เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) เปิดเผยถึงการตรวจเชื้อกรณีที่เกิดขึ้นในส่วนของจังหวัดระยอง และลูกสาวทูตซูดานที่กรุงเทพว่า กรณีของ จ.ระยอง ขณะนี้จำกัดวงเพียงโรงแรมดีวารี (Dvaree) และเฉพาะที่พักชั้น 7-8 และได้สอบสวนโรคผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 12 ราย เบื้องต้นผลไม่พบเชื้อทุกราย แต่จะต้องทำการกักตัวต่ออีก 14 วัน เท่านั้น
กรณีของคณะทูตซูดาน มีจำนวนผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 7 ราย เป็น สมาชิกในครอบครัว 5 ราย และเจ้าหน้าที่สถานทูต 2 ราย โดยทุกรายจะต้องกักกันตัวในพื้นที่จำนวน 14 วัน ผู้ที่ความเสี่ยงต่ำ 28 ราย ผลไม่พบเชื้อ และมีลูกบ้านในคอนโด 346 ราย เบื้องต้นส่วนใหญ่ผลไม่พบเชื้อ และมีอีก 97 รายอยู่ในระหว่างการรอผล
“อยากให้จำเพียง 12 ราย และ 7 ราย ที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง รวม 19 ราย โดยเราจะต้องติดตามผลภายในระยะเวลา 14 วัน หากไม่มีอาการไข้ ไม่มีอาการของโรคและผลของการตรวจที่ตรวจซ้ำ ไม่มีการติดเชื้อ ก็เท่ากับว่าเรายังปลอดเชื้ออยู่ ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกเหนือจากนี้ เป็นการตรวจหาเชื้อโดยสมัครใจ เช่น ผู้ที่สงสัย ผู้ต้องการตรวจหาเชื้อ รวมทั้งสิ้นสะสม 4,206 ตัวอย่าง ด้วยการตรวจหาเชื้อโดยรถพระราชทานชีวนิรภัย แบ่งเป็น ที่ประจำการอยู่ใน จ.ระยอง ตั้งแต่วันที่ 14-16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ข้อมูลเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ทำการตรวจหาเชื้อรวม 1,252 ราย โดยส่วนใหญ่ไม่พบเชื้อ แต่เหลือเพียง 5 ราย ที่ยังรอผลการตรวจ เนื่องจากจะต้องกระจายตัวอย่างการตรวจไปยังศูนย์การตรวจห้องปฏิบัติการ (แล็บ) หลายแห่ง
และข้อมูลเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ทำการตรวจหาเชื้อ 1,244 ราย ผลไม่พบเชื้อ 562 ราย และรอผลการตรวจอีก 680 ราย ที่ประจำอยู่ที่กรุงเทพมหานคร พื้นที่คอนโดมิเนียม One X มีผู้สมัครใจเข้ามาตรวจข้อมูลเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม จำนวน 97 ราย ผลไม่พบเชื้อ
“การใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ มีผู้ลงทะเบียนเดินทางไปยังทางแพชชั่น จำนวน 394 ราย โดยขณะนี้ตามตัวมาได้ 344 ราย คิดเป็นร้อยละ 87 และเหลืออีก ร้อยละ 13 ที่รอรับเข้ามาตรวจเพิ่มเติม” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
โฆษกศบค.ยังกล่าวถึงกรณีที่กระแสข่าว-ข้อสอบถามจากสื่อมวลชน คนที่มาจากจังหวัดระยอง เมื่อเดินทางไปจังหวัดไหนจะต้องถูกกักตัว 14 วัน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า มีแค่ 12 คนที่เน้นย้ำตั้งแต่ตอนแรกว่า มีความเสี่ยง นอกเหนือจากนั้นไม่ต้องกักตัวแล้ว ทุกคนสามารถใช้ชีวิตแบบเป็นปกติได้แล้ว
“ตอนนี้ยืนยันว่า การกักตัว 14 วัน เกิดขึ้นเฉพาะ 12 คน นอกนั้นความเสี่ยงต่ำ อยู่ที่บ้านได้ ทำงานได้ ไม่ต้องทำอะไรมากกว่านี้ รวมถึงคนที่ออกมาจากระยองและกลับไปที่บ้านของตัวเอง จะเป็นจังหวัดทางอีสาน ทางเหนือ อะไรก็แล้วแต่ แล้วมาเจอกับข้อจัดการของแต่ละจังหวัดที่แตกต่างกัน มีการบอกว่าจังหวัดสั่งมาว่าจะต้องกักตัวอย่างนั้น อย่างนี้ ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งการ ซึ่งก็ไม่ได้สั่งให้กักตัวอะไรเลย” โฆษกศบค.กล่าว

โฆษก ศบค. py’กล่าวถึงกรณีการเดินทางของนักฟุตบอลชาวต่างชาติทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ที่จะเดินทางเข้ามายังท่าอากาศยานดอนเมือง ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ว่า มีการขออนุญาตการเดินทางอย่างถูกต้อง โดยบุคคลกลุ่มดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบคัดกรอง หากไม่พบเชื้อโควิด-19 จะเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์และเข้าไปยังสถานที่กักตัว Alternative Local Quarantine : ALQ ต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันอีกครั้งว่า ผู้เดินทางมาจากจังหวัดระยอง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ทางด้านนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนักการทูตตะวันตก สัญชาติเอสทัวเนียว่า นักการทูตท่านนี้เดิมประจำอยู่ที่ประเทศไทย ได้ลาไปยุโรป เดินทางจากนครแฟรงก์เฟิร์ต เวลา 4 ทุ่ม เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงสนามบินสุวรณภูมิ 16 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. ก่อนขึ้นเครื่องที่แฟรงก์เฟิร์ต ตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าประเทศไทยผลเป็นลบ คือไม่มีเชื้อ เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ หน่วยงานของทูตไป รับ และตรวจโควิดอีกครั้ง ผลตรวจครั้งที่ 2 เป็นลบ ไม่มีเชื้อโควิด เมื่อทราบผลแล้วจึงได้เดินทางไปที่พักต้องกักตัว 14 วัน ตามหลักเกณฑ์ของศบค.ที่7/2563
หลังออกจากสนามบินไปยังที่พัก ได้มีการจัดจัดรถเป็นกรณีพิเศษ เป็นรถที่มีฉากกั้นระหว่างคนขับและนักการทูต และมีรถสำนักงานตามไป ตามมาตรการของศบค. แต่เมื่อไปถึงที่พักได้รับแจ้งจากนิติบุคคลว่าไม่ให้เข้าพัก หลังจากนั้นสนง.จึงได้ประสานกระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงต่างประเทศได้หารือกัน และในที่สุดทางนักการทูตได้เดินทางไปพักที่โรงแรมในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด ที่เรียกว่า ASQ ( แกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ 21) และระหว่างนี้ก็อยู่ภายใต้มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
