เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

ลุ้น 72 วันสิ้นฤดูฝน ไทยรอดวิกฤตน้ำแล้งหรือไม่ ?

29 ส.ค. 2563 | 09:48น.
ภัยแล้ง
ชั้น 5 ประชาชาติ
กฤษณา ไพฑูรย์

วันนี้ยังเห็นหลายคนรอบข้างที่ใช้ชีวิตในเมืองหลวง ใช้ “น้ำ” กันอย่างฟุ่มเฟือย เปิดก๊อกน้ำไหลทิ้งขว้างอย่างน่าเสียดาย

จะมีสักกี่คนที่ทราบว่า เราเหลือเวลานับถอยหลังอีกเพียง 72 วัน จะสิ้นสุดฤดูฝนสำหรับประเทศไทย

แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนทั่วประเทศไทยยังเหือดแห้ง…จนไม่แน่ใจว่า พวกเราทุกคนจะมีน้ำ “ไว้กิน ไว้ใช้” เพียงพอถึงฤดูฝนปี 2564 หรือไม่ ?

ค่อนข้างตกใจ เมื่อเข้าไปดูรายงานตัวเลขน้ำตามเขื่อนต่าง ๆ ทั่วประเทศในเวลานี้จะเห็นว่าปริมาตรน้ำเหลือใช้การได้จริงไม่ถึง 20% เท่านั้น

แม้ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจาก “พายุซินลากู” แต่เทวดาฟ้าฝนไม่เป็นใจ สภาพอากาศที่แปรปรวนของโลกทำให้ปริมาณฝนตกลงมาน้อย และยังเปลี่ยนทิศทาง ปริมาณน้ำฝนส่วนใหญ่ตกลงหลังเขื่อนในเกือบทุกภาคของประเทศ ไหลทิ้งขว้างลงสู่แม่น้ำลำคลองและทะเล

ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงเขื่อนหลักทุกภาคยังอยู่ในเกณฑ์ “น้อยมาก” โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนรวมกันประมาณ 900 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียง 10% ของปริมาณฝนที่ตกลงมา

ล่าสุดกรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่โอบอุ้มคนที่อาศัยน้ำจากลุ่มเจ้าพระยา และคนในกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2563 ปรากฏว่ามีปริมาตรน้ำใช้การได้รวมกันเพียง 1,969 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 8%

ในจำนวนนี้มีเขื่อนภูมิพลมีน้ำใช้การได้จริงเพียง 415 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์มีน้ำใช้การได้จริงเพียง 1,312 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำใช้การได้จริงเพียง 177 ล้าน ลบ.ม.และที่น่าตกใจ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือน้ำใช้การได้จริงเพียง 64 ล้าน ลบ.ม.

เมื่อน้ำฝนตกลงมาน้อย ย่อมไม่มีน้ำจืดไปผลักดันไล่น้ำเค็มได้เพียงพอ การแปรงฟันแล้วอมเจอน้ำกร่อย ๆ จึงเป็นสัญญาณที่ดีของคนเมืองหลวงว่า วันนี้แหล่งน้ำดิบของการประปาปรากฏมีค่าความเค็มเกินกว่ามาตรฐานมาหลายวัน โดยล่าสุดอยู่ที่ 0.27 กรัมต่อลิตร ขณะที่ค่ามาตรฐานไม่ควรเกิน 0.25 กรัมต่อลิตร

หากดูลงลึกในภาพรวม เขื่อนที่มีปริมาณน้ำใช้การได้จริงน้อยกว่าร้อยละ 20 และอยู่ในขั้นวิกฤตมีด้วยกันถึง 16 เขื่อน เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ที่เป็นที่พึ่งของคนอีสานหลายจังหวัดถึงขั้นติดลบ 7% เขื่อนภูมิพล 3% เขื่อนบางพระ 4% เขื่อนกระเสียว 6% เขื่อนป่าสักฯ 7% เขื่อนคลองสียัด 7% เขื่อนศรีนครินทร์ 9% เขื่อนวชิราลงกรณ 9% เขื่อนทับเสลา 9% เขื่อนจุฬาภรณ์ 12% เขื่อนลำนางรอง 13% เขื่อนมูลบน 13% เขื่อนสิริกิติ์ 14%เขื่อนลำแชะ 15% เขื่อนสิรินธร 17% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 19%

ขณะที่การแก้ปัญหาของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นแล้วก็หนักใจไม่น้อย ชลประทานหลายพื้นที่บอกได้เพียงรอลุ้นเทวดาฟ้าฝนอีก 2 เดือนข้างหน้า ส่วนน้ำฝนที่ไม่ตกลงเขื่อนและไหลทิ้งขว้างออก อยู่นอกเขตชลประทานก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่

รวมถึงมีการเสนอไอเดียนำ “น้ำทะเล” มาทำ “น้ำจืด” ซึ่งแพงมหาศาล ทั้งที่น่าจะมีวิธีการ “กักเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาทุกหยดให้ได้ ก่อนจะไหลกลายเป็นน้ำลงทะเล” เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นและหลายประเทศทำกัน

ขณะที่หน่วยงานที่รับผิดชอบขุดบ่อบาดาลมีนโยบายขุดกันจนน่ากลัวว่า แผ่นดินจะทรุดตัว !

ดังนั้นหลายคนที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดไปทำไร่ ทำสวนเกษตร หลังเจอพิษโควิด-19 ธุรกิจยอดขายร่วง ส่งออกไม่ได้ ขณะที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนถูกบีบให้เข้าโครงการจำใจจาก ถูกออกจากงาน แต่มีที่ดินของปู่ย่า-ตายายในต่างจังหวัด อย่างน้อยกลับไปปลูกข้าว พืช ผัก ผลไม้ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ไม่อดตาย ก็จริงอยู่แต่การทำเกษตรให้อยู่รอด เลี้ยงชีพได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ! ไม่ใช่เห็นใครปลูกทุเรียน อินทผลัม ฯลฯ ราคาดี ทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่ได้ไปลงทุนซื้อต้นพันธุ์ที่ไม่ใช่ราคาถูก ๆ ปลูกไปโดยฝันแต่ผลกำไร

แค่อยากเตือนให้ทุกคนต้องวางแผนและทำการศึกษาให้ดีก่อน โดยเฉพาะการวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกพืชเกษตร จะรอเทวดาฟ้าฝนให้ตกลงมาคงไม่ได้

นอกจากนี้ต้องดูเรื่องการตลาด การปลูกพืชหลากหลายผสมผสาน ดังเช่นทฤษฎีของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน 30% แรกให้ขุดสระเก็บกักน้ำไว้ใช้ อีก 30% ให้ปลูกข้าว อีก 30% ให้ปลูกพืชผัก ผลไม้ ไม้ยืนต้น ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหาร ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 10% ให้สร้างที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ และโรงเรือนอื่น

หรือการผลักดันให้ทำ “โคก หนอง นา โมเดล” รวมถึงการผลักดันเรื่อง “ธนาคารน้ำใต้ดิน” ในการวางแผนแต่ละพื้นที่ ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้มีประสบการณ์แนะนำไว้มากมาย เพียงแต่ชาวไร่ ชาวสวนมือใหม่ก่อนลงทั้งแรงกายและเงินทุนควรต้องทำการบ้านอย่างดี

และที่สำคัญทุกคนควรต้องช่วยกันประหยัดน้ำแล้วตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป อย่างที่หลายคนพูดเล่น ๆ กันว่า วันหนึ่ง “น้ำ” จะมีราคาแพงกว่า “น้ำมัน”…วันนี้เริ่มมีให้เห็นแล้ว !

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปัญหาภัยแล้ง