เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ลุ้น ‘เราไม่ทิ้งกัน’1.8ล้านราย ได้5พันหรือไม่ ในมือ’ผู้พิทักษ์สิทธิ์’

07 พ.ค. 2563 | 17:36น.
เราไม่ทิ้งกัน

เราไม่ทิ้งกัน

ผู้ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน ขอรับสิทธิ์ 5,000 บาท 3 เดือน เข้าสู่โค้งสุดท้าย กระทรวงการคลังจะเร่งสรุปและจ่ายเงิน ผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งสิ้น 13.4 ล้านราย ให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้า แต่ยังมีผู้ลงทะเบียนจำนวน 1.8 ล้านราย ที่ยื่นขอทบทวนสิทธิ์ยังต้องรอลุ้น การตรวจคุณสมบัติโดยผู้พิทักษ์สิทธิ์ ซึ่งจะต้องจบกระบวนการภายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2563

มาตรการรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน ที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนที่เป็น ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ นอกระบบประกันสังคม จากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยการให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com ไว้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 22 เมษายน 2563 ซึ่งมีตัวเลขผู้ลงทะเบียนกว่า 28.8 ล้านราย

ทำให้คณะรัฐมนตรีมีอนุมัติจ่ายขยายสิทธิ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ในตอนแรกจำนวน 9 ล้านคน ต่อมาขยายเป็นจำนวน 14 ล้านคน และล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 มีมติอนุมัติเงินเยียวยาเพิ่มเป็นจำนวน 16 ล้านคน โดยใช้งบประมาณ 2.4 แสนล้านบาท

สำหรับตัวเลขลงทะเบียนทั้ง 28.8 ล้านรายนั้น เมื่อตัดคนลงทะเบียนซ้ำและผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านอีก 1.7 ล้านราย จะเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เข้าสู่การคัดกรองจำนวน 22.3 ล้านราย ดังนี้

  • ผ่านเกณฑ์ 4.4 ล้านราย
  • กลุ่มที่ขอข้อมูลเพิ่มเติม 6.5 ล้านราย ผ่านแล้ว 5.1 ล้านราย
  • กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 10.6 ล้านราย และได้ขอทบทวนสิทธิ์ 5.6 ล้านราย ผ่านแล้ว 3.8 ล้ายราย

หากรวมตัวเลข 3 กลุ่มดังกล่าวนี้ จะได้ผู้ผ่านเกณฑ์ 13.3 ล้านราย แต่ตัวเลขผู้ผ่านเกณฑ์จากกระทรวงการคลังล่าสุด ซึ่งนำเสนอในการแถลงข่าวจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 รวมทั้งสิ้นเป็น 13.4 ล้านราย  สำหรับการโอนเงินแก่ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ ก่อนหน้า 11 ล้านราย นั้น จะได้รับเงินไม่เกินวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ส่วนอีก 2.4 ล้านราย กระทรวงการคลังจะเร่งโอนเงินให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้านี้ โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com ได้เลยว่าเป็น 1 ใน 13.4 ล้านรายหรือไม่

สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และได้ยื่นขอทบทวนสิทธิ์ จำนวน 5.6 ล้านราย ขณะนี้ผ่านแล้ว 3.8 ล้ายราย ยังเหลืออีก 1.8 ล้านราย ที่ต้องรอให้ผู้พิทักษ์สิทธิ์ไปตรวจสอบตามสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ โดยกระทรวงการคลังจะส่งผู้พิทักษ์สิทธิ์ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2563

ทำความรู้จัก ผู้พิทักษ์สิทธิ์คือใคร ?

  • ผู้พิทักษ์สิทธิ์ คือ เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังปฏิบัติหน้าที่เก็บข้อมูล/หลักฐานการประกอบอาชีพ จากประชาชนผู้ขอยื่นทบทวนสิทธิตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ทั้งนี้ ผู้พิทักษ์สิทธิ์ไม่มีอำนาจในการตัดสินผลการพิจารณา โดยเพียงทำการส่งข้อมูลเข้ากระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาตามคุณสมบัติของมาตรการฯ ต่อไป
  • สำหรับผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิที่อยู่ระหว่างรอตรวจสอบข้อมูล กระทรวงการคลังอาจจะมีการตรวจสอบหลักฐานประกอบอาชีพของผู้ยื่นทบทวนสิทธิเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สิทธิ์” ซึ่งจะมีการติดต่อเพื่อขอเข้าพบผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิ
  • ผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิ สามารถเข้าไปตรวจสอบผลการพิจารณาได้ที่ปุ่มตรวจสอบสถานะ
  • ผู้พิทักษ์สิทธิ์ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังไม่มีการเรียกรับเงินหรือรับสิ่งของอื่นใดเพื่อประโยชน์ในกระบวนการพิจารณาทบทวนสิทธิของผู้ลงทะเบียนตามมาตรการฯ

ผู้พิทักษ์สิทธิ์ตรวจสอบข้อมูล 3 ขั้นตอน

1. ถ่ายรูปบัตประชาชน ของผู้ทบทวนสิทธิ์
2. ถ่ายรูปใบหน้า ของผู้ทบทวนสิทธิ์
3. ตรวจสอบและถ่ายรูปหลักฐาน ผู้ประกอบอาชีพของผู้ทบทวนสิทธิ์

หลักฐานที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูล

  • ภาพหลักฐานการประกอบอาชีพ

เช่น สถานที่ทำงาน หน้าร้าน รถที่ขับ สินค้าที่ขาย อุปกรณ์ประกอบอาชีพ

  • ใบอนุญาตการประกอบอาชีพ

เช่น ใบประกอบวิชาชีพ ใบขับขี่สาธารณะ ทะเบียนการค้า ใบอนุญาตให้ประกอบการตามอาชีพ ออกโดยหน่วยงานของรัฐ

  • เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ

เช่น สัญญาเช่าร้าน หลักฐานการรับเงิน ที่พักอาศัยปัจจุบัน (กรณีไม่มีหน้าร้าน) หลักฐานทาง social media เอกสารการรับงานหรือดูแลลูกค้าตามการว่าจ้าง

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ หลังจากวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 โครงการมาตรการเยียวยาได้ปิดลง กระทรวงการคลังจะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลกลุ่มที่ตกหล่น กลุ่มชายขอบ กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนไร้บ้าน และกลุ่มที่ลงทะเบียนมาตรการเยียวยา 5,000 บาท จำนวนประมาณ 1 ล้านราย เพื่อพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือเป็นลำดับต่อไป ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพราะรัฐบาลมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว