ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดอ่อนค่าลงที่ 30.92 บาท/ดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (1 ก.ค.) ที่ระดับ 30.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.87 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 30.80-31.00 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ หุ้นในสหรัฐปิดไตรมาสที่สองอย่างสดใส ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.5% รวมตลอดทั้งสามเดือนที่ผ่านมาถือเป็นการฟื้นตัวถึง 18.0% ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1998 สวนทางกับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร (บอนด์) ที่อัตราผลตอบแทน (ยีลด์) สหรัฐอายุ 10 ปี ทยอยปรับตัวขึ้น 3bps มาที่ระดับ 0.66% และนักลงทุนเลือกที่จะถือทองคำบนความกังวลว่าการระบาดของไวรัสโคโรน่าในสหรัฐยังไม่สามารถควบคุมได้ จนล่าสุดราคาขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,781 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นอกจากตลาดหุ้น ราคาน้ำมันก็ทำสถิติใหม่ด้วยการปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ถึง 91% ในไตรมาสนี้ ภาพดังกล่าวกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักจากการแข็งค่าของสกุลเงินที่เคลื่อนไหวอ้างอิงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ออสเตรเลีย (AUD) และนิวซีแลนด์ดอลลาร์ (NZD)
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก ที่น่าสนใจมีเพียงการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในฝั่งสหรัฐ (U.S. Conf. Board Consumer Confidence) ซึ่งชี้ว่ามุมมองของชาวอเมริกันดีขึ้นใสกกว่าคาดขึ้นมาที่ระดับ 98.1 จุด ขณะที่ความคาดหวังในอนาคต ปรับตัวสูงขึ้นต่อไปที่ระดับ 106 จุด สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งปี 2019 ไปเป็นที่เรียบร้อย
ด้านเงินบาทยังคงซื้อขายในกรอบแคบ แม้สกุลเงินในภูมิภาคจะฟื้นตัวขึ้นจากตลาดหุ้นที่กลับมาบวก แต่เงินบาทดูจะไม่ได้รับความสนใจมากนัก เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านนโยบายและในช่วงที่ผ่านมาก็แข็งค่าลงมาก่อนสกุลเงินเพื่อนบ้านแล้ว ซึ่งช่วงเดือนที่ผ่านมาถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่มกราคม 2019 ในอนาคตจึงต้องจับตาทิศทางการคลายล็อกดาวน์ของทั่วโลก เชื่อว่าน่าจะเป็นปัจจัยหนุนจากสกุลเงินเอเชียและเศรษฐกิจไทยได้มากที่สุด