สมรภูมิใหม่แบงก์ดิ้นหารายได้ ชูโอนเงินต่างประเทศ ‘โมบายแบงกิ้ง’
แบงก์แห่รุกธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศบน “โมบายแบงกิ้ง” กสิกรไทยชี้ธุรกรรมพุ่ง 10 เท่า เร่งขยายบริการ ประเทศเพื่อนบ้าน “ซีไอเอ็มบี ไทย” ลุ้นเปิดตัวปลายปีหวังสร้างฐานรายได้ค่าฟีจากต่างประเทศ ชดเชยรายได้ค่าฟีที่หดหาย “ไทยพาณิชย์” ประเดิมเปิดโอนเงินข้ามแดนผ่าน “SCB EASY”
โมบายแบงกิ้งโอนเงิน ตปท.โต
นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มการโอนเงินต่างประเทศผ่านช่องทางดิจิทัลที่มีวงเงินขนาดเล็ก ช่วงปีนี้มีอัตราการเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้คนหันมาทำธุรกรรมผ่านออนไลน์มากขึ้น ปัจจุบันกสิกรไทยสามารถโอนเงินต่างประเทศผ่านโมบายแบงกิ้ง ผ่านความร่วมมือสถาบันการเงินและกลุ่มฟินเทคได้มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
โดยธุรกรรมส่วนใหญ่ยังคงเน้นใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ธนาคารพยายามขยายการให้บริการไปยังประเทศอื่น ๆ ตามไลเซนส์ที่ธนาคารเข้าไปดำเนินธุรกิจ อาทิ ประเทศเมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และในภูมิภาคเอเชีย เป็นต้น
ปัจจัยสำคัญ คือ ปริมาณธุรกรรมการค้า (ขนาดเล็ก) ระหว่างประเทศ มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง ทั้งในส่วนของการค้าระหว่างภูมิภาคเอเชีย การค้าจากกลุ่ม AEC ไปสู่โลก หรือภายในกลุ่ม AEC ด้วยกัน สอดคล้องกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามเชื่อมระบบกลางโอนเงินระหว่างประเทศ ทำให้สถาบันการเงินทุกแห่งสามารถโอนเงินระหว่างกันได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศให้ถูกลงจากวิธีการแบบเดิม
“ปัจจุบันเวียดนามและอินโดนีเซีย เป็น 2 ประเทศที่มีปริมาณธุรกรรมการค้ากับไทยมากสุด อันดับ 3 จะเป็นเมียนมา เพราะมีการค้าชายแดน จึงเป็นโอกาสหากธนาคารเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ผ่านการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินหรือโอนเงิน เพราะจะเห็นว่าธุรกรรมโอนเงินขนาดเล็กเริ่มมีอัตราการเติบโตเร่งขึ้นมากเป็น 10-20 เท่า ซึ่งเรามีระบบพร้อมที่จะเชื่อมโยงกับธนาคารพาณิชย์อื่น หรือฟินเทค หรือผ่าน ธปท.ที่เชื่อมกับธนาคารกลางประเทศนั้น”
CIMB เจาะกลุ่มซื้อสินค้า ตปท.
นายไพศาล ธรรมโพธิทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกรรมการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบโอนเงินต่างประเทศ ที่ชื่อ “SpeedSend” ผ่านช่องทางโมบายแบงกิ้ง จากปัจจุบันต้องทำผ่านสาขาเท่านั้น คาดว่าน่าจะเปิดใช้บริการได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ทั้งนี้ แผนเดิมจะเปิดตัวในไตรมาส 2 แต่ติดปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้แผนพัฒนาร่วมกับพันธมิตร เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) มีความล่าช้าออกไป
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศ จะเป็นกลุ่มรับสินค้าจากต่างประเทศมาขาย ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากในช่วงโควิด-19 ระบาด และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น จากเดิมกลุ่มนี้จะใช้วิธีชำระเงินด้วยบัตรเครดิต แต่จากวงเงินที่สูงขึ้นไม่สามารถใช้บัตรเครดิตได้ จึงเป็นโอกาสของธุรกิจโอนเงินต่างประเทศ ธนาคารจึงต้องการเจาะเซ็กเมนต์นี้ในการให้บริการโอนเงินต่างประเทศ นอกเหนือจากกลุ่มส่งเงินให้บุตรหลานเรียนต่างประเทศ และกลุ่มต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยและส่งเงินกลับประเทศ ซึ่งคาดว่าจะหันมาทำธุรกรรมผ่านช่องทางโมบายแบงกิ้งเพิ่มขึ้น
ดิ้นหาค่าฟีบริการ ตปท.
นายไพศาลกล่าวว่า บริการ SpeedSend จะสามารถโอนเงินได้ 14-15 สกุลหลักใหญ่ โดยธนาคารมีพันธมิตร 12 ประเทศในยุโรป และ 9 ประเทศในอาเซียน โดยผู้รับเงินจะได้รับเงินเข้าบัญชี หรือรับเงินสดเต็มจำนวน ซึ่งมีพันธมิตรตัวแทน (เอเย่นต์) ปลายทาง 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มรับเงินผ่านเคาน์เตอร์ 1-2 หมื่นแห่ง และ 2.กลุ่มรับเงินเข้าบัญชี 20-30 ประเทศ โดยค่าบริการจะถูกกว่าเมื่อเทียบกับการโอนเงินผ่านระบบ SWIFT ซึ่งเฉลี่ยค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 500-1,000 บาทต่อรายการ ตามวงเงินและโซนประเทศ ขณะที่การโอนเงินผ่าน SpeedSend จะเสียค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 199-299 บาทต่อรายการ และปัจจุบันธนาคารมีโปรโมชั่น ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 1 เมษายน-31 ธันวาคม 2563 สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีธนาคาร
ทั้งนี้ ธนาคารมองว่าธุรกรรมการโอนเงินต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และยังเป็นธุรกรรมที่สามารถสร้างกำไรและรายได้ให้กับธนาคารได้ แม้ว่ารายได้จากค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างประเทศยังมีสัดส่วนที่น้อย แต่มีแนวโน้มขยายตัวได้ในอนาคต เมื่อเทียบรายได้จากการโอนเงินในประเทศที่ลดลงต่อเนื่อง โดยปัจจุบันธนาคารมีสัดส่วนรายได้จากการโอนเงินต่างประเทศ ประมาณ 10-20% ของรายได้ค่าธรรมเนียมในประเทศ
“ตอนนี้ยอมรับว่ายอดธุรกรรมการโอนเงินไปต่างประเทศลดลง เพราะปัจจุบันธุรกรรมยังต้องทำที่สาขา ขณะที่ติดล็อกดาวน์ ซึ่งก่อนหน้าจะมีโควิด-19 ธุรกรรมผ่านสาขาก็เติบโตค่อนข้างดี อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลังจากเปิดให้ทำธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศผ่านช่องทางโมบายแบงกิ้งจะทำให้ยอดธุรกรรมเพิ่มขึ้นมาก เพราะเรากำลังหาตลาดใหม่ ในกลุ่มคนที่ซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย จะเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่เราจะเจาะเข้าไป ซึ่งจะทำให้รายได้และกำไรเติบโต เพราะเรายังสามารถเก็บค่าธรรมเนียมได้ และมีส่วนต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย”
SCB EASY โอนเงินไปต่างประเทศ
ด้านธนาคารไทยพาณิชย์ ล่าสุดเพิ่งได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้นำบริการโอนเงินข้ามประเทศผ่าน “SCB EASY” ออกจากศูนย์ทดสอบนวัตกรรมทางการเงิน (sandbox) ซึ่งเป็นบริการโอนเงินข้ามประเทศผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยร่วมกับ Ripple ผู้ให้บริการครอบคลุม 12 ประเทศหลักทั่วทุกภูมิภาค
สามารถโอนเงินไปต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง แบบเรียลไทม์ และปลายทางรับเงินเต็มจำนวน จับ 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มทำธุรกิจระหว่างประเทศ, ผู้ปกครองที่ส่งเงินให้บุตรหลานที่ศึกษาต่อต่างประเทศ และกลุ่ม family support ทั้งนี้ คาดในปี 2563 จะมีลูกค้าหันมาใช้บริการโอนเงินต่างประเทศผ่านบริการนี้เพิ่มขึ้นราว 8 หมื่นรายการ หรือคิดเป็นยอดธุรกรรมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท