เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
Columns ‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ข่าวดี’ ของใคร ?
Columns ‘ข่าวดี’ ของใคร ?
บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
Business บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
“นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
Economic “นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
ดูทั้งหมด

“ท่องเที่ยวไทย” เสี่ยงล้มละลาย ดัชนีเชื่อมั่น Q2 หัวทิ่ม-คนตกงานพุ่ง

05 ก.ค. 2563 | 17:10น.

เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนกันแล้วว่า”โควิด-19″ ส่งผลกระทบอย่างหนักจนประเมินค่าไม่ได้ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลก ซัพพลายเชนของธุรกิจท่องเที่ยวทุกเซ็กเตอร์ตกอยู่ในภาวะวิกฤต และอยู่ในสถานะที่เสี่ยงต่อการล้มละลายเป็นลูกโซ่ ทั้งธุรกิจโรงแรม, สายการบิน, รถยนต์ส่ง, ร้านอาหาร ฯลฯ

โดยจากการทำสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 2/2563 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา เพื่อสะท้อนสถานการณ์ท่องเที่ยวปัจจุบันและคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (รายไตรมาส) เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ประกอบการใช้สำหรับการวางแผนทำธุรกิจต่อไป

สารพัด “ปัจจัยลบ” รุมเร้า

โดยในช่วงไตรมาส 2/2563 นี้นอกจากปัจจัยภายนอกเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่แล้วนั้น ยังมีปัจจัยลบภายในประเทศอีกสารพัดได้แก่

1.เศรษฐกิจภายในประเทศที่เข้าสู่ภาวะถดถอยจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ทำให้มีการปิดสนามบิน และควบคุมการเดินทางเข้าประเทศแบบเบ็ดเสร็จ ภาคการผลิตขาดแคลนวัตถุดิบรวมทั้งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและแรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าและบริการไม่สามารถปรับขึ้นได้ เนื่องจากการแข่งขันที่สูงและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง

2.รายได้ภาคการท่องเที่ยวในทุกเซ็กเตอร์ลดลง ทั้งโรงแรม, บริษัทนำเที่ยว, สถานบันเทิง ร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่างทยอยปิดตัวชั่วคราวเนื่องจากมีปัญหาด้านสภาพคล่อง

3.ปัญหาภัยแล้ง ที่คาดว่าปีนี้ก็น่าจะรุนแรงมากที่สุดในรอบ 40 ปี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้เกษตรกร และเป็นผลเชื่อมต่อถึงกำลังซื้อและการท่องเที่ยวภายในประเทศ

และ 4.ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของธนาคารพาณิชย์

Q2 ดัชนีเชื่อมั่นต่ำสุดรอบ 10 ปี

“ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 2/2563ที่ผ่านมา ได้ทำสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการจำนวน 770 รายระหว่างวันที่ 10-25 พฤษภาคม 2563 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการท่องเที่ยวอยู่ที่ 12 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อไตรมาส 1/2563 ที่คาดการณ์ไว้ที่ 62 สะท้อนว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ถือว่าต่ำกว่าระดับปกติมากที่สุดตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาตั้งปี 2553 และคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นของไตรมาส 3/2563 จะอยู่ที่ 37 โดยผู้ประกอบการมีความคาดหวังว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 3 จะดีขึ้นกว่าในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าปกติอย่างมากเช่นกัน

“สำหรับการอ่านค่าดัชนีนั้นน่าจะอยู่ระหว่าง 0-200 โดยหากดัชนีสูงกว่า 100 คือ สถานการณ์ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา, เท่ากับ 100 คือสถานการณ์เหมือนกันกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากต่ำกว่า 100 หมายความว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวแย่กว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน”

ธุรกิจปิด-คนตกงาน 2.6 ล้าน

รศ.ผกากรอง เทพรักษ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจดังกล่าวยังพบว่า ในช่วงไตรมาส 2/2563 ธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะ “ปิดกิจการชั่วคราว” ถึงราว 65% ของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหมด และมีแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตกงาน “ชั่วคราว” ในสัดส่วน 65% เช่นกัน

หากวิเคราะห์จากตัวเลขการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีประมาณ 4 ล้านคน จะพบว่าในไตรมาส 2 ที่ผ่านมามีแรงงานในภาคท่องเที่ยวราว 2.6 ล้านคนที่อยู่ในสภาวะ “ว่างงาน” โดยแรงงานเหล่านี้ได้รับเงินชดเชยรายได้จากกองทุนประกันสังคมและเงินช่วยเหลือจากโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน”ของรัฐบาล

โดยธุรกิจที่ปิดกิจการชั่วคราวทั้งหมดคือ ธุรกิจสถานบันเทิง ธุรกิจนวด/สปา (98%), ตามด้วยธุรกิจนำเที่ยว (91%), สวนสนุก/ธีมปาร์ก (77%), โรงแรม ที่พัก (72%), คมนาคมขนส่ง (42%), ร้านอาหาร (39%) และสินค้าที่ระลึก (10%) ตามลำดับ

Q3 ตกงาน-ถูกลดเงินเดือนพุ่ง

นอกจากนี้ยังพบว่า ในไตรมาส 3/2563 นี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวราว 8%ที่คาดว่าจะลดจำนวนพนักงานของตัวเองลงราว 30% จึงคาดการณ์ว่าจะมีแรงงานให้ถูกออกและตกงานอีกประมาณ 1 แสนคนจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวทั้งระบบ ขณะที่ผู้ประกอบการอีกประมาณ 30% ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลิกจ้างพนักงานหรือไม่และขอดูมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการไม่สามารถเปิดทำธุรกิจได้ หรือกลไกทางเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า คาดว่าจะมีสัดส่วนของการลดจำนวนพนักงานมากกว่าที่ประเมินไว้ข้างต้น เนื่องจากระยะเวลาในการชดเชยรายได้จากกองทุนประกันสังคมเหตุเนื่องจากถูกสั่งให้ปิดกิจการชั่วคราวได้ครบกำหนด 3 เดือนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านี้ สำหรับแรงงานที่ถูกจ้างเป็นรายวันหรือรายชั่วโมงนั้น สถานประกอบการราว 7% ก็มีแผนจะลดค่าจ้าง หรือเงินเดือนเช่นกัน อาทิ ธุรกิจสวนสนุก ธีมปาร์ก (17%), ตามด้วยธุรกิจนำเที่ยว (12%) ขณะที่มีผู้ประกอบการอีกเกือบ 50% ยังไม่แน่ใจและรอดูสถานการณ์การระบาดของโควิดและนโยบายรัฐบาลอีกครั้ง

รายได้ต่างชาติ 6 แสน ล.

สำหรับการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น “รศ.ผกากรอง”ระบุว่า ผลสรุปของการสำรวจครั้งนี้คาดว่าในไตรมาส 3-2563 นี้ จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 4 แสนคนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 96%และคาดว่าจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20,622 ล้านบาท ลดลง 96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้คาดว่าในไตรมาส 4/2563จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 5.2 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 49.7% และคาดว่าจะมีรายได้ราว 253,768.1 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 50%และคาดว่าตลอดทั้งปี 2563 นี้ ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 12.29 ล้านคน ลดลงจากปีก่อน 69% และสร้างรายได้รวมประมาณ 606,403 ล้านบาท หรือลดลงจากปีก่อนราว 69% เช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัจจัยสำคัญที่ยังต้องลุ้นคือแนวโน้มการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และนโยบายของรัฐบาลในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าหากเกิดการระบาดของไวรัสโควิดรอบ 2 อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดเหลือเพียงแค่ราว 8 ล้านคน หรือสร้างรายได้รวมได้เพียงแค่ประมาณ 4 แสนล้านบาทเท่านั้น…