เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วัชระพล” ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้ง Task Force 21 จังหวัด-ยกระดับคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น
Economic “วัชระพล” ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้ง Task Force 21 จังหวัด-ยกระดับคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น
GULF-Singtel Group ร่วมมือพัฒนาเคเบิลใต้น้ำเชื่อมไทย-สิงคโปร์
Economic GULF-Singtel Group ร่วมมือพัฒนาเคเบิลใต้น้ำเชื่อมไทย-สิงคโปร์
นับถอยหลัง! CIMBT-GLAND-LRH เทรดวันสุดท้าย 11 ก.ย. ก่อนพ้นตลาดหุ้นพรุ่งนี้
Finance นับถอยหลัง! CIMBT-GLAND-LRH เทรดวันสุดท้าย 11 ก.ย. ก่อนพ้นตลาดหุ้นพรุ่งนี้
อัดบิ๊กอีเวนต์บูมท่องเที่ยว Q4 ปั๊มรายได้ 2.7 ล้านล้าน
Business อัดบิ๊กอีเวนต์บูมท่องเที่ยว Q4 ปั๊มรายได้ 2.7 ล้านล้าน
ค่าเงินบาทวันนี้ (10 ก.ย. 69) เปิดตลาด 32.90 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (10 ก.ย. 69) เปิดตลาด 32.90 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
มิตซูบิชิ ปาเจโร เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ‘กลมกล่อม’ 
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ‘กลมกล่อม’ 
ประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน25 บริษัทเข้าเกณฑ์ชิงเค้ก
Finance ประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน25 บริษัทเข้าเกณฑ์ชิงเค้ก
‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
Economic ‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
อุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสสำคัญ รัฐต้องมีแต้มต่อให้เอกชน
Automotive อุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสสำคัญ รัฐต้องมีแต้มต่อให้เอกชน
ดูทั้งหมด

เกียรตินาคินภัทร แนะขายรัฐวิสาหกิจ-ขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

24 ก.ย. 2563 | 17:38น.

เกียรตินาคินภัทร แนะรัฐกู้เพิ่ม 1 ล้านล้าน วางแผนใช้หนี้สาธารณะในอนาคต ชี้ขายรัฐวิสาหกิจ-คิดภาษีนิติบุคคล 25% เพิ่มรายได้ ลดหนี้สาธารณะ

นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า การออกมาตรการมาดูแลประชาชนในช่วงโควิด-19 รัฐบาลควรที่จะต้องทำภายใต้แนวทาง 5 อย่าง ประกอบด้วย 1.ต้องใหญ่ เพียงพอสู้วิกฤต 2.ทันเวลา 3.ดูแลตรงเป้า 4.โปร่งใส ตรวจสอบได้ และ 5.ต้องเป็นมาตรการชั่วคราว

อย่างไรก็ดี ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวมองว่ายังไม่ตอบโจทย์ โดยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเกือบ 2 ล้านล้านบาท ที่ออกมา ยังใช้วงเงินได้ไม่ถึง 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ดูแล

“โครงสร้างเดิมของไทยมีระบบข้อมูลไม่มากพอ ทำให้ออกแบบมาตรการยาก ทำให้มาตรการต่างๆ เป็นเพียงลูกปืน และไม่เต็มที่ บางมาตรการออกมาช้า แต่มาตรการที่ออกแบบหลายมาตรการก็ยังเป็นสิ่งที่ดีอยู่ เช่น มาตรการเราไม่ทิ้งกัน แจกเงิน 5,000 บาท ดูแลประชาชน แต่ที่น่ากังวลคือมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่มีกว่า 1 หมื่นกว่าโครงการ เสนอเข้ามาให้สภาพัฒนาการและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา ขออนุมัติเงินรวมกว่า 4-5 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้เงินก็ยังไม่ได้อนุมัติ ซึ่งยังไม่มีเงินลงไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง”

ฉะนั้น รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ให้ธนาคารมีแรงจูงใจที่จะรับเงื่อนไขซอฟต์โลน ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ยอมรับว่า รัฐต้องเข้าไปรับความเสี่ยงมากขึ้น ผ่านข้อเสนอ ดังนี้

1. ให้รัฐเพิ่มวงเงิน พ.ร.ก.กู้เงินอีก 1 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาดูแลประชาชน แม้จะส่งผลต่อระดับหนี้สาธารณะ 70% ก็ไม่เป็นไร ถ้ามีมาตรการชัดว่าจะใช้แนวทางใดบ้าง ในการใช้หนี้ในอนาคต

2. ขอให้รัฐขึ้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็น 25% ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลมีรายได้ เพื่อนำไปใช้หนี้สาธารณะ โดยไม่เกิดวิกฤตหนี้ ได้กว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ในช่วงที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติ

และ 3. ขายรัฐวิสาหกิจบางส่วน เช่น ปตท. และการท่าอากาศยาน จะส่งผลให้มีรายได้ในช่วงที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติ กว่า 2 ล้านล้านบาท โดยในประเทศที่พัฒนาไปแล้วก็มีการใช้นโยบายรูปแบบเช่นนี้

Advertisement

“ในภาพใหญ่ในการเกิดวิกฤตเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย องค์กร สังคม ประเทศชาติ จะต้องมีพร้อมรับแรงกระแทก พร้อมที่จะปรับตัวตามความผันผวน ความคล่องตัวเป็นความสำคัญ ซึ่งประเทศไทยมีความคล่องตัวแย่ เช่น การออกมาตรการ มีชื่อโครงการประกาศออกมาแล้ว แต่การดำเนินการไม่ไปถึงไหน ซึ่งควรจะมีการลดรัฐลงไป ลดทั้งขนาดงบประมาณ เมื่อวิกฤตผ่านพ้น และลดอำนาจ

เช่น กฎหมายมีอยู่หลายแสนฉบับ, ลดรัฐวิสาหกิจ ควรปล่อยทรัพยากรให้ตลาด เพื่อให้ตลาดกำหนดทรัพยากร และต้องการเงินไปช่วยลดหนี้สาธารณะ ควรปฏิรูปรัฐวิสาหกิจอย่างจริงจัง เหมือนกับในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำท่าจะทำอย่างจริงจัง”