โฆษก ปธน. ปูตินติด “โควิด-19” หวั่นลามเจ้าหน้าที่ระดับสูง “รัสเซีย”
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นายดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากอาการป่วยติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ นับเป็นเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงของรัสเซียคนล่าสุดที่ป่วยโควิด-19 ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นายเปสคอฟให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่นว่า ประธานาธิบดีปูตินใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานทางไกลจากที่พักส่วนในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย โดยมีเพียงคนใกล้ชิดร่วมงานเพียงไม่กี่คน ซึ่งนายเปสคอฟระบุว่า เขาได้พบปะกันแบบตัวต่อตัวกับประธานาธิบดีรัสเซียครั้งสุดท้ายเมื่อหนึ่งเดือนก่อน
ก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียตรวจพบเชื้อไวรัสและต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วถึง 3 ราย ไม่ว่าจะเป็น นางโอลกา ลิวบิโมวา รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม นายวลาดิเมียร์ ยากูชอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเคหะ รวมถึงนายกรัฐมนตรี มิคาอิล มิชูสติน ของรัสเซียด้วย
ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อของรัสเซียอยู่ที่ 232,000 ราย สูงเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตของรัสเซียอยู่ในระดับต่ำมากเพียงประมาณ 2,200 ราย ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานทะเบียนพลเรือนของรัสเซียระบุว่า อัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ของรัสเซียพุ่งสูงขึ้นเป็น 18% ในเดือน เม.ย. เทียบกับเดือนก่อนหน้านั้น
นอกจากนี้ ยังเกิดสถานการณ์ความวุ่นวายในรัสเซีย เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นแผนกผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลเซนต์จอร์จในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อย่างน้อย 5 ราย ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากระบบเครื่องช่วยหายใจของโรงพยาบาลที่ทำให้เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งกรุงมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายด้วย นอกจากนี้ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ทั้งทั้งสองครั้ง ยังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของรัสเซีย 3 รายพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาจากหน้าต่างของโรงพยาบาล ซึ่งทางการรัสเซียกำลังดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอยู่ในขณะนี้ แต่มีกระแสข่าวว่าเกิดจากความเครียดของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทั้ง 3 รายที่ถูกบังคับให้ทำงานทั้งที่ติดเชื้อโคโรน่าไวรัส
เหตุการณ์เหล่านี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสาธารณชนของรัสเซีย ถึงมาตรการของทางการรัสเซียในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดในประเทศ รวมถึงความพร้อมของระบบสาธารณสุขและการปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์