด

เปิดได้ แต่ต้องควบคุมการเข้าออก มีการวัดอุณหภูมิ และเว้นระยะห้าง

4. ร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผม 

เปิดได้ สำหรับการสระ, ตัด, ซอยและ แต่งผม แต่ต้องไม่นั่งรอในร้าน

ด้านออกกำลังกายหรือดูแลสุขภาพ

1.โรงพยาบาล สถานทัตกรรม สถานพยาบาลทุกประเภทที่ถูกกฏหมาย

เปิดได้

2.สนามกอล์ฟหรือสนามฝึกกอล์ฟ

เปิดได้ แต่ต้องไม่มี ผู้ขมหรือแข่งขัน

3. สนามกีฬากลางแจ้ง เช่น เทนนิส ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู 

เปิดได้ แต่ผู้เล่นต้องเว้นระยะห่างหรือต้องไม่มีผู้ชม หรือแข่งขัน

4.สวนสาธารณะ ลาน-พื้นที่สาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาน สนามกีฬา ลานกีฬา 

เปิดได้ เฉพาะพื้นที่โล่งแจ้ง แต่ต้องไม่มีผู้ชม, การแข่งขัน, เล่น หรือ แสดง

5.สถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ สปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยง รักฝากสัตว์ 

เปิดได้

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลายล็อกดาวน์